'หมอชลน่าน' ชง ครม. ตั้งข้าราชการเมืองอีกล็อต '5 อธิบดี' สัปดาห์หน้า

‘หมอชลน่าน’ ชง ครม.แต่งตั้งข้าราชการการเมืองที่ค้างอยู่ ส่วนอธิบดี 5 กรม สธ. เสนอครั้งถัดไป ไม่เกินสิ้นเดือน

18 ก.ย. 2566 – ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงวาระที่จะเสนอเข้าต่อที่ประชุมคณะมนตรีวันนี้ว่า ยังไม่มีการเสนออะไร มีเพียงการเสนอแต่งตั้งข้าราชการทางการเมือง โดยมีตำแหน่งที่ค้างอยู่ คือ ผู้ช่วยรัฐมนตรี กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี เลขารัฐมนตรีช่วย และที่ปรึกษา

เมื่อถามว่า การแต่งตั้งวันนี้เป็นอดีตผู้สมัคร สส. ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งใช่หรือไม่ นพ.ชลน่าน ระบุว่า เป็นเงื่อนไขหนึ่งที่พรรคพิจารณาให้กลับมาทำงาน แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นอดีตผู้สมัคร สส. ทุกคน ซึ่งต้องมีความรู้ความสามารถที่จะมาสนับสนุนการทำงานได้ด้วย

ส่วนการแต่งตั้งอธิบดี 5 กรม ของกระทรวงสาธารณสุข จะเข้าที่ประชุม ครม. เมื่อใดนั้น รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ไม่เกินสิ้นเดือน แต่ยังไม่ใช่วันนี้

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ไม่ตอบครับ ก่อนที่จะเดินขึ้นตึกบัญชาการ 1 ทันที.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครม.ไฟเขียว ขยายเวลาจ่ายเงินค่าปลงศพ เหตุน้ำท่วมใต้ถึง 8 มิ.ย.นี้ 

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติขยายเวลาการจ่ายเงินค่าปลงศพ ให้กับครอบครัวผู้เสี

'ภราดร' แจง พ.ร.ก.กู้เงิน รับมือวิกฤตพลังงาน ยังไม่เข้าครม. ลั่นต้องมี 'ครม.ศก.' กลั่นกรองก่อน

‘ภราดร’ เผย ยังไม่มีนำ พ.ร.ก.กู้เงิน เข้าหารือในที่ประชุม ครม.เร็วๆนี้ ระบุพ.ร.บ.โอนงบประมาณ หารือในช่วง มิ.ย. พร้อมกับร่าง พ.ร.บ.งบปี 70 ย้ำโครงการไทยช่วยไทย เฟสแรกใช้งบ 20,000 ล้านบาทก่อน เริ่ม พ.ค.นี้

นายกฯ วางกฎเหล็กงบปี 70 ตอบโจทย์นโยบาย 10 พลัส ย้ำใช้คุ้มค่าที่สุด

นายกฯ มอบนโยบายงบปี 70 วงเงิน 3.788 ล้านล้าน ย้ำทุกบาททุกสตางค์ต้องเกิดประโยชน์สูงสุด ตอบโจทย์นโยบาย 10 พลัส วางกฎเหล็กเพิ่มขึ้นไม่เกิน 20% ยันรัฐบาลยึดหลักทำงาน 3 ประการ

สธ. ลุยทำ 'ห้องปลอดฝุ่น' 10 จังหวัดเสี่ยง 2,275 ห้อง จัด 'มุ้งสู้ฝุ่น' ดูแลผู้ป่วยติดเตียง

โฆษกสธ. แจงมาตรการเชิงรุกสู้ฝุ่น PM 2.5 ตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินติดตามสถานการณ์ 24 ชั่วโมง พร้อมรุกทำห้องปลอดฝุ่น เผย 10 จังหวัดเสี่ยง มี 2,275 ห้อง ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนกว่า 2.18 แสนคน