'ก้าวไกล' มั่นใจกม.นิรโทษไม่ทำขัดแย้งรอบใหม่ ชงตั้งคกก.วินิจฉัยล้างผิดคดี 112

พริษฐ์“พริษฐ์” ยัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ไม่สร้างปมขัดแย้งเพิ่ม แต่แก้ปัญหาต้นตอ หวัง พท.เห็นด้วย ชวนเสนอยื่นประกบ แจงไม่ระบุคดี ม.112 ในร่างกฎหมาย เหตุไม่ได้เจาะจงฐานความผิดแต่เขียนกว้างๆเป็นคดีที่มีมูลเหตุจูงใจจากการเมือง เป็นหน้าที่ คกก.วินิจฉัยว่าเข้าข่ายหรือไม่

7 ต.ค.2566 - นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายชูศักดิ์ ศิรินิล รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่าร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดอันเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง ของพรรคก้าวไกล​ อาจสร้างประเด็นความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้นว่า เหตุผลของพรรคก้าวไกล​ในการยื่น พ.ร.บ.ฉบับนี้ ไม่ได้เป็นไปเพื่อเพิ่มความขัดแย้ง ณ ปัจจุบัน แต่ยื่นเข้าไปด้วยจุดมุ่งหมายในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในอดีตจนนำมาสู่การดำเนินคดีทางการเมืองจำนวนมากตั้งแต่ปี 2549 ถึงปัจจุบัน

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า เราก็ยังคาดหวังว่าพรรคเพื่อ​ไทย​น่าจะเห็นตรงกันในหลักการของการเสนอการนิรโทษกรรมทางการเมือง เพราะในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ก็มีหลายเวทีที่ตัวแทนของพรรคเพื่อไทย​ได้แสดงความเห็นชัดเจนว่าสนับสนุนให้ยุติการดำเนินคดีและการนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองในอดีต ซึ่งแม้ว่ารายละเอียดบางประการจะมีความแตกต่างกัน แต่ก็หวังว่าพรรคเพื่อ​ไทย​จะมีทิศทางสอดคล้องกับพรรคก้าวไกล​ ที่มองว่าเรื่องนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในอดีต

“ทางพรรคก้าวไกล​ยืนยันว่าการเสนอ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จะเป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง หากพรรคการเมืองอื่นเห็นสอดคล้องกันในทิศทาง แต่เห็นต่างในรายละเอียด ก็สามารถยื่นร่างนิรโทษกรรมของตัวเองมาประกบร่างของพรรคก้าวไกล​ได้ และเราจะใช้เวทีของรัฐสภาในการแลกเปลี่ยนในเชิงของรายละเอียด และหาข้อสรุปที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย” นายพริษฐ์ กล่าว

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า การเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมครั้งนี้ เป็นข้อเสนอที่ถูกเสนอโดยหลายฝ่ายทางการเมือง ไม่ใช่แค่พรรคก้าวไกล​ฝ่ายเดียว อย่างในสมัยช่วงปลายของสภาชุดที่แล้ว ก็เคยมี สส.จากพรรคการเมืองขั้วรัฐบาล เสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า การนิรโทษกรรมจะรวมถึงคดีที่เกี่ยวกับ มาตรา 112 ด้วยหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ในตัวร่างกฏหมายเราไม่ได้ระบุฐานความผิดในเชิงข้อกฎหมายข้อใดข้อหนึ่ง เพราะภายในกรอบของฐานความผิดใดความผิดหนึ่ง ก็จะมีคดีที่ทั้งมีและไม่มีมูลเหตุจูงใจจากความขัดแย้งทางการเมือง ในเมื่อเจตนาของร่าง พ.ร.บ.ของพรรคก้าวไกล​คือการนิรโทษกรรมคดีที่มีมูลเหตุจูงใจมาจากความขัดแย้งทางการเมือง และเป็นในลักษณะของการแสดงออกทางการเมือง จึงไม่สามารถระบุฐานความผิดไปในตัวของกฎหมายได้

ทั้งนี้ สิ่งที่เราจะทําคือตั้งคณะกรรมการซึ่งเป็นตัวแทนจากทุกฝ่ายมาทำหน้าที่วินิจฉัยว่ากรณีต่างๆ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2549 ถึงปัจจุบัน มีคดีอะไรบ้างที่มองว่าเป็นการแสดงออกทางการเมือง หรือมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมือง

เมื่อถามถึงกรณีที่นายชูศักดิ์ เสนอว่าควรตกผลึกให้ชัดเจนก่อนว่าอะไรคือคดีการเมือง หรืออะไรคือการแสดงออกทางการเมือง นายพริษฐ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องท้าทายที่จะระบุฐานความผิดที่จะนิรโทษกรรมไปในตัวบทกฎหมาย เพราะในทุกฐานความผิด จะมีทั้งคดีที่เข้าข่ายและไม่เข้าค่าย ซึ่งก็จะมีคณะกรรมการที่จะมาวินิจฉัยว่าคดีไหนเข้าข่ายบ้าง แต่ในตัวกฎหมายฉบับนี้ จะมีการระบุถึงบางฐานความผิดที่จะไม่ได้รับการนิรโทษกรรม ตนเข้าใจเจตนาของนายชูศักดิ์ที่ต้องการให้ทุกฝ่ายการเมืองหาข้อสรุปร่วมกัน ดังนั้นคิดว่าเวทีที่ดีที่สุดก็ควรจะเป็นรัฐสภา ดังนั้นจึงขอเชิญชวนพรรคการเมืองไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อ​ไทย​และพรรคอื่นๆ ในสภา ถ้ายังเห็นต่างในเชิงรายละเอียด ก็สามารถยื่นร่างกฏหมายมาประกบได้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิปฝ่ายค้านดีด'กธ.'เคลียร์'งูเห่า' ทดสอบคุณภาพ ตรวจสอบเชิงลึก

การที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน ได้ตัดสินใจปรับ พรรคกล้าธรรม ออกจาก องค์ประกอบวิปฝ่ายค้าน ไม่ใช่เพียงเรื่องความขัดแย้งเชิงกติกาการโหวตเท่านั้น แต่เป็นการ "ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทางการเมือง"

‘น้ำเงิน’เลี้ยงความหวัง‘กธ.’ เครื่องมือคานอำนาจ‘พท.’

‘พริษฐ์ วัชรสินธุ’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เตรียมนำเสนอรายชื่อ ‘กรรมการวิปฝ่ายค้านชุดใหม่’ ต่อผู้นำฝ่ายค้าน เพื่อเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร

'ปกรณ์' ถก คกก.สร้างเสริมสันติสุข แก้ขัดแย้ง 20 ปี ยุติคดี ลบประวัติอาชญากรรม

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข โดยมีพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงยุติธรรม และอนุกรรมการฯ เข้าร่วม