
สว.แนะ”เศรษฐา”เร่งเคลียร์ตัวเองทุกข้อสงสัย ก่อนโหวตนายกฯบ่ายสาม ย้ำสภาสูงอยากให้ตั้งรัฐบาลสำเร็จโดยเร็ว
20 ส.ค. 2566 – นายอนุสิษฐ คุณากร สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงเรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรีของที่ประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 22 ส.ค.นี้ โดยเมื่อถามถึงว่าจะโหวตเห็นชอบให้นายเศรษฐา ทวีสิน จากพรรคเพื่อไทย เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ทาง นายอนุสิษฐ กล่าวตอบว่า ก็อยู่ที่ข้อมูลในวันโหวตนายกฯ แต่หากข้อมูลชัดเจน ก็คงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร โดยการโหวตฯ คนที่ได้รับการเสนอชื่อ แม้ไม่จำเป็นต้องมาแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมรัฐสภา แต่ที่สำคัญคือ หากมีคำถามเกิดขึ้นกับนายเศรษฐา แล้วตัวนายเศรษฐา ไม่ได้มาตอบ แล้วผลร้ายเกิดกับตัวนายเศรษฐา เขาก็ต้องรับผลนั้นไป แต่หากมีคำถาม แล้วผลร้ายไม่เกิดขึ้น โดยที่ส.ส.ของพรรคที่เสนอชื่อ (พรรคเพื่อไทย)ได้ช่วยกันชี้แจงแทนในที่ประชุม มันก็มีความเป็นไปได้ ซึ่งก็คิดว่าทางนั้น เขาก็ต้องเตรียมมา เพราะหากมีคำถามแล้ว ไม่มีการชี้แจงใดๆ เลย แล้วจะให้สว.250 คน มาอภิปรายออกความคิดเห็นฝ่ายเดียว มันก็คงแปลกๆ
ถามถึงว่าความคิดเห็นส่วนตัว เรื่องภูมิหลังการทำธุรกิจ เรื่องความโปร่งใสต่างๆ มีผลต่อการโหวตนายกฯหรือไม่ นายอนุสิษฐ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้อยู่แล้วว่า คนที่จะมาเป็นนายกฯ จะต้องทำหน้าที่อย่างไร ต้องเป็นคนอย่างไร สามารถตรวจสอบได้แค่ไหน ส่วนตัวก็ยังอยากให้นายเศรษฐา มาที่รัฐสภาด้วยในวันโหวตนายกฯ เผื่อมีอะไร ก็จะได้ชี้แจง แต่เมื่อตามข่าวบอกว่า นายเศรษฐาไม่ต้องเข้ามาที่ห้องประชุมรัฐสภา ในตอนโหวตนายกฯ ทำให้ตนก็ไม่แน่ใจว่า หากสว.มีคำถาม แล้วตัวนายเศรษฐาไม่ได้มาตอบ จะทำให้ สว.คิดอย่างไร และประชาชนที่ติดตามการถ่ายทอดสดการประชุม ที่เขาติดตามอยู่เขาจะคิดอย่างไร เพราะหากมีคำอธิบาย ก็เป็นเรื่องที่เหมาะสมที่สุดที่จะทำให้หลายคนได้เข้าใจ แต่ก็อาจเป็นไปได้ที่ นายเศรษฐา อาจจะแถลงในวันที่ 21 ส.ค.นี้ก่อนก็ได้ เราก็ต้องดูสถานการณ์
“ผมเชื่อว่าสว.เขาไม่ได้มีธงอะไร เพราะเขาก็อยากให้มีการตั้งรัฐบาล ให้ได้เร็วที่สุด แต่การโหวตเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละคน ผมคงไม่สามารถไปตอบแทนสว.คนอื่นได้”นายอนุสิษฐ กล่าว
ถามถึงกรณี ที่พรรคเพื่อไทย พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลประกาศว่า หากตั้งรัฐบาลสำเร็จ ในการประชุมครม.นัดแรก จะมีมติให้มีการทำประชามติ ถามประชาชนเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตรงนี้คิดเห็นอย่างไร นายอนุสิษฐ กล่าวว่า ตรงนี้ก็เป็นข้อห่วงใย ซึ่งข้อห่วงใยของผม น่าจะเป็นข้อห่วงใยที่ไม่ได้มีแค่เฉพาะกับสว. แต่ทั้งนักธุรกิจ นักวิชาการ ข้าราชการ ประชาชน คนไทยทั่วไป ที่เขาก็อาจคิดว่า หากจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วการแก้ไขนั้นจะไปในทิศทางไหน เพราะรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ไม่ใช่เป็นกฎหมายของพรรคการเมือง ต้องตีประเด็นนี้ให้ถูก เมื่อเข้ามาทำหน้าที่แล้ว ฝ่ายการเมือง เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งในการรักษาชาติบ้านเมือง รักษาสถาบันหลักของชาติให้ดำรงอยู่ รวมถึงการรักษาดุลยภาพในภูมิภาค รัฐธรรมนูญจึงเป็นกฎหมายที่เป็นเสาหลักของประเทศที่ประชาชนให้ความสำคัญ การเลือกเข้ามาหรือการจะตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือสสร. โดยให้มีการเลือกจากประชาชน โดยไม่มีผู้มีความรู้ความสามารถ มีความเข้าใจในบริบท ของการดูแลรักษาชาติบ้านเมือง การดูแลรักษาความมั่นคงของประเทศ มันก็จะกลายเป็นจุดอ่อน อันเป็นเรื่องที่ประชาชนคงเฝ้ามอง แต่เขาก็ได้แค่เฝ้ามอง เพราะเขาได้เลือกส.ส.เข้ามาแล้ว แต่เมื่อเลือกมาแล้ว อำนาจฝ่ายการเมือง อย่าคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของประเทศ เท่านั้นเอง แต่ต้องคิดว่าสิ่งที่ตัวเองจะทำ ต้องทำเพื่อรักษาชาติบ้านเมือง เอาความมั่นคงของรัฐเป็นตัวตั้ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิด 4 กรอบพิสดาร 'อนุฯชุด 36' ตัดตอน 'ฮั้ว สว.' ไม่ให้ถึงนักการเมือง
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ตอนที่ 4 : สร้างกรอบการประชุม เพื่อฆ่าตัดตอนไม่ให้ถึงนักการเมือง" โดยระบุว่า
'สว.ศุภโชค' สอนรัฐบาลท่องไว้อย่าเสียค่าโง่ซ้ำ ใช้เงินกู้ให้คุ้มค่า
'ประธาน กมธ.ติดตามงบฯ วุฒิสภา' เปิดข้อสังเกตแผนใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท จี้โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานต้องคุ้มราคากลาง-มาตรฐานอุปกรณ์ ต้องไม่เสียค่าโง่ซ้ำเติมปชช.และเศรษฐกิจ
ชิมลางคดีฮั้ว!กกต.ลุยฟันอาญา 1,767 ผู้สมัคร สว.รู้ตัวว่าไม่มีสิทธิยังฝืนลงสมัคร
กกต.ลุยฟันอาญา 1,767 ผู้สมัคร สว.ขาดคุณสมบัติ รู้ตัวว่าไม่มีสิทธิยังฝืนลงสมัคร เสี่ยงคุกสูงสุด 10 ปี-ตัดสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี หากเป็น สว.ต้องคืนเงินเดือนและผลประโยชน์ทั้งหมด
'เปรมศักดิ์' ชำแหละไทยพีบีเอส 19 ปีใช้ภาษีไปกว่า 4 หมื่นล้านต้องพร้อมให้สังคมตรวจสอบ!
'หมอเปรม' ชำแหละไทยพีบีเอสกลางวุฒิสภา จี้งบปีละ 2 พันล้านคุ้มค่าหรือไม่ ตั้งคำถามปม 'รับค่ารถเหมาจ่าย แต่ใช้รถส่วนกลาง' พร้อมจับตาจัดซื้อวิธีเฉพาะเจาะจง ย้ำสื่อสาธารณะต้องโปร่งใส อย่าเป็นเสียเอง
'หมอเปรม' เปิดสถิติ 20 ปี ภัยพิบัติถล่มไทย เศรษฐกิจสูญกว่า 2.2 ล้านล้านบาท
หมอเปรม เปิดสถิติ20 ปี ภัยพิบัติถล่มไทย เศรษฐกิจสูญกว่า 2.2 ล้านล้านบาท ดับ 10,549 ชีวิต “เปรมศักดิ์” ชี้ถึงเวลารื้อระบบรับมือภัย ดันกองทุนผู้ประสบภัย พร้อมผ่าตัดโครงสร้างการเงิน EMS ก่อนวิกฤตหนักกว่าเดิม
'ไอติม' ไม่สน 'ทรงศักดิ์' ฟ้องหมิ่น เปิดหลักฐานใหม่คดีฮั้ว สว.
'พริษฐ์' ไม่หวั่น 'ทรงศักดิ์' ฟ้องหมิ่นประมาท เดินหน้าเปิดหลักฐานใหม่คดีฮั้ว สว. ชี้ข้อมูลบัตรเลงคะแนนสอดคล้องโพย จี้ 'กกต.' ส่งศาลตรวจสอบ

