ดร.ณัฏฐ์ ชี้คดีอดีต 44 สส.ก้าวไกล หากออกมาเป็นลบ ถูกตัดสิทธิการเมืองตลอดชีพ!

"ดร.ณัฏฐ์" ชี้ฝ่ายอนุรักษ์นิยมครองเมือง ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด อดีต 44 สส.ก้าวไกล ทำให้ "หัวก้าวหน้า" อ่อนแรง ผลคดีหากเป็นลบ ถูกตัดสิทธิการเมืองตลอดชีพ 
       
9 กุมภาพันธ์ 2569 - สืบเนื่องจาก ปปช.มีมติชี้มูลความผิดกับ อดีต 44 สส.ก้าวไกล ปม แก้ ปอ. มาตรา 112  ผู้ถูกกล่าวหาเป็นว่าที่ สส.พรรคประชาชนและอดีต กก.บห.พรรคก้าวไกล ทำให้เกิดข้อถกเถียงในวงกว้าง ผลมติ ปปช.ชี้มูล จะมีผลกระทบต่อทิศทางการเมืองไทยอย่างไร นั้น
         
ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชนชื่อดัง ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า กรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง เป็นยาแรงที่บัญญัติไว้ใน รธน..มาตรา 219 ประกอบข้อกำหนดจริยธรรม ปี 2561  โดย รธน.มาตรา 219 วรรคสอง บทบัญญัติให้ใช้บังคับกับ สส. สว.และคณะรัฐมนตรีด้วย
         
โดยบทบัญญัติ รธน.มาตรา 235 วรรคหนึ่ง (1)กรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้ปปช.เสนอเรื่องให้ศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย โดยให้นำ รธน.มาตรา 226 วรรคเจ็ด มาใช้ในการพิจารณาพิพากษาของศาลฎีกาโดยอนุโลม
           
กรณีกระทำฝ่าฝืนตามมาตรา 235 วรรคหนึ่ง(1)ผู้ใดถูกศาลฎีกาพิพากษาเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง ไม่ว่า กรณีใดๆ ย่อมถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งและสิทธิในการดำรงตำแหน่งการเมืองใดๆ ตลอดไป ตาม รธน.มาตรา 235 วรรคสี่
   
พูดภาษาชาวบ้าน คือ กรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง เป็นยาแรง ถูกประหารชีวิตทางการเมือง ไม่สามารถเล่นการเมืองต่อไปได้
   
ผลมติ ปปช.วินิจฉัยชี้มูล อดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล เป็นไปตาม พรป.ปปช.ประกอบระเบียบ ปปช.ว่าด้วยการตรวจสอบและไต่สวน พ.ศ.2561 โดย ปปช.ใช้ระบบไต่สวน เปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาหักล้างข้อเท็จจริงและแสดงพยานหลักฐานในการต่อสู้คดีได้ ประเด็น ปัญหาว่า อดีต 44 สส.พรรคก้าวไกลในอดีต ร่วมกัน ลงชื่อญัตติแก้ไข ปอ.มาตรา 112 เพื่อยื่นต่อประธานสภา แม้เป็นอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ แต่สส.ลงชื่อในญัตติ ต้องกระทำโดยสุจริตและไม่เกินขอบเขตอำนาจ เป็นตัวแปรสำคัญ ในการวินิจฉัยชี้ขาดในชั้น ปปช.และศาลฎีกา

ภายหลังชี้มูลความผิด ปปช.มีหน้าที่ส่งสำนวนพร้อมตัวผู้ต้องหาให้อัยการสูงสุดฟ้องคดี หรือแต่งตั้งทนายความฟ้องคดีต่อศาลฎีกาโดยตรงก็ได้ โดยมีกรอบระยะเวลาสั้นและฟ้องคดีลับหลังได้  หากขณะยื่นฟ้อง อดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล มีสถานะดำรงตำแหน่งสส.สังกัดพรรคประชาชน หากศาลฎีกาประทับรับฟ้องแล้ว ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

แต่ช้าก่อน ผลการชี้มูล ปปช. เป็นขั้นตอน ตาม พรป.ปปช. โดยผู้ถูกกล่าวหา ย่อมมีสิทธิต่อสู้คดีในศาลฎีกาได้อีกชั้นหนึ่ง
         
โดย รธน.มาตรา 235 วรรคหนึ่ง(1) ในการพิจารณาพิพากษาให้ศาลฎีกานำมาตรา 226 วรรคเจ็ดมาใช้โดยอนุโลม หมายความว่า ให้ใช้ระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาและให้ถือสำนวนการไต่สวนของปปช.เป็นหลัก โดยให้อำนาจศาลไต่สวนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้

ในมิติการเมือง ผลการเลือกตั้งฝ่ายอนุรักษ์นิยมชนะการเลือกตั้ง โดยพรรคภูมิใจไทย ชนะเลือกตั้งมาเป็นลำดับหนี่ง พรรคประชาชน ลำดับสองและพรรคเพื่อไทยลำดับสาม โดยมีพรรคกล้าธรรมและพรรคประชาธิปัตย์ เป็นตัวแปรหลัก “สูตรจัดตั้งรัฐบาล” ซึ่งรัฐบาลใหม่ จะมีเสถียรภาพและอยู่ยาวครบเทอมหรือไม่ ตัวแปรหลัก รวบรวมเสียงข้างมาก มิใช่เพียงแค่เสียงปริ่มน้ำ

พูดภาษาชาวบ้าน คือ การรวบรวมเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล โดยปกติ รวบรวมเสียงเกิน  250 เสียง สูตรจัดตั้งรัฐบาล แกนนำรัฐบาล ต้องรวบรวม สส. 280 เสียงขึ้นไป หากรัฐบาลมีเสถียรภาพและอยู่ยาวครบเทอม ต้องรวบรวมเสียง เกิน 300 เสียงขึ้นไป ทำให้เสียงไม่ปริ่มน้ำ
รธน.มาตรา 85 วรรคสี่ ประกอบมาตรา 121บัญญัติให้ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้ง ไม่ช้ากว่า 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง อธิบายความว่า เลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กกต.ต้องประกาศรับรอง ไม่เกินวันที่ 8 เมษายน 2569 และไม่น้อยกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ ให้เรียกประชุมสภาครั้งแรกได้

จังหวะในการใช้อำนาจ ปปช.ชี้มูล อดีต 44 ก้าวไกลหรือพรรคประชาชน หลังเลือกตั้งหนึ่งวัน โดย ปปช.หลายคนเข้าสู่อำนาจโดย สว.น้ำเงิน ฝ่ายอนุรักษ์นิยม ให้ความเห็นชอบ ผลเลือกตั้งซีกฝ่ายอนุรักษ์นิยมครองอำนาจในการจัดตั้งรัฐบาล ทำให้พรรคประชาชน แม้ชนะเลือกตั้งแลนด์สไลด์ในเขต กทม. แต่แพ้ย่อยยับในภาพรวมของประเทศ
         
หากพิจารณาถึงรายชื่อที่ถูก ปปช.ชี้มูล พบว่า เป็นว่าที่ สส.พรรคประชาชน โดยเป็นแกนนำหลัก หากพลาดพลั้ง ผลคดีออกเป็นลบ ย่อมถูกประหารชีวิตทางการเมือง
       
แม้ สส.บัญชีรายชื่อ ในลำดับอื่น จะเลื่อนขึ้นมาแทน แต่ สส.เขต กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งซ่อมใหม่โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค ทั้งสองถูกวางตัวเป็นว่าที่นายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชน ตาม รธน.มาตรา 88 ประกอบมาตรา 159หากศาลฎีกายืนตามคำสั่ง ปปช.และถูกเพิกถอนสิทธิ์ แกนนำตัวตึงฝ่ายประชาธิปไตย จะถูกกลืนหายไปจากสารบบการเมืองในยุคฝ่ายอนุรักษ์นิยมครองเมือง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส้มว่างัย! ร.อ.ธรรมนัสประกาศพร้อมร่วมงานเป็นฝ่ายค้าน

'ธรรมนัส' พร้อมร่วม ปชน. เป็นฝ่ายค้าน ก้าวข้ามความขัดแย้ง ชี้มิตรภาพการเมืองไม่จีรัง บอกยังไม่คุย 'อนุทิน' หลังถูกลอยแพ ปัดตอบสะบั้น 'ภูมิใจไทย' เหน็บถ้าไม่แข่งกันเองก็ฮั้วสิ ดับฝันปล่อยข้อมูล

ดร.ณัฏฐ์ เตือน ปปช. ขยายเวลาฟ้อง 44 อดีต สส.ก้าวไกล เสี่ยงผิดเสียเอง!

สืบเนื่อง มติ ปปช. จะครบกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ ปปช.ชี้มูลความผิดกับอดีต 44 สส.ก้าวไกล เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ครบกำหนดในวันที่ 11 มีนาคม 2569 นี้ โ

'ปชน.' ตั้งเป้าส้มยกกทม.ทั้งพ่อเมือง-สก. เปิดตัวมาว้าวแน่!

ที่รัฐสภา นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ ว่า สาเหตุที่ตนไม่ได้มารายงานตัวพร้อมกับคณะสส.พรรคประชาชนเ

เพจ BIOTHAI ชูแนวคิดแก้ปัญหาเกษตรกรรม 'พิธา' เหนือกว่า 'ศุภจี'

เพจ BIOTHAI โพสต์บทวิเคราะห์นโยบายด้านการเกษตรว่า พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นนักการเมืองต่างเส้นทาง 2 คนที่มีบ

'วัชระ' อัด ปปช. ดองคดี 'สันทัด-แสวง' ดื่มเหล้าในห้องประชุม กกต.

นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตามที่ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อพลตำรวจเอกวัชรพล ประสานราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.)เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 ร้องเรียนนายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ ตำแหน่ง กรรมการการเลือกตั้ง ว่าจัดเลี้ยงฉลองวันเกิดที่ห้องประชุมบนอาคารกกต.