
6 ส.ค.2566-นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กว่า สิ่งที่ “พิธา” พูดในเวทีธรรมศาสตร์ คือสิ่งที่ประชาชนล้วนพึงมีใน “การเมืองแบบปรกติ”
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา คุณ Pita Limjaroenrat – พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล ได้รับเกียรติจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้เป็นแขกรับเชิญพิเศษในฐานะศิษย์เก่าคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เข้าร่วมกิจกรรมปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ประจำปีการศึกษา 2566 โดยได้ร่วมกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “ประชาธิปไตย เสรีภาพ และความเป็นธรรม: 3 เสาหลักจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ สู่การสร้างสรรค์สังคม” ให้แก่ “เพื่อนใหม่” ชาวธรรมศาสตร์ทุกๆ คน
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมจึงต้องเป็นคุณพิธา ซึ่งสถานะขณะนี้เป็นเพียง ส.ส. คนหนึ่งที่ถูกศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ที่ได้รับเชิญไปพูดในงานดังกล่าว? ผมคิดว่าอาจเป็นเพราะว่าถ้าตอนนี้ประเทศไทยเรามีการเมืองระบอบประชาธิปไตยแบบปรกติ คุณพิธาที่ได้รับการเสนอชื่อจาก 8 พรรค 312 เสียงในสภาผู้แทนราษฎร คงได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีและตั้งรัฐบาลชุดใหม่ไปแล้ว และมันคงไม่แปลกอะไรที่มหาวิทยาลัยจะอยากเชิญศิษย์เก่าที่เป็นนายกรัฐมนตรีไปร่วมแสดงทรรศนะบางอย่างแก่นักศึกษาใหม่บ้าง
ผมคิดว่านี่คือหนึ่งในปรากฏการณ์ที่สะท้อนให้เห็นว่าสังคมไทยโหยหาที่จะกลับสู่การเมืองแบบปรกติจริงๆ เสียที นี่จึงเป็นเหตุผลที่พรรคก้าวไกลเสนอญัตติขอให้รัฐสภาทบทวนการวินิจฉัยว่าการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจะกระทำซ้ำมิได้ เป็นเหตุผลที่พรรคก้าวไกลเสนอแก้รัฐธรรมนูญยกเลิกมาตรา 272 “ปิดสวิตช์ ส.ว.” ในการเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยมีความพิสดารอยู่ในระบบกฎหมายและโครงสร้างอำนาจมากเกินไปแล้ว ถึงเวลาที่เราจะกลับมาเดินหน้าประเทศอย่างตรงไปตรงมาสอดคล้องตามเจตนารมณ์ของประชาชนจริงๆ เสียที
หรือแม้แต่สิ่งที่คุณพิธากล่าวต่อนักศึกษาใหม่ในครั้งนั้น ว่า “จิตวิญญาณธรรมศาสตร์” คือความ “อยู่ไม่เป็น” นั่นคือความเชื่อมั่นตลอดเวลาว่าคุณสามารถเป็นในสิ่งที่อยากเป็นได้ สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกใบนี้ได้ ไม่ว่าจะเรียนวิศวะ บัญชี แพทย์ หรือคณะอะไรก็ตาม สามารถร่วมสร้างสรรค์ประชาธิปไตย เสรีภาพ และความเป็นธรรมที่ดียิ่งขึ้นกว่านี้ได้ สิ่งเหล่านี้ก็ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ประชาชนทุกคนพึงมี พึงคิด พึงทำได้ในการเมืองแบบปรกติมิใช่หรือ?
สุดท้ายนี้ในฐานะศิษย์เก่าธรรมศาสตร์เช่นกัน ขอฝากไปยังเพื่อนใหม่ (ตลอดจนถึงเพื่อนนิสิตนักศึกษาจากทุกสถาบัน) ทุกท่านเสริมจากคุณพิธาด้วยว่าการสร้างความเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ได้เรียกร้องให้ต้องอยู่แต่กับเรื่องใหญ่ๆ ระดับประเทศเท่านั้น เพราะแม้แต่ภายในรั้วมหาลัยก็อาจมีเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ลองเริ่มต้นจากการสำรวจ “สังคม” และ “การเมือง” ที่อยู่ในผู้คนรอบๆ ตัวท่าน ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาด้วยกันเอง อาจารย์ บุคลากรเจ้าหน้าที่ ตลอดไปจนถึงพ่อค้าแม่ขายและคนในชุมชนรอบๆ ผมเชื่อว่าชีวิตมหาลัยของพวกท่านจะสนุกและมีสีสันมากขึ้นไม่น้อยเลยครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ทหารมีไว้ทำไม’ คำถามเก่าที่ตามหลอนพรรคส้ม!
สถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้บทบาทกองทัพและประเด็นความมั่นคง กลับมาอยู่ในความสนใจของสังคมอย่างชัดเจน
‘เท้ง’พลาดซ้ำ รีบผลัก‘ภท.’ พา‘พรรคส้ม'ผูกมัดตัวเอง
ไม่ว่าจะคิดมาดีแล้ว หรือไม่ทันระวัง การรีบประกาศว่า หากพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล พรรคประชาชนจะไปเป็นฝ่ายค้านของ ‘เท้ง’ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ถือเป็นเรื่องที่นักเลือกตั้งซึ่งมีประสบการณ์ทางการเมืองสูงไม่เลือกจะทำ
'โรม' โวยโดนปั่นกระแส 'ทหารมีไว้ทำไม' หวังดิสเครดิตเลือดตั้ง ลั่น ปชน.แค่อยากเห็นทหารอาชีพ
'โรม' เดือดซัด 'นักการเมือง' ฝั่งตรงข้าม ใช้เหตุปะทะชายแดนมาโจมตีพรรคส้ม กล่าวหา 'ปชน.' เกลียดทหาร ฉะ นักการเมือง-ข้าราชการสีเทา เอื้อประโยชน์แก๊งสแกมเมอร์-กินเงินเดือนจาก 'ฮุน เซน'
พรรค‘ปชน.’ขอโทษจากใจ วอน‘ประชาชน’ไปต่อด้วยกัน
ภาพที่หัวหน้าพรรคสีส้มทุกยุคสมัยมาปรากฏตัวพร้อมหน้าบนเวทีเดียวกันไม่ได้เกิดขึ้นให้เห็นบ่อยนัก เอาเข้าจริงอาจจะยิ่งกว่าเวทีปราศรัยใหญ่ก่อนเลือกตั้งทุกครั้งด้วยซ้ำ เพราะในกิจกรรม
'ธนาธร' กล้าพูด หาก 'พิธา' เป็นนายกฯ สถานการณ์ชายแดนจะไม่มาถึงจุดนี้เด็ดขาด
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวในกิจกรรม “ปิกนิก พรรคประชาชนพบประชาชน ขอโทษจากใจขอไปต่อด้วยกัน”

