"สนธิญา" ร้องกกต.ยุบพรรคเพื่อไทย ปม "ชลน่าน" ปราศรัยร่วมผนึกกำลังกับ "กำนันป้อ วีรศักดิ์" อดีตวีรศักดิ์ อดีตรมช.คมนาคม -อบจ.โคราช เพื่อชนะแลนด์สไลด์ พร้อมสอบ "ณัฐวฒิ" ถูกตัดสิทธิทางการเมืองแต่ได้ร่วมกิจกรรมต่างๆในพรรค
7 มี.ค.2566 - เวลา 11.00น. ที่สำนักคณะกรรมการการเลือกตััง (กกต.) นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ยื่นคำร้องต่อกกต.กรณีที่พรรคเพื่อไทยแต่งตั้งให้นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ซึ่งถูกศาลฎีกาพิพากษา จำคุก 2 ปี 8 เดือน และถูกตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี ในคดีปิดล้อมบ้านพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ เข้าดำเนินกิจกรรมต่างๆในพรรคเพื่อไทย โดยนายสนธิญา กล่าวว่า นายณัฐวุฒิ ซึ่งถูกตัดสิทธิทางการเมือง ได้มีการขึ้นปราศรัยในเวทีของพรรคเพื่อไทย สนับสนุนผู้สมัคร และเปิดเผยนโยบายของพรรค ด้อยค่าบุคคลอื่นแม้กระทั่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่สบาย ก็นำขึ้นไปกล่าวบนเวที
ซึ่งการที่พรรคเพื่อไทยนำโดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้นายณัฐวุฒิ มีส่วนร่วมในเวทีต่างๆของพรรค จึงเป็นการกระทำที่เข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 258 (2) ที่ระบุว่าการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองต้องมีความรับผิดชอบอย่างแท้จริงในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองและการคัดเลือกผู้มีความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต และมีคุณธรรมจริยธรรมเข้ามาเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะฉะนั้นกรณีการที่นายณัฐวุฒิ ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ไม่มีสิทธิที่จะลงคะแนนเลือกตั้ง หรือการทำประชาพิจารณ์ทั้งสิ้น แล้วมีสิทธิอะไรขึ้นไปเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง เพราะฉะนั้น
นายสนธิญา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ตนยังได้ยื่นคำร้องกรณีที่นพ.ชลน่าน ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในการปราศรัยใหญ่ที่จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2566 โดยระบุว่า "นี่คือปรากฎการณ์ใหม่ของการเมืองที่มีอดีตรัฐมนตรีช่วยวีรศักดิ์ (นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม) มีองค์การบริหารส่วนจังหวัดจ.นครราชสีมา และมีพรรคเพื่อไทย รวมเป็นแกนเดียวกัน จะนำไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งแบบแลนสไลด์"
ซึ่งปัญหาคือการที่นพ.ชลน่าน ระบุเช่นนี้ นายวีรศักดิ์ และอบจ.นครราชสีมา เป็นสมาชิกของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ โดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 28 ระบุว่าห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอมหรือกระทําการใดอันทําให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกกระทําการอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํากิจกรรมของพรรคการเมืองพรรคการเมือง และกฎหมายเดียวกันใน มาตรา 29 ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิใช่สมาชิกกระทําการใดอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํา กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ดังนั้นการกระทำดังกล่าวสามารถนำไปสู่การดำเนินการสั่งยุบพรรคกาาเมืองตามพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 92(3) ได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ยิ่งชีพ' ผุดแผนขนสำนวน 'ฮั้ว สว.' เดิน 6 ชั่วโมง บีบ 'กกต.' สั่งฟ้อง
“ยิ่งชีพ iLaw” เผยแผนกิจกรรม 13 ก.ย. เตรียมถือป้าย ขนหลักฐานสำนวนออกจากออฟฟิศย่านลาดพร้าว
บก.ปปป.ยืนยัน ไร้‘นักการเมือง’ พันโกงท้องถิ่น!
กกต.ฟันอาญาผู้สมัครสมาชิก อบจ.และนายก 99 ราย ปมรู้อยู่แล้วขาดคุณสมบัติยังสมัครชิงเก้าอี้ “บก.ปปป.” ย้ำโกงสอบท้องถิ่นไร้นักการเมืองเอี่ยว “ปชป.” ขู่เกาะติดหาตัวการใหญ่ จ่อร้อง ป.ป.ช.
'ศิริกัญญา' เชื่อ 'ภูมิใจไทย' เล่นเกมลากยาว ขวางฝ่ายค้านอภิปราย 'โกง สว.' ในสภาฯ
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เพจพรรคภูมิใจไทยออกมาโพสต์เตือนการอภิปรายรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่อาจจะกลายเป็นการซักฟอกองค์กรอิสร
'ศุภชัย' จวกฝ่ายค้านตรวจสอบหรือกดดัน กกต. ไม่ควรใช้สภาฯชี้นำคดีฮั้ว สว.
นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีการอภิปรายที่จะมาถึงของฝ่ายค้าน ตั้งคำถามว่า ‘ตรวจสอบ กกต. หรือกำลังกดดัน กกต.?’ การตรวจสอบองค์กรอิสระเป็นหน้าที่ของรัฐสภา แต่ต้องแยกให้ชัดระหว่างการตั้งคำถามต่อการทำงาน กับการชี้นำผลลัพธ์ของกระบวนการที่ยังไม่สิ้นสุด
กกต. ฟันอาญา ผู้สมัคร ส.อบจ.-นายก อบจ. 99 ราย ลงเลือกตั้งโดยขาดคุณสมบัติ
ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีการพิจารณาดำเนินคดีอาญาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ตามมาตรา 120 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นพ.ศ. 2562
'โรม' ผวาสภาโจ๊ก! อบรม 'รองฯมัลลิกา' ปรับปรุงตัวให้สมมืออาชีพ
'โรม' อบรมชุดใหญ่ เรียกร้อง 'รองฯมัลลิกา' ปรับปรุงการทำหน้าที่ประธาน ให้สมมืออาชีพ ห้องประชุมไม่ควรเรียกพี่-น้อง-ชื่อเล่น หวั่นเป็นสภาโจ๊ก แนะดูคนอื่นเป็นตัวอย่าง

