หนาว! เรืองไกรชง ป.ป.ช.สอบ 'ส.ส.-ส.ว.' โหวตนายกฯ ทั้งที่รู้มีลักษณะต้องห้าม

'เรืองไกร' ร้อง ป.ป.ช. ตั้งเรื่องสอบ ส.ส. และ ส.ว.ที่จะโหวตนายกฯ ซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 159 จะเข้าข่ายฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 234 วรรคหนึ่ง (1) หรือไม่

12 ก.ค. 2566 - นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า วันนี้ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อตั้งเรื่องตรวจสอบสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ว่าจะเข้าข่ายมีพฤติการณ์จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 (1) หรือไม่

นายเรืองไกร กล่าวว่า กรณีดังกล่าวมาจากการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้ไต่สวนความผิดตามมาตรา 151 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และต่อมามี ส.ว.บางคน ออกมาเตือนเรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรีที่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) อาจจะกระทำมิได้ เพราะจะขัดต่อมาตรา 159 ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นเหตุให้ต้องร้องไปยัง ป.ป.ช. เพื่อตั้งเรื่องตรวจสอบต่อไป ดังนี้

ข้อ 1. การที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว.กล่าวไว้ส่วนหนึ่งว่า “... ดังนั้นการทำหน้าที่ของ ส.ส.และส.ว.จะบัญญัติในรัฐธรรมนูญมาตราร 272 และ ส.ว.และ ส.ส.จะเห็นชอบบุคคลที่จะเป็นนายกฯ ตามมาตรา 159 ตรงนี้ถือว่ามีความสำคัญ ดังนั้น ส.ส.และ ส.ว.จะต้องเลือกคนที่ไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามคือการถือหุ้นสื่อไอทีวี ดังนั้นการทำหน้าที่ไม่ต้องรอศาลรัฐธรรมนูญ แต่เป็นคุณสมบัติที่มีความผิดในตัวของมันเอง ถ้าถือหุ้นสื่อก็ขัดคุณสมบัติอยู่แล้ว ส่วนเรื่องส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อหาข้อยุติที่ชัดเจน การถือหุ้นเป็นเหตุและขัดรัฐธรรมนูญ แต่ความขัดหรือไม่ขัดเกิดขึ้นแล้ว เพราะส.ส.และส.ว.ต้องทำตามรัฐธรรมนูญมาตรา 159”

ข้อ 2. การที่นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวไว้ส่วนหนึ่งว่า “... ถ้าหาก กกต.มีมติว่า ขาดคุณสมบัติส.ส. และรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิรับสมัครรับเลือกตั้งอันเป็นความผิดตาม ม.151 ด้วย”

ข้อ 3. หาก ส.ส.และส.ว. ไม่ทำตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 การกระทำนั้นก็อาจมีผลเป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง ตามมาได้ ซึ่งผลแห่งการกระทำนั้น อาจเข้าข่ายฐานเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ผู้ใดมีพฤติการณ์จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 วรรคหนึ่ง (1) ตามมาอีกด้วย

ข้อ 4. เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 วรรคสาม ประกอบมาตรา 272 วรรคหนึ่ง บัญญัติบังคับไว้แล้วว่า มติของรัฐสภาที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องกระทำโดยการลงคะแนนโดยเปิดเผย และมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของรัฐสภา
ข้อ 5. ดังนั้น การที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผู้ใดจะกระทำการให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรี โดยรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่า บุคคลมีจะให้ความเห็นชอบนั้น เป็นบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160 ทั้งนี้ ตามมติ กกต. ที่ให้ดำเนินการตามความในมาตรา 151 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผู้นั้น ย่อมอาจเข้าข่ายมีการกระทำอันฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ

ข้อ 6.กรณี จึงมีเหตุอันควรขอให้ ป.ป.ช. ทำการตั้งเรื่องเพื่อตรวจสอบผลแห่งการกระทำที่จะเกิดขึ้นตามมาดังกล่าวข้างต้นว่า มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ว่าจะเข้าข่ายมีพฤติการณ์จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 (1) หรือไม่

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พปชร.ประชุมใหญ่สามัญ ‘ตรีนุช’ นั่งหัวหน้า ลั่นพาพรรคเดินหน้าต่อ

ทำการพรรคพลังประชารัฐ ได้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 โดยมีนางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) ชุดรักษาการ และสมาชิกพรรค

'เลขาสภา' แจงไทม์ไลน์เปิดประชุมรัฐสภาเลือก 'ประธานสภา-นายกฯ'

'เลขาสภา' แจงไทม์ไลน์เปิดประชุมรัฐสภา รอจำนวน สส.ที่เหมาะสมก่อน ยอมรับ เป็นไปได้เลือกประธานสภา มี.ค.นี้ ขึ้นอยู่กับพรรคการเมืองอันดับหนึ่ง ระบุรายงานตัวช้าไม่เป็นปัจจัย

เปิดบัญชี 7 อดีต สส. 'วราวุธ' รวยสุด 765 ล้าน 'อัศวิน' จนสุด 14 ล้าน

ป.ป.ช.เปิดทรัพย์สินกรณีพ้น สส. 'วราวุธ' อู้ฟู่ 765 ล้าน 'ภราดร' มี 29 ล้าน 'สุรเกียรติ์ เทียนทอง' 254 ล้าน 'เกรียง' รวย 102 ล้าน 'ฐิติมา' 256 ล้าน 'อัศวิน' 14 ล้าน 'วุฒินันท์' อดีต สส.ประชาชน 52 ล้าน