เอาแน่! ครม.เห็นชอบแต่งตั้งกรรมการแจกเงินหมื่น ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต

3 ต.ค.2566 - นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านDigital Wallet ว่า​คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการในการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยมีองค์ประกอบ และหน้าที่และอำนาจ ดังนี้

​1. องค์ประกอบ
​(1) นายกรัฐมนตรี​​​​ประธานกรรมการ                           
​(2) รองนายกรัฐมนตรี​​​​รองประธานกรรมการ คนที่ 1 และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
​(3) รองนายกรัฐมนตรี​​​​รองประธานกรรมการ คนที่ 2​ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ​
(4) รองนายกรัฐมนตรี​​​​รองประธานกรรมการ คนที่ 3 และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
​(5) รัฐมนตรีว่าการกระทรวง​​​รองประธานกรรมการ คนที่ 4 ​ ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
​(6) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง​​กรรมการ​ (นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ)​
(7) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง​​กรรมการ​ (นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์)​
(8) เลขาธิการนายกรัฐมนตรี​​​กรรมการ
​(9) เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง​กรรมการ​ (นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล)
​(10) ปลัดกระทรวงดิจิทัล​​​​กรรมการ เพื่อเศรษฐกิจและสังคม​
​(11) ปลัดกระทรวงมหาดไทย​​​กรรมการ
​(12) ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย​​กรรมการ
​(13) เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ​​กรรมการ​ และสังคมแห่งชาติ
​(14) ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ​​กรรมการ
​(15) เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา​​กรรมการ
​(16) อัยการสูงสุด​​​​กรรมการ
​(17) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ​​​กรรมการ
​(18) ประธานกรรมการสมาคม​​​กรรมการ​ สถาบันการเงินของรัฐ
​(19) ประธานสมาคมธนาคารไทย​​​กรรมการ
​(20) ผู้ทรงคุณวุฒิด้าน Digital Wallet​​กรรมการ ​ ที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง
​(21) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเงินและการคลัง​​กรรมการ​ ที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง
​(22) ผู้ทรงคุณวุฒิด้าน Blockchain​​กรรมการ​ ที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง
​(23) ปลัดกระทรวงการคลัง​​​กรรมการและเลขานุการร่วม
​(24) ปลัดกระทรวงพาณิชย์​​​กรรมการและเลขานุการร่วม
​(25) ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง​ผู้ช่วยเลขานุการ
​(26) ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์​​​ผู้ช่วยเลขานุการ
​(27) รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร​ผู้ช่วยเลขานุการ​ ที่ได้รับมอบหมาย
​(28) ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการคลัง​​​ผู้ช่วยเลขานุการ

​2. หน้าที่และอำนาจ

(1) กำหนดนโยบายโครงการ วัตถุประสงค์โครงการ แนวทางการดำเนินโครงการหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการ และแหล่งที่มาของเงินที่จะนำมาใช้ในโครงการฯเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี

(2) กำกับ ดูแล ติดตาม และตรวจสอบการดำเนินโครงการ ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ

(3) กำกับ ติดตาม ขับเคลื่อน และเร่งรัดส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้นำนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีไปปฏิบัติ เพื่อให้การดำเนินโครงการฯบรรลุผลสำเร็จและเป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ

(4) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการฯ

(5) ติดตามและประเมินผลทั้งก่อนและหลังการดำเนินโครงการฯ เพื่อรายงานต่อคณะรัฐมนตรี

(6) รวบรวมและจัดทำรายงานผลการดำเนินโครงการฯ เพื่อให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องใช้ประโยชน์ในการเผยแพร่และสร้างการรับรู้ของประชาชน

(7) กำหนดแนวทางในการจัดการฐานข้อมูล รวมถึงดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ประมวลผล และเปิดเผยข้อมูลเพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการฯ

(8) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือคณะที่ปรึกษา เพื่อช่วยในการปฏิบัติงานได้ตามความจำเป็น

(9) เชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง และความเห็น รวมทั้งส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ โดยให้ส่วนราชการรัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของทางราชการให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินการของคณะกรรมการ

(10) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

สำหรับการเบิกจ่ายเบี้ยประชุมและค่าใช้จ่ายของคณะกรรมการ ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ. 2547 หรือตามระเบียบทางราชการ แล้วแต่กรณีโดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ส่วนการเบิกจ่ายเบี้ยประชุมและค่าใช้จ่ายของคณะอนุกรรมการ ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ. 2547 หรือตามระเบียบทางราชการ แล้วแต่กรณี โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของ สศค.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อดีต สว.' ปลุกต้านโกงเลือกตั้ง หวั่นทุ่มซื้อเสียงถอนทุนคืน

นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า หากเรายึดถือ "ความสุจริตเที่ยงธรรม" เป็นที่ตั้งเหนือสิ่งอื่นใด

'อนุทิน' ระวัง! ติดกับดักตัวเอง ปมคำถามประชามติ

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี วางกับดักตัวเอง ในการส่งคำถามประชามติของคณะรัฐมนตรี