นักปชต.ตัวเอ้มาแล้ว อัดนักการเมืองไร้สัจจะ คือสิ่งเลวร้ายสุดต่อประชาธิปไตย

12 ส.ค.2566 - น.ต.ศิธา ทิวารี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) โพสต์เฟซบุ๊ก ว่าเคยคิดว่า #เผด็จการ คือสิ่งที่เลวร้ายที่สุด ต่อ #ระบอบประชาธิปไตย แต่เลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมาพิสูจน์ว่า เผด็จการไม่สามารถบังคับขู่เข็ญให้คนที่ #รักประชาธิปไตย ไปกาบัตรลงคะแนนให้พวกเขาได้

เคยคิดว่าคนที่ #ใช้เงินซื้อเสียง คือผู้ที่ทำลาย #ประชาธิปไตย ลำดับรองลงมา แต่ก็พบว่า #ชาวบ้านไม่ได้กินหญ้า ต่างก็รับเงินหมา-กาพรรคอื่น ที่ตนชื่นชอบกันแทบทั้งสิ้น

วันนี้ได้เรียนรู้ว่า #สิ่งที่เลวร้ายต่อประชาธิปไตย โดย #ชาวบ้านไม่รู้เท่าทัน คือการ #ไร้สัจจะ ของนักการเมือง เพราะถึงจะรับเงินหมา-กาพรรคที่ไว้ใจ เลือกตั้งเสร็จ #ฝนตกขี้หมูไหล คะแนนถูกจับไป “เทรวม” เพื่อต่อยอดการ #สืบทอดอำนาจ ให้กับเผด็จการ ได้อยู่ดี

ขอแสดงความเสียใจต่อทุกคะแนนบริสุทธิ์ ของผู้ที่มีใจรักประชาธิปไตย ที่สูญเสียไปกับ #เทคนิคการหาเสียง จนทำให้การ #จัดตั้งรัฐบาล ในครั้งนี้เพี้ยนไปเป็น #สืบทอดอำนาจเผด็จการ ด้วยครับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มองการเปลี่ยนแปลงการปกครองสวีเดน ค.ศ. 1809 : เมืองไทยมีคณะราษฎร สวีเดนมีคณะบุคคล 1809 (1)

สวีเดนมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองสู่ระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2 ครั้ง ครั้งแรก ค.ศ. 1718 แต่อยู่ได้ถึง ค.ศ. 1772 ก็มีอันต้องสิ้นสุดลง โดยมีสาเหตุมาจากนักการเมืองเอง ส่งผลให้เกิดการเหวี่ยงตัวกลับไปสู่อำนาจทางการเมืองของพระมหากษัตริย์ แต่สวีเดนก็ไม่ได้กลับไปเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์เหมือนในครั้ง

พฤฒสภา คือ สภาปรีดี จริงหรือ ? (41)

ก่อนจะเกิดรัฐธรรมนูฉบับที่ 4 หรือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2490 เรามีรัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 คือฉบับ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475