'นิพิฏฐ์' ปลุกคนใต้ล้ม 'บ้านใหญ่' ตระกูลละ 1 คน ปลดแอกการเมืองระบบอุปถัมภ์

9 ก.พ.2566 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า การเมืองแบบ"บ้านใหญ่" ประชาธิปไตย ตรงข้ามกับ ระบบอุปถัมภ์ เมื่อใดประชาธิปไตยอ่อนแอ เมื่อนั้น ระบบอุปถัมภ์จะเข้มแข็ง เมื่อใดระบบประชาธิปไตยเข้มแข็ง เมื่อนั้นระบบอุปถัมภ์จะอ่อนแอ

ระบบอุปถัมภ์ จะมาคู่กับ ระบบ"บ้านใหญ่" เพราะระบบบ้านใหญ่ คือ ระบบอุปถัมภ์นั่นเองพื้นที่ไหน สถาปนาระบบบ้านใหญ่ขึ้นมาได้ แสดงถึงประชาธิปไตยอ่อนแอ ประชาชนอยู่ใต้ระบบอุปถัมภ์

ระบบบ้านใหญ่ทางการเมืองในประเทศไทย เริ่มจากภาคกลาง, ตะวันออก, อาจเป็นเพราะวัฒนธรรมทางการเมืองแต่ละภาคเป็นอย่างนั้น ปัจจุบันบ้านใหญ่ในหลายๆภาค เริ่มล้มหายตายจากไปเยอะแล้ว ประชาชนไม่ขึ้นต่อบ้านใหญ่ แต่เลือกผู้แทนของเขาเองตามอิสระ ไม่ขึ้นต่อบ้านใหญ่

กลับตาลปัตร ที่บ้านใหญ่เริ่มเจริญงามงามที่ภาคใต้ การเมืองภาคใต้ ถอยหลังเป็นเรื่องของ"การเมืองของครอบครัว" จากพ่อสู่ลูก จากพี่สู่น้อง จากน้องสู่พี่ ผมเคยใช้คำว่า การเมืองภาคใต้ กลายเป็นการเมืองที่"ผสมพันธุ์กันเอง" จึงได้นักการเมืองภาคใต้ที่อ่อนแอ (อาจมีข้อยกเว้นที่บ้านใหญ่มีทายาทที่เก่ง และ เข้มแข็งจริงๆ อย่าหาว่าผมไม่ชอบบ้านใหญ่ทั้งหมดนะ มันก็มีข้อยกเว้นอยู่บ้างเหมือนกัน)

คนใต้ เราลองประกาศตัวเป็น"ไท" ล้มบ้านใหญ่ในภาคใต้กันดีไหม ใช้นโยบาย " 1 ตระกูล 1 คน" ก็พอ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ก่อนเกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 (ตอนที่ 3)

“ใครมาเป็นรัฐบาล มันก็โกงเหมือนกันหมด แต่กินแล้วแบ่งเราบ้าง ทำให้เราอยู่ดีกินดีบ้าง นี่ยอมรับได้” “เคยถามชาวบ้านเมื่อตอนที่นักการเมืองของพวกเขาถูกตรวจพบว่า

ฝ่ายค้านโวยแหลก รัฐมนตรีเบี้ยวตอบกระทู้ซ้ำซาก รู้ล่วงหน้ายังไม่มา

ฝ่ายค้านโวยแหลก 'รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้ 'ปกรณ์วุฒิ' บอก แต้มบุญไม่ถึง จ่อ ไม่ให้ความร่วมมือตามข้อตกลง ด้าน 'พริษฐ์' ขอให้สิทธิ 'ฝ่ายค้าน' เหมากระทู้สดสัปดาห์หน้า ก่อนถูก 'กรวีร์' เบรคบอกให้ไม่ได้ ก่อนเรื่องยุติ หลัง 'โสภณ' ให้วิปสองฝ่ายตกลงกันเอง

'โสภณ' แจ้งข่าวดี จัดแข่งลดพุงข้าราชการสภา ไอเดียแจกของขวัญปีใหม่

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกิจกรรมพานแว่นฟ้า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ประชาชนสร้างสรรค์ผลงานเขียนที่ส่งเสริมประชาธิปไตย ว่า ตนยังไม่ได้เห็นรางวัลที่ชนะเลิศ แต่การทำอะไรเราต้องทำจริง เหมือนที่เราพูดว่าจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสภา เราเปลี่ยนทางกายภาพก่อน คือความเข้มแข็งของร่างกาย จิตใจที่จะทำงาน ซึ่งเป็นรูปธรรม ส่วนนามธรรมก็อีกเรื่องหนี่ง ตนไม่ชอบอยู่คำหนึ่งคือ “เล่นการเมือง”