
ควรเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อนไหม?
ผมถามคุณวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรน่ะ เห็น 2-3 วันก่อนท่านให้สัมภาษณ์ว่า..
“อยากเห็นรั้วในการป้องกันการรัฐประหาร โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ น่าจะมีบทบัญญัติในการลงโทษผู้ที่กระทำการล้มล้างรัฐธรรมนูญ หรือปฏิวัติ
และขอให้บทบัญญัตินั้น นำไปสู่การปฏิบัติ และใช้ได้ไม่ใช่แค่การเขียนตัวหนังสือเพียงอย่างเดียว..
ส่วนบทลงโทษของคนที่ทำรัฐประหารจะต้องมีความรุนแรงอยู่ที่ระดับใดนั้น ตนไม่อยากจะชี้แนะ ขึ้นอยู่กับกรรมการที่ร่าง ว่าบทลงโทษนั้น ควรจะขนาดไหน และต้องปฏิบัติได้ด้วย
เดิมทีเรามีบทลงโทษที่รุนแรง ว่าการฉีกรัฐธรรมนูญเท่ากับกบฏ แต่ไม่ได้ผลในด้านการปฏิบัติ ซึ่งบทบัญญัติเหล่านี้ จะต้องสอดคล้องกับการปฏิบัติ และประชาชนยอมรับ
จึงต้องเอาทุกฝ่ายมาคุยกัน โลกมันเปลี่ยนแปลงไปเยอะ เราต้องยอมรับ หากประเทศไทยจะอยู่อย่างนี้โดยไม่เปลี่ยนแปลง ประชาธิปไตยของเราก็คงจะล้าหลังมาก”
ซึ่งผมน่ะไม่ขัดข้องอะไรในแนวคิด แต่ขัดใจอยู่นิดตรงที่กี่ปีๆ นักการเมืองก็ยังไม่เคยเปลี่ยนแปลงตัวเอง โกง-คอร์รัปชันอยู่อย่างไรก็อย่างนั้น ซ้ำยิ่งจะหนักกว่าเก่า!
ด้านคุณธรรม-จริยธรรม ประพฤติ-ปฏิบัติตน ก็ดูจะย่ำแย่ไปกว่าแต่ก่อนจนเป็นที่เอือมระอาของชาวบ้าน-ประชาชน
ยิ่งไปกว่านั้น สส.ทุกวันนี้แทบจะไม่รู้จักหน้าที่ของตัวเอง ซื้อเสียงกันเข้ามาแล้วก็คิดหาแต่ช่องทางโกยเงินกลับเข้ากระเป๋า ตั้งก๊วน-ตั้งแก๊งต่อรองเพื่อให้ได้อำนาจ-ผลประโยชน์
เรื่องปากท้องชาวบ้านแทบไม่มีอยู่ในสมองของแต่ละผู้ทรงเกียรติ วันๆ คิดแต่เรื่องจะเปลี่ยนโครงสร้างประเทศบ้างล่ะ จะรื้อถอนสถาบันหลักบ้างล่ะ จะตั้งบ่อนกาสิโนบ้างล่ะ..
แต่ละท่านไม่ได้สำนึก-สำเหนียกในหน้าที่ แต่ดันจะไป (เสือก) วุ่นวายกับ “หน้าที่” ของคนอื่นเขา!
ทำไมนักการเมืองถึงได้กลัวทหาร-กลัวการปฏิวัติ? ถามชาวบ้านกี่รายๆ คำตอบคือ..มันโกงชาติบ้านเมืองไม่ได้ง่ายๆ ไง!
ความจริงบทลงโทษ (แรง) ของผู้ทำการปฏิวัติน่ะมันมีอยู่แล้ว ลองสิ ปฏิวัติแล้วไม่สำเร็จจะเกิดอะไรขึ้นกับคณะปฏิวัติ?
หรือจะบัญญัติใหม่ขึ้นมาก็ได้ ให้มีบทลงโทษในระดับที่สูงสุดไปเลย แต่ขอพ่วงไปด้วยกับโทษนักการเมือง สส.-รัฐมนตรีที่โกง-คอร์รัปชัน..
คนปฏิวัติถูกลงโทษติดคุกตลอดชีวิต หรือประหาร นักการเมืองที่ฉ้อราษฎร์บังหลวง โกงชาติ-โกงแผ่นดิน ก็ต้องโทษในระดับเดียวกัน..
ต้องไม่มีลดวันต้องโทษ ต้องไม่มีนักโทษชั้นเยี่ยม-ชั้นดีมาก-ชั้นดี และต้องไม่มีการขออภัยโทษ..เอามั้ย?
ถ้าคุณวันนอร์ตกลงตามนี้ ผมเสียงหนึ่งล่ะที่พร้อมจะเชียร์สุดลิ่มทิ่มประตูกับร่าง พ.ร.บ.สกัดรัฐประหาร-ยึดอำนาจกองทัพของท่าน สส.หัวเขียง!
ครับ..โลกมันเปลี่ยนไปเยอะอย่างคุณวันนอร์ว่านั่นแหละ และเท่าที่เห็นกองทัพ-ทหารก็ได้พยายามปรับตัว-เปลี่ยนแปลงไปตามโลกอยู่ตลอดเวลา
จะมีก็แต่นักการเมืองเท่านั้นที่ยังพฤติกรรมเดิมๆ เพิ่มเติมก็คือคิดหาช่องทางการกินบ้าน-โกงเมืองเก่งกาจหลากหลายวิธีมากขึ้น!
เมื่อเป็นเช่นนี้ คุณวันนอร์จะไม่ละอายใจ-ละอายปากบ้างรึที่พูดเอาแต่ได้ และที่ว่า.. “หากประเทศไทยจะอยู่อย่างนี้โดยไม่เปลี่ยนแปลง ประชาธิปไตยของเราก็คงจะล้าหลังมาก” นั้น
กราบเรียนท่านประธานสภาฯ ที่เคารพ..ที่ประชาธิปไตยของเราล้าหลังนั้น มันเกี่ยวบ้างกับการปฏิวัติ แต่หลักๆ เป็นเพราะ..
นักการเมือง-รัฐบาลคอร์รัปชันขอรับ!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผลงานชิ้นโบแดง!
ขอสารภาพตามตรง..อาย “ฮุน เซน” (ว่ะ)! ก็..อายในความเป็นผู้หลัก-ผู้ใหญ่ของบ้านเมือง และเป็น “ประธานวุฒิสภากัมพูชา” ที่มีสำนึกรัก-หวงแหนในวัฒนธรรม ภาษา..
ขอโอกาสให้หนังเล็กมีเวลา
ครั้งที่ 4 แล้ว (เหรอ) นะ! ผมหมายถึงงาน “Pattaya International Film Festival 2026 เทศกาลภาพยนตร์เมืองพัทยา” ที่เป็นความร่วมมือระหว่างเมืองพัทยา วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี, อพท.พัทยา
ห้ามคนไทยเข้า!
เลอะเทอะแล้วๆ! นี่..เห็นจะต้องพูดกับคุณเรโด้ พิธีกรรายการ “ไทยรัฐทอล์ค” ตรงๆ อย่างนี้แหละ พลันที่เห็นเจ้าตัวโพสต์.. “รอหน่อยทองแสนมาแน่ แปดหมื่นมาก่อนปีนี้”
ฝาก'ปืนเถื่อน'กับนายกฯ
มันจะเอิกเกริก-ใหญ่โตไปไหม? ผมถามรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาฯ คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง น่ะ เห็นท่านพูดถึงเหตุกราดยิงที่ จ.นนทบุรี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีประโยคหนึ่งว่า..
ต้องขอ ‘คารวะ’
ผมน่ะเข้าใจแต่ “กำแพงประเพณี”.. บทเพลงที่ “คุณอาณัติ พุทธมาศ” ทั้งแต่งเอง-ขับขานเอง (นักเลงพอ) เมื่อหลายสิบปีก่อนนู้น โดยตัวเขาได้อธิบายด้วยภาษากวีที่งดงาม ลึกซึ้ง กินใจ ดังขึ้นต้นว่า..
จากนายกฯถึง ‘ล่าม’
“นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของเมืองไทยหลังคุณอนุทิน ชาญวีรกูล คือใคร”? เนี่ย..ผมไม่ได้ถาม แต่เป็นคุณน้อง “เรโด้” พิธีกรรายการ “ไทยรัฐ ทอล์ก” ที่ถาม และไม่ได้ถามผู้ชม-คนดู หากแต่ได้ถามเอากับ “หมอปลาย พรายกระซิบ”..

