16 ม.ค.2566 - ที่พรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้าในการเตรียมญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา152 ว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.) ตอบกลับว่ามีความพร้อมอภิปรายตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ.เป็นต้นไป พรรคร่วมฝ่ายค้าน และผู้เสนอญัตติมองว่าเป็นเวลาที่เนิ่นนานเกินกว่าเหตุที่จำเป็นขณะที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็เห็นด้วยว่า อภิปรายควรไม่เกิน 1 เดือนเมื่อเสนอญัตติไปแล้ว
ทั้งนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านจะอภิปรายครอบคลุมทุกเนื้อหา และเป็นประเด็นที่เกิดขึ้นในสังคม เช่น ยาเสพติด ทุนจีนสีเทา แต่งตั้งโยกย้ายส่วนราชการ โดยมอบหมายหน้าที่ให้นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ดูเนื้อสาระอภิปราย ตั้งเป้าอยากได้เวลาไม่ต่ำว่า 22 ชั่วโมง ซึ่งมากกว่าครั้งที่ผ่านมา
นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า พรรคเพื่อไทย ให้ความสำคัญเพราะการอภิปรายครั้งสุดท้าย เพื่อให้ประชาชนลงมติในคูหาเลือกตั้ง จะขอถอดหน้ากากคนดี ให้เห็นว่าคนดีที่แท้จริงคิดอะไร ส่วนบุคคลผู้อภิปรายของพรรคต้องถูกคัดเลือก ไม่ได้ในนามสมัครใจ บุคคลที่ถูกคัดเลือกจะอภิปรายประเด็นที่เป็นประโยชน์ในการเสนอปัญหาให้ครม.
ผู้สื่อข่าวถามว่า กลัวรัฐบาลชิงยุบสภาฯก่อนหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เป็นประเด็นที่วิตกพอสมควร เพราะช่วงที่กำหนดวันอภิปรายทิ้งเวลาเนิ่นนาน เกรงว่าจะหนีอภิปราย มีกระแสข่าวว่า รัฐบาลจะยุบสภาฯก่อน 15 ก.พ. จริงหรือไม่ต้องติดตาม โดยเฉพาะหลังวันที่ 6 ก.พ. หากส.ส.ยังคงทำหน้าที่ต่อ โอกาสยุบสภาฯมีสูง แต่ถ้าช่วงเวลาช่วงนั้นส.ส.ลาออกเป็นส่วนใหญ่ ส่วนที่เหลือที่ย้ายพรรค โอกาสอยู่ครบเทอมเป็นไปได้สูง
“ได้ข่าวมาว่ามีการดูฤกษ์งามยามดีในการยุบสภา เพื่อให้ได้กลับมาสืบทอดอำนาจอีก คือวันที่ 14 ก.พ. 24 ก.พ.และ 7 มี.ค. หากตรงตามข่าวว่าจะมีการยุบสภาฯ ก่อนวันที่ 15 ก.พ. ก็คือวันที่ 14 ก.พ.ที่เป็นวันแห่งความรัก ซึ่งวันดังกล่าวอาจจะกลายเป็นวันแห่งการเกลียดแทน ต่อให้พวกท่านถือฤกษ์งามยามดี แต่ประชาชนจะพิพากษาพวกท่านในคูหาเลือกตั้ง” นพ.ชลน่านกล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่รัฐบาลเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ถือเป็นการชิงความได้เปรียบของรัฐบาลหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เป็นการชิงความได้เปรียบอย่างแน่นอน แต่เราก็ดีใจกับประชาชนได้เงินเพิ่มในภาวะวิกฤติที่รัฐบาลสร้างไว้แบบนี้ แต่เชื่อว่าประชาชนรู้ว่าเงินที่ได้คือภาษีอากรของเขาเอง และทำไมเพิ่งมาได้ตอนนี้ทั้งที่เขายากลำบากมาก่อนหน้านี้ การอาศัยช่องว่างทางกฎหมายมาเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น แต่ไม่สามารถเอาเปรียบประชาชนที่เป็นเจ้าของภาษีไม่ได้
เมื่อถามถึงกรณี น.ส.แพทองธาร ประกาศพร้อมจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า น.ส.แพทองธารพูดโดยหลักการ ยังไม่รู้เลยว่าประชาชนจะมอบอำนาจให้ใคร เราจะจับมือกับประชาชนก่อน ถ้าประชาชนมอบอาณัติให้เรา 250 เสียงขึ้นไป ก็จะสามารถตั้งรัฐบาลของประชาชนได้อย่างแน่นอน โดยเราจะร่วมมือกับพรรคที่ประชาชนมอบความไว้วางใจให้เป็นหลัก ต้องดูเสียงที่ประชาชนมอบให้พรรคนั้นๆ และถ้าจะจับกับพรรคใดต้องถามประชาชนก่อน และพรรคที่จะจับต้องเป็นพรรคที่เคารพหลักการประชาธิปไตย ไม่สนับสนุนและเป็นนั่งร้านให้กับเผด็จการ
เมื่อถามย้ำว่า เวลานี้พรรคพลังประชารัฐ มีอุดมการณ์เดียวกันกับพรรค พท. หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ก็ต้องถามกลับไปยังพรรคพลังประชารัฐ มีอุดมการณ์เดียวกันหรือไม่ เชื่อว่าประชาชนจะรู้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รบรอบสาม ไทย-เขมร มีแน่ ต้องไม่เลี้ยงไข้กัมพูชา
สถานการณ์"ไทยVSกัมพูชา"ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากไทยเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)
'เพื่อไทย' นัดถกปรับโมเดล 'สสร.' หลังประธานศาลรธน. ยันเลือกตั้ง 100% ทำได้
พรรคเพื่อไทยเตรียมหารือผู้บริหารพรรค 23 มิ.ย. เพื่อพิจารณาปรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังประธานศาลรธน. ระบุเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จากประชาชนสามารถทำได้ 100%
จับตา 2 กลุ่มในภูมิใจไทย เสี่ยงถูกปรับพ้นรัฐมนตรี
อดีต สส.นครศรีธรรมราช วิเคราะห์กระแสภายในพรรคแกนนำรัฐบาล ชี้จับตา 2 กลุ่มรัฐมนตรีเสี่ยงถูกประเมินผลงาน หากไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ทั้งกลุ่มรัฐมนตรีคนรุ่นใหม่ และกลุ่มคนนอกหรือมืออาชีพ ที่ยังถูกตั้งคำถามเรื่องผลงานในช่วงที่ผ่านมา
⚪️ LIVE 'พล.ท.กนก' แทงทะลุ 'ฮุนเซน' รบสั่งลา ปลายปีชะตาขาด..!? | อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพช
อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร : วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569
⚪️ LIVE ‘อนุทิน’ เขี่ยทิ้งรมต.ไร้ผลงาน คดี Forex สะเทือนส้ม | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569
'ปชน.' ไล่บี้ 'รมว.แรงงาน' เร่งพีอาร์เลือกตั้ง 'บอร์ดประกันสังคม'
'ปชน.' จี้ รมว.แรงงาน เร่งประชาสัมพันธ์เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 27 ก.ย. หลังยอดลงทะเบียนวูบ เผยมีเวลาถึง 15 ก.ค. นี้ หากไม่ลงทะเบียนล่วงหน้าหมดสิทธิร่วมดูแลเงิน 2.9 ล้านล้านบาท

