'อรรถวิชช์' ค้านกกต.แบ่งเขตเลือกตั้งกทม. รูปแบบ 6-8 ชี้ผิดปกติเหมือนจัดวางให้ใครชนะ

"อรรถวิชช์" ค้านกกต.แบ่งเขตเลือกตั้งกทม.รูปแบบ 6-8 มาแบบลอยฟ้าผิดกฎหมาย แบ่งเขตพิสดาร โดยคำสั่งภายในสำนักงาน หวั่นหากเคาะกระทบไพรมารี เลือกตั้งเลื่อนทำประชาชนสับสน

10 ก.พ.2566 - เวลา 13.00 น.ที่สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ยื่นคำร้องต่อกกต.เพื่อคัดค้านการประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งเพิ่มเติมแบบที่ 6 - 8 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า การแบ่งเขตเพิ่มเติมรูปแบบที่ 6 - 8 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นการดำเนินการที่ผิดกฎหมาย และขัดต่อพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. หากยังคงประกาศรูปแบบที่ 6 - 8 เกรงว่าจะกระทบกับปฏิทินจัดการเลือกตั้ง เนื่องจากทั้ง 3 รูปแบบ เป็นการแบ่งตามคำสั่งหนังสือภายใน ไม่ได้ดำเนินตามประกาศกกต.เกี่ยวกับรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 31 ม.ค.2566 โดยเห็นว่าการแบ่งเขต 5 รูปแบบเดิมก่อนหน้านี้ ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ และสมบูรณ์แบบ

แต่เมื่อวันที่ 9 ก.พ.2566 กกต.ประกาศรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้งรูปแบบที่ 6 - 8 ขึ้นมา เห็นว่าดำเนินการผิดขั้นตอน โดยขัดต่อมติกกต.เรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่จะต้องดำเนินการแบ่งเขตให้แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 3 ก.พ.2566 ไม่สามารถที่จะมาแบ่งเขตเพิ่มเติมได้ เนื่องจากขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและพรรคการเมือง ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 13 ก.พ. แต่การแบ่งเขตเพิ่มเติมเป็นการดำเนินการตามหนังสือภายในคือประกาศสำนักงานกกต.เรื่องรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้งส.ส.กทม.เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และพรรคการเมือง ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเพิ่มเติม ลงวันที่ 9 ก.พ.2566 ซึ่งเป็นเอกสารภายใน แล้วให้กกต.กทม.แบ่งเขตเพิ่มเติม โดยเอกสารฉบับดังกล่าวไม่ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา แล้วไม่ได้เปิดเผยสู่สาธารณะชน ซึ่งไม่สามารถทำได้ จึงทำให้การแบ่งเขตเพิ่มเติมรูปแบบที่ 6-8 ผิดกฎหมาย

นายอรรถวิชช์ ยังกล่าวว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งเพิ่มเติมรูปแบบที่ 6-8 มีความผิดปกติ ซึ่งตามหลักพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. มาตรา 27 (1) การแบ่งเขตต้องคำนึงถึงสภาพของเขตเลือกตั้งเดิม ซึ่งปัจจุบันเป็นการเลือกตั้งแบบส.ส. 1 คน ต่อ 1 พื้นที่ จึงต้องใช้เกณฑ์แบ่งเขตเมื่อปี 2554 และ2557 มาเป็นเกณฑ์ แต่แบบที่ 6 - 8 ไม่ได้นำมาใช้ และ (2) การแบ่งเขตให้เป็นลักษณะชุมชนเดียวกัน แต่การแบ่งเขตเลือกตั้งยกตัวอย่างในรูปแบบที่ 6 ที่มีการเลือกรวมบางแขวง จาก 4 เขตการปกครอง เช่นเขตพญาไท ยกเว้นแขวงสามเสนใน นำไปรวมกับเขตจตุจักร เฉพาะแขวงจอมพล รวมกับเขตดินแดง ยกเว้นแขวงดินแดง รวมกับเขตห้วยขว้าง เฉพาะแขวงห้วยขวาง ซึ่งเป็นการเลือกเฉพาะบางแขวง และนำมารวมเป็นเขตเลือกตั้งใหม่ ซึ่งไม่มีใครทำกัน และประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวไม่เคยอยู่ในพื้นที่เลือกตั้งเดียวกันมาก่อน จะทำให้ประชาชนสับสน ฝั่งถนน ฝั่งหนึ่งอยู่เขตเดียวกัน เคยเลือกอีกที่แต่ครั้งนี้ก็จะไปเลือกอีกที่ จึงตั้งข้อสังเกตว่า 4 เขตปกครองรวมอยู่ในเขตเลือกตั้งเดียวกันได้อย่างไร และเลือกเฉพาะเป็นแขวงๆ

"พญาไทมี 2 แขวง แต่เอามาแค่แขวงเดียว เขตจตุจักรมี 5 แขวงแต่เอามาแค่ 2 แขวง เขตดินแดงยกเว้น 1 แขวง เขตห้วยขวาง เอาเฉพาะแขวงห้วยขวาง เหมือนการดีไซน์ให้ใครคนใดคนหนึ่งชนะ เลือกตรงนั้นมาที ตรงนี้มาที และเป็นเขตเลือกตั้งที่ไม่เคยอยู่ด้วยกันซึ่งทำทำไม บางอันขนาดเป็นเขตพวงใหญ่สมัยโบราณยังไม่เคยอยู่ด้วยกันเลย อันนี้เป็นแบบส.ส.คนเดียว เขตเดียวยังเอามาชนกันได้ ผมได้คุยกับเพื่อนต่างพรรค หลายพรรคก็มีปัญหา และแปลกใจรูปแบบที่ 6 - 8 ส่วน 5 รูปแบบแรกผมว่าพรรคการเมืองก็พร้อมยอมรับเพราะมีความยึดโยงกับการแบ่งเขตเลือกตัเงส.ส.คนเดียว เขตเดียว มาตั้งแต่ปี 2554 - 2557 ถึงแม้ไม่เหมือนกันเป๊ะ แต่ก็อยู่ในจุดที่ทุกพรรครับได้หมด แต่ 6 - 8 ผิดปกติอย่างยิ่ง"นายอรรถวิชช์ กล่าว

นายอรรถวิชช์ กล่าวอีกว่า ขณะที่เขตจตุจักรในรูปแบบ 1 - 4 ประชากรอยู่ที่ 153,000 กว่าคน ซึ่งสัดส่วนส.ส.1 คน ต่อประชากร 160,000 คน โดยเขตนี้มีประชาชนเลื่อมล้ำอยู่ 7 เปอร์เซ็นต์ ปรากฎว่ารูปแบบที่ 6 - 8 ย่อยสลายเขตเดียวกันทิ้งหมด แล้วนำไปกระจายเป็นสามเขตเลือกตั้ง ความผิดปกตินี้ตนคิดว่ากกต.จะต้องมีความชัดเจน เพราะอันนี้มันลอยฟ้ามา เป็นคำสั่งที่เป็นคำสั่งภายในแล้วมาแบ่งเขตที่ 6-8 เพิ่มเติม แบบนี้ผิดปกติ ถึงยื่นหนังสือให้กกต.ตรวจสอบวิธีการแบ่งเขต โดยอยากให้ถอนการแบ่งเขตเพิ่มเติมรูปแบบที่ 6-8 เพราะขัดพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.อย่างชัดเจน และหากปล่อยให้ยังอยู่และให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นใน 3 รูปแบบนี้ หากมีการเลือกออกมาและมีการร้องตามมาภายหลังว่ากระบวนการดำเนินการโดยไม่ถูกต้อง จะทำให้กระบวนการนี้ช็อต จะทำให้พรรคการเมืองอื่นๆไม่สามารถทำไพรมารีโหวตได้ เพราะแบ่งเขตไม่เสร็จในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อทำไดรมารีโหวตไม่ได้ก็ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้

"เนื่องจากกกต.กทม.เป็นคนแบ่งเขต และแบ่งโดยคำสั่งภายใน และไม่มีใครเคยเห็นคำสั่งนี้ว่าเป็นอย่างไร เพราะตามหลักการ ต้องลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ประชาชนรับทราบ ขั้นตอนรูปแบบที่ 1-5 ชัดมากโดยกกต.มีมติและนำไปประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา แต่อันนี้เป็นคำสั่งภายใน เป็นคำสั่งภายในของใครมันผิดกฎหมายชัดเจน มันเป็นอย่างนั้นได้อย่างไรในองค์กรที่จะต้องเป็นองค์กรกลางที่จะต้องกำหนดการเลือกตั้ง และการที่กกต.พยายามบอกว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งคำนึงถึงเกณฑ์ 10เปอร์เซ็นต์ เลยทำให้ต้องมีการออกรูปแบบที่ 6-8 เพิ่มเติม ซึ่งเป็นไปได้อย่างไรเขตจตุจักรห่างกันไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ มันอยู่ที่ 7 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเอง ไปเอาเขตจตุจักรหั่น ให้กลายเป็น 3 เขตเลือกตั้ง คนจะไปเลือกตั้งอย่างไร ซึ่งแปลกมาก ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นได้กับการแบ่งเขตโดยใช้คำสั่งภายในแล้วไม่เปิดเผยต่อสาธารณชน" นายอรรถวิชช์ ระบุ

เมื่อถามว่าจะตั้งกรอบให้กกต.พิจารณาเรื่องดังกล่าวเสร็จภายในกี่วัน นายอรรถวิชช์ ต้องดำเนินการให้เร็วที่สุด แต่แบ่งเขตเพิ่มเติมออกมาเมื่อวันที่ 9 ก.พ.2566 และเปิดโอกาสให้แสดงความเห็น 10 วัน ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 19 ก.พ. ซึ่งเห็นว่ามีความซ้ำซ้อน คิดว่าการแสดงความคิดเห็นควรสิ้นสุดตั้งแต่ 13 ก.พ. ดังนั้นควรต้องรีบดำเนินการในช่วงเวลานี้ ส่วนตัวเกรงว่าหากกกต. หยิบยกรูปแบบที่ 6-8 เห็นว่ามีความผิดปกติแน่นอน จึงขอให้กกต.จัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม แล้วต้องคำนึงถึงการแบ่งเขตที่ไม่เป็นภาระของประชาชนในการไปใช้สิทธิใช้เสียง ดังนั้นขอให้การแบ่งเขตยึดตามกฎหมายโดยดูการแบ่งเขตในอดีต ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้เหมือนกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 และ 2557 โดยขอให้นำรูปแบบนี้มาเป็นตัวตั้ง แล้วปรับจำนวนประชากรให้เกิดความเหมาะสมสอดคล้อง อย่าคิดพิสดารเพราะจะทำให้ประชาชนสับสน อีกทั้งความผูกพันในพื้นที่ที่ผู้สมัครในพื้นที่นั้นๆได้ทำมา ก็จะยิ่งมีความห่างเหินกับประชาชนไปอีก เพราะถ้ากกต.เปลี่ยนเขตเลือกตั้งทุกครั้งแบบนี้ ส.ส.จะดูแลประชาชนได้อย่างไร จึงขอร้องให้ปรับเปลี่ยนเพื่อไม่ให้เกิดการฟ้องร้องและส่งผลกระทบต่อปฏิทินในการจัดการเลือกตั้ง รวมถึงการจัดทำไพรมารีโหวตไม่มีพรรคไหนทำได้เลย เพราะแบ่งเขตเลือกตั้งไม่เสร็จ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประธาน กกต. สั่งสายข่าวจับตาผู้สมัคร สว. รวมตัวโรงแรมเดียวกัน

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ร่วมสังเกตการณ์กระบวนการซักซ้อมการคัดเลือกสว. ระดับประเทศ พร้อมกับเปิดเผยว่าในการเลือก สว.ระดับประเทศ

สิ้นหวัง 'กกต.' จับโกงเลือกสว.ไม่ง่าย เพราะคนทำมีอำนาจและเงิน!

นายเชาว์ มีขวด ทนายความ อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่าเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภาสว.) มีเนื้อหาดังนี้

กกต. สารภาพ! จับโกงเลือก สว. ไม่ง่าย คนทำมีทั้งอำนาจ-เงิน-ความรู้

'เลขาฯ กกต.' เผยพบร้องเรียนเลือก สว. รวม 333 เรื่อง รับจับคนโกงไม่ง่าย เหตุมีทั้งอำนาจ-เงิน-ความรู้ ชี้ต้องให้ความเป็นธรรม 2 ฝ่าย กำชับเจ้าหน้าที่คุมเลือกระดับประเทศ อย่าปล่อยประท้วงทำเสียเวลา

ปลุก 'ผู้สมัคร สว.' เก็บหลักฐานฮั้ว อาชญากรการเมืองไม่รอดแน่

ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เรียนผู้สมัคร สว ทุกท่าน ที่พบเห็นกระบวนการฮั้ว!