
นายกฯ ฟิต บินจากเชียงใหม่ประชุมยาเสพติดทันที ลั่นนั่งหัวโต๊ะแก้ปัญหาเองตามคำหาเสียง ลั่นภายใต้รบ.ยาบ้าต้องหมดไป ดึงทุกภาคส่วนร่วมทำงาน
17 ก.ย.2566 – เมื่อเวลา 13.30 น. ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ นายเศรษฐา ทวีสินนายกฯ และรมว.คลังเป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนการป้องกันปราบปรามและแก้ไข ปัญหายาเสพติด (ป.ป.ส.) มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย พ.ต.อ.ทวี สอดส่องรมว.ยุติธรรม
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดชเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นพ.โอภาสการย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นางพงษ์สวาท กายอรุณสุทธิ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมกันนี้ ยังมีนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย (พท.) นายวรชัย เหมะ อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรค พท.
โดยนายเศรษฐา กล่าวในที่ประชุมว่า ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติ ขอขอบคุณกระทรวงยุติธรรมที่ช่วยจัดการเป็นเจ้าภาพในการประชุมวันนี้ นอกจากปัญหาเรื่องปากท้องแล้วปัญหายาเสพติดที่แพร่กระจายไปทุกหย่อมหญ้าในประเทศไทยก็เป็นเรื่องใหญ่ และเป็นเรื่องที่พรรคร่วมรัฐบาลให้คำมั่นสัญญาว่า จะเป็นวาระแห่งชาติ โดยตนเองจะนั่งหัวโต๊ะ เป็นประธานในการทำให้ปัญหาเหล่านี้ ลดน้อยลง หรือหมดไปในระยะอันใกล้ ทั้งเรื่องการทำผู้เสพเป็นผู้ป่วยรักษาดูแล และส่งคืนเขากลับสู่อ้อมกอดของพ่อแม่พี่น้องของเขา ทำให้มีอาชีพที่เหมาะสม รวมไปถึงการป้องกันที่ต้นน้ำ ไม่ให้ไปเสพ ไปจนถึงระยะสุดท้ายที่เมื่อยึดยาเสพติดมาแล้ว ต้องเร่งในการเผาทำลายเพื่อตอบสังคมให้ได้
“รวมถึงการยึดทรัพย์ที่เป็นเรื่องใหญ่ ต้องเร่งทำอย่างรวดเร็ว ไม่ให้ผู้เสพมีเส้นทางการเงินที่เข้มแข็ง จนกลับมาผลิตได้อีก และปัญหาเรื่องการลักลอบนำเข้าสารตั้งต้น ซึ่งที่พูดมา ก็ครบทุกมิติแล้ว ตอนนี้เชื่อว่าทุกคนรู้ว่าเป็นปัญหาใหญ่ แต่ก็ต้องมีจุดเริ่มต้น ขอให้วันนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการมาร่วมมือร่วมใจกัน ขจัดปัญหานี้ออกจากสังคมไทย” นายเศรษฐา ระบุ
จากนั้นเวลา 14.30 น. นายเศรษฐา และคณะเดินทางต่อมายัง บริษัท อัคคีปราการจำกัน (มหาชน) เพื่อเป็นประธานพิธีทำลายยาเสพติดของกลางของ ป.ป.ส. ซึ่งเป็นการทำลายของกลางจากคดียาเสพติดจำนวน 100 คดี เป็น ยาบ้า 12,522 ก.ก. ไอซ์ 11,656 ก.ก. เฮโรอีน 418 ก.ก. ฝิ่น 179 ก.ก. คีตามีน 704 ก.ก. และสารเสพติดอื่นๆ น้ำหนักรวม25,517 ก.ก.
โดยนายเศรษฐา กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาเรื่องรัง ทุกครั้งที่ลงพื้นที่ประชาชนเข้ามาร้องเรียนตลอด รัฐบาลมีนโยบายทั้งปราบปรามและบำบัดคนที่ติดยาเสพติด พากลับมาเป็นพลเมืองของสังคม การเปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วยสังคมต้องมีส่วนร่วม ขอให้ทุกหน่วยงานทำงานใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ผู้ค้ายาเป็นอาชญากรเขาไม่กลัวติดคุก แต่กลัวการถูกยึดทรัพย์ ขอให้หน่วยเร่งดำเนินการยึดทรัพย์โดยเร็วอย่าให้เกิดการโอนถ่ายได้เพราะจะกลับมาค้าซ้ำอีก
“ เราจะทำงานใต้หลักนิติธรรม นิติรัฐ ให้ประชาชนเชื่อว่าอยากทำงานร่วมกันรัฐในการแจ้งเบาะแส รัฐบาลเอาจริงกับเรื่องนี้ปัญหายาเสพติดต้องลดลงให้ได้ใน 1 ปี รัฐบาลนี้ต้องทำให้ยาบ้าหมดไปให้ได้เหมือนที่ทุกท่านได้เห็นการทำลายในวันนี้” นายกรัฐมนตรี ระบุ
จากนั้นนายเศรษฐา ให้สัมภาษณ์กรณีประกาศกวาดล้างยาเสพติด กฎหมายที่มีอยู่ในขณะนี้เพียงพอหรือไม่ว่า ตนเองได้ให้คณะทำงานไปดู เราต้องให้ความเป็นธรรมทุกอย่างต้องถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อถามว่าในเรื่องยาเสพติด มอบหมายรองนายกฯปราบปรามอย่างไร นายเศรษฐา กล่าวว่า นายอนุทิน พูดไว้ชัดว่าการแก้ปัญหายาเสพติดการเริ่มต้นคือไม่ให้มีผู้เข้าไปเสพ ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี และต้องสร้างความเข้มแข็งในครอบครัวด้วย เราต้องดูแลในทุกมิติ ทั้งผู้เสพ ผู้ค้า กฎหมายยึดทรัพย์ บูรณาการทุกหน่วยงานทั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงหมาดไทย กระทรวงสาธารณสุข
เมื่อถามว่าการตั้งเป้าแก้ปัญหายาเสพติด 1 ปี จะเห็นผลเมื่อไหร่ นายเศรษฐา กล่าวว่าขอให้มีการประชุมหนแรกก่อนวันนี้เพิ่งตั้งคณะทำงาน
เมื่อถามว่า จะดึงทหารเข้ามาช่วงแก้ปัญหายาเสพติดหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่าแน่นอนเพราะต้องมีเรื่องการควบคุมชายแดน ตรงนี้เป็นส่วนสำคัญ เพราะการลักลอบนำสารตั้งต้นและยาเสพติดไปประเทศอื่นถือเป็นส่วนสำคัญ เมื่อถามว่าในส่วนของพืชกัญชา ที่ยังมีปัญหาอยู่ในกลุ่มโรงเรียนหรือเยาวชน จะแก้ปัญหาอย่างไร นายเศรษฐา กล่าวว่า เรายืนยันกัญชาเพื่อการแพทย์.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นายกฯ' ถก 'สมช.' กว่า 2 ชม. ยันมีมาตรการรับมือ ผลกระทบสถานการณ์ตะวันออกกลางแล้ว
นายกฯใช้เวลากว่า 2 ชม. ถก สมช. เตรียมมาตรการรับมือผลกระทบจากการสถานการณ์ตะวันออกกลาง
'เต้' ไขก๊อกแล้ว! จ่อตั้งพรรคก้าวล้ำ ทิ้งบอมบ์ 'ราเชน' สำเหนียกบุญคุณ
'เต้ มงคลกิตติ์' ยื่น กกต. ลาออกจากทางเลือกใหม่ พร้อมตั้งพรรคใหม่ 'ก้าวล้ำ' สานต่อทุกนโยบายที่เคยทำ แย้มส่งชิงผู้ว่ากทม. ทวงบุญคุณ 'ราเชน' เข้าสภาได้เพราะใคร
'คลัง' ออกเกณฑ์ใหม่ เงินทดรองช่วยผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน มีผลกับเหตุภัยตั้งแต่ 6 มี.ค.นี้
คลังออกหลักเกณฑ์ใหม่ เงินทดรองราชการช่วยผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน มีผลกับเหตุภัยตั้งแต่ 6 มี.ค.69 เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงได้รวดเร็ว โปร่งใส สอดคล้องค่าครองชีพปัจจุบัน
'ปชน.' แถลงการณ์บี้รัฐบาล ลุย 3 ภารกิจรับมือเหตุอิหร่าน
พรรคประชาชน ออกแถลงการณ์เรื่องสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง : รัฐบาลต้องเดินหน้า 3 ภารกิจเพื่อคุ้มครองและปกป้องประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยและประชาชน
ทางโล่ง! 'อนุทิน' ชี้รัฐบาลอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านไม่มีสะดุด
“อนุทิน” ย้ำ รัฐบาลปัจจุบันแก้ไขปัญหาอยู่แล้ว แค่เป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน ยืนยันไม่มีสะดุด พร้อมรับฟังทุกฝ่าย หลังผล ”นิด้าโพล“ พบคนเชียร์ให้จับแค่ ”เพื่อไทย“ ไม่ขอออกตัว รอความชัดเจนตัวเลข สส.ก่อน
'มาร์ค' หนุนท่าที 'นายกฯอนุทิน' ต่อสถานการณ์ตะวันออกกลาง ดูแลคนไทย เตรียมแผนรับมือผลกระทบศก.
อภิสิทธิฺ โพสต์สนับสนุนท่าทีของนายกฯ อนุทิน ต่อกรณีสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

