'พริษฐ์' ยื่น 5 ข้อท้วง 'โสภณ' ทบทวนบทบาทประธานสภาฯ

‘พริษฐ์’ ยื่น 5 ข้อท้วง ‘โสภณ’ ทบทวนบทบาทประธานสภาฯ ชี้ ย้อนสอนความเป็นกลาง ริดรอนอำนาจตรวจสอบ เปิดทางรัฐบาลเสียงข้างมาก

8 พฤศจิกายน 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ในจดหมายเปิดผนึกจากนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงประชาชน เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยมีการเขียนทิ้งท้ายไว้ว่าประธานสภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่ต่อสภาและประชาชนทุกฝ่าย ไม่ใช่ต่อพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง เพื่อรักษาความเป็นกลาง ความเป็นอิสระ และเกียรติภูมิของฝ่ายนิติบัญญัติ ให้สามารถทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหารได้อย่างเข้มแข็งและถูกต้องตามกฎหมาย

นายพริษฐ์ ระบุต่อว่า ตนเห็นด้วยกับประโยคนี้ แต่ตนกลับเห็นว่านายโสภณกำลังดำเนินการในอย่างน้อย 5 เรื่องที่สวนทางกับหลักการในประโยคดังกล่าว คือ 1.เห็นชอบกับแนวทางการดำเนินงานของกมธ.สามัญของสภาผู้แทนราษฎร ที่กำหนดให้การดำเนินการทุกเรื่องในคณะกรรมาธิการ เช่น การบรรจุวาระ การเชิญผู้ชี้แจง ต้องอาศัยมติที่ประชุมอย่างเคร่งครัด ซึ่งจะกระทบต่อความคล่องตัวและประสิทธิภาพของ กมธ.ในการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะในเรื่องที่มีความจำเป็นเร่งด่วน

นายพริษฐ์ ระบุด้วยว่า เปิดช่องให้ สส.รัฐบาล ซึ่งเป็นเสียงข้างมากใน กมธ.ร่วมกันลงมติสกัดกั้นไม่ให้ กมธ. ตรวจสอบเรื่องที่ส่งผลกระทบในทางลบต่อรัฐบาล แม้จะอยู่ในขอบเขตอำนาจของ กมธ. ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ซึ่งจะเป็นการทำลายกลไกตรวจสอบที่สำคัญของสภา ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 129 และสร้างความชอบธรรมให้กับร่างแก้ไขข้อบังคับของ สส.พรรคภูมิใจไทย ที่จะเข้าสู่การพิจารณาในสภาสัปดาห์นี้ โดยอาจมีการอ้างว่าเป็นการแก้ไขข้อบังคับให้สอดคล้องกับแนวทางที่ประธานสภาเห็นชอบให้ปฏิบัติ

นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า 2.ปิดประตูไม่ให้ร่างกฎหมายเกี่ยวกับการลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ ซึ่งภาคประชาชนได้มีการรวบรวมรายชื่อไปแล้ว 59,503 คน ได้เข้าสู่การพิจารณาในสภา ด้วยการวินิจฉัยว่าร่างดังกล่าวไม่อยู่ในขอบเขตที่ประชาชนสามารถเข้าชื่อเสนอได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 133 (3) เนื่องจากมีหลักการไม่เป็นไปตามหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ทั้งที่ร่างกฎหมายดังกล่าว มีการเสนอแก้ไขอัตราโทษทางอาญาในฐานความผิดที่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งอยู่ในหมวด 3

นายพริษฐ์ ระบุว่า ซึ่งประธานสภาฯ ในอดีตเคยมีการวินิจฉัยให้ประชาชนกลุ่มอื่น สามารถเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายที่เสนอแก้ไขขอบเขตความผิดเกี่ยวกับฐานความผิดอื่นในประมวลกฎหมายอาญาได้ และการวินิจฉัยให้ร่างดังกล่าวได้เข้าสู่การพิจารณาในสภา ไม่เท่ากับการที่ประธานสภาเห็นด้วยกับสาระในร่าง แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ สส. 500 คน ได้อภิปรายและพิจารณาร่วมกันว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกันร่างดังกล่าว

นายพริษฐ์ ระบุต่อว่า 3.ดองคำร้องที่ สส. พรรคฝ่ายค้าน และ สว. บางส่วน ร่วมกันเข้าชื่อเพื่อให้ประธานรัฐสภาส่งต่อให้ศาลฎีกาตั้งคณะมาไต่สวนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีที่มีการยกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยตอนนี้ผ่านมาแล้ว 155 วัน หรือ 5 เดือน นับแต่วันที่เรายื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภา ซึ่งเป็นระยะเวลาที่นาน เมื่อเทียบกับครั้งล่าสุดที่นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภาที่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานรัฐสภา ณ เวลานั้น ใช้เวลาไม่ถึง 41 วัน ในการส่งเรื่องไปที่ศาลฎีกา หลังจาก สว. มีการยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. กรณีสินบนทองคำเมื่อต้นปี 2569

“อีกทั้งยังไม่มีความชัดเจนจากนายโสภณ เรื่องกรอบเวลาที่คณะกรรมการกลั่นกรองที่ถูกตั้งขึ้นมา จะใช้ในการดำเนินการและเสนอความเห็นต่อประธานรัฐสภา จึงก่อให้เกิดคำถามว่าความล่าช้าในการพิจารณาประเด็นดังกล่าว เป็นเพราะคำร้องในเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับบุคคลในครอบครัวที่มีพระคุณต่อพรรคภูมิใจไทยหรือไม่” นายพริษฐ์ ระบุ

นายพริษฐ์ ระบุต่อว่า 4.ปฏิเสธที่จะนัดประชุมร่วมกันของรัฐสภา ซึ่งยังไม่เคยมีการประชุมแม้แต่ครั้งเดียวตั้งแต่เปิดสมัยประชุมนี้ในวันที่ 25 ส.ค. เพื่อพิจารณา 2 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ที่พรรคประชาชนเสนอเข้าสู่สภาตั้งแต่ 7-8 เดือนที่แล้ว เกี่ยวกับการเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบองค์กรอิสระ ให้ไม่เป็นอิสระจากประชาชน โดย 2 ร่างดังกล่าวมีสาระ ดังนี้ เพิ่มสิทธิประชาชนในการเข้าชื่อริเริ่มกระบวนการถอดถอนองค์กรอิสระและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และตัดดุลพินิจของประธานรัฐสภาในการปัดตกคำร้องของสมาชิกรัฐสภาหรือประชาชนที่เข้าชื่อ เพื่อขอให้ศาลฎีกาตั้งคณะมาไต่สวน ป.ป.ช. กรณีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

นายพริษฐ์ ระบุด้วยว่า 5.ปล่อยให้เกิดความล่าช้าในการตั้งคณะกรรมการบริหารหน่วยของรัฐสภาไทยสำหรับการดำเนินกิจการในเวทีรัฐสภาระหว่างประเทศ ซึ่งจะต้องถูกรับรองในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่ยังไม่มีการนัดตามข้อ 4 ซึ่งทำให้ขาดพื้นที่สำหรับทุกฝ่ายทั้ง สส.รัฐบาล สส.ฝ่ายค้าน สว. และข้าราชการสภา ในการร่วมกันหารือและวางแผนอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับการเข้าร่วม การคัดเลือกคณะผู้แทนอย่างเป็นธรรม การวางยุทธศาสตร์ในการผลักดันวาระ รวมไปถึงการยื่นร่างข้อมติ (resolution) ในประเด็นที่ไทยต้องการใช้เวทีรัฐสภาระหว่างประเทศ เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาที่คนไทยเผชิญ เช่น อาชญากรรมข้ามชาติ-สแกมเมอร์ ฝุ่นพิษข้ามแดน สารพิษในแม่น้ำ การค้ามนุษย์

“ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่านายโสภณ จะเร่งทบทวน ดำเนินการ หรือแก้ไขปัญหาทั้ง 5 ข้อ ที่ผมได้สะท้อนมาดังนี้ เพื่อให้การทำงานของสภามีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน” นายพริษฐ์ ระบุ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ฉันทานุมัติ' ประชาชน โต้ครหาน้ำเงินกินรวบ

ท่ามกลางอุณหภูมิทางการเมืองที่ร้อนระอุขึ้นทุกขณะ ฝ่ายรัฐบาลกำลังเปิดยุทธการไล่ต้อนพรรคประชาชน (ปชน.) อย่างหนักหน่วง ทั้งในมิติการโต้ตอบข่าวปลอมหรือเฟกนิวส์

'พริษฐ์' ชี้คำวินิจฉัยประธานศาลอุทธรณ์ ตอกย้ำคดีโกง สว. ต้องไม่ถูกตัดตอนแค่ 77 คน

"พริษฐ์" ลั่นคดีโกง สว. ไม่จบแค่ 77 คน ชี้คำวินิจฉัยประธานศาลอุทธรณ์เปิดทาง "ประชาชนทุกคนคือผู้เสียหาย" ฟ้อง กกต. ม.157 ได้เอง จี้สอบลึกถึงบงการสีน้ำเงิน-ตัดตอนไม่ได้

'โรม' โต้ 'ศุภชัย' ยันมติ กมธ. เรียกนายกฯ ชอบด้วยกฎหมาย ท้าเปิดชวเลขพิสูจน์ความจริง

'โรม' โต้ 'ศุภชัย' เลิกชี้นิ้วด่าคนอื่น ไม่เข้าประชุมเอง สส.ภูมิใจไทย อยู่ไม่จบการประชุม ไร้สิทธิ์เสียงโหวต ปมสั่งนายกฯ แจงสภา แพ้แล่วตีรวน ยัน มติ 7 ต่อ 0 ชอบด้วยกฎหมาย ยินดีเปิดชวเลขยัน อย่าหวังกินรวบ เปลี่ยนเป็นสภาสีน้ำเงิน ลั่นพวกเราไม่มีวันยอม

'โสภณ' ร่อนจดหมายเปิดผนึก โต้ข้อครหาเผด็จการคุม กมธ. ยันทำตามกฎหมาย ไม่ได้อุ้มฝ่ายบริหาร

"โสภณ" ร่อนจดหมายเปิดผนึก ชี้แจงแนวทางการทำงานของ กมธ. ยัน ยึดหลักนิติรัฐ ไม่จำกัดอำนาจตรวจสอบฝ่ายบริหาร

'หมอเอก' ปัด 'น้ำเงินกินรวบ' คาใจแผนส้มเลื่อนซักฟอก เปิดรับเงินบริจาค

โฆษกรัฐบาลโต้ 'ระบอบน้ำเงินกินรวบ' ซัดปธ.กมธ.บางคณะเล่นการเมืองมากกว่าทำประโยชน์ คาใจวางแผนเลื่อนซักฟอก เปิดรับเงินบริจาคเข้าพรรค ท้าโชว์ค่าใช้จ่ายมีอะไรบ้าง

ฟาด 'โสภณ' เมินส่งตัวแทนร่วมเวที APA ปล่อยเขมรพูดฝ่ายเดียว

'ภัณฑิล' เหน็บ 'โสภณ' สนใจแต่เรื่องหยุมหยิม 'ยืนเคารพธงชาติ-เต้นแอโรบิก' ไม่ยอมส่งตัวแทนร่วมประชุมสมัชชารัฐสภาเอเชีย ปล่อยกัมพูชาแจงเรื่องพระวิหารฝ่ายเดียว จี้รับผิดชอบผลการกระทำ