
11 พ.ย.2566 - นายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 12 พฤศจิกายน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง และคณะ จะเดินทางเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ครั้งที่ 30 (2023 APEC Economic Leaders’ Meeting) และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 12 - 19 พฤศจิกายน 2566 ณ นครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า โดยเอเปกเป็นเวทีพิเศษที่ไทยมีบทบาทเท่าเทียมและใกล้ชิดกับเขตเศรษฐกิจทั่วภูมิภาคโดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจมหาอำนาจ เช่น สหรัฐฯ จีน และรัสเซีย และเป็นเวทีที่ไทย มีบทบาทโดดเด่นเป็นที่ยอมรับ โดยเฉพาะความสำเร็จจากการเป็นเจ้าภาพเอเปคเมื่อปี 2565 ของไทยภายใต้หัวข้อหลัก “Open. Connect. Balance.” ซึ่งประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดีถือเป็นการรวมตัวของผู้นำแบบพบหน้า ครั้งแรกในรอบ 4 ปี และบรรลุผลลัพธ์สำคัญโดยฉันทามติท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ท้าทาย
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า การเข้าร่วมการประชุมฯ ของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ เป็นโอกาสเพื่อนำเสนอนโยบาย สร้างความเชื่อมั่น รวมถึงสานต่อผลลัพธ์ของการเป็นเจ้าภาพเอเปกของไทยในปี 2565 โดยยังจะเป็นโอกาสให้ได้พบหารือเพื่อสร้างความร่วมมือกับเขตเศรษฐกิจเอเปก และภาคเอกชนเอเปก โดยประเด็นที่ไทยผลักดัน อาทิ (1) การค้าการลงทุน ย้ำความมุ่งมั่นต่อระบบการค้าพหุภาคีที่มีองค์การการค้าโลกเป็นแกนกลาง (2) ความเชื่อมโยง ผ่านการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเป็นศูนย์กลางขนส่งในภูมิภาค เชื่อมโยงมหาสมุทรแปซิฟิกกับมหาสมุทรอินเดียผ่านโครงการ Landbridge (3) ความยั่งยืน ผลักดันการสานต่อเป้าหมายกรุงเทพฯ (4) เศรษฐกิจดิจิทัล และ (5) ความครอบคลุมและความเท่าเทียม
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวด้วยว่า ซึ่งในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีจะมีภารกิจในกรอบเอเปก ประกอบด้วย การกล่าวปาฐกถาในการประชุมสุดยอดผู้นำภาคเอกชนของเอเปก (APEC CEO Summit) การหารือในช่วงอาหารกลางวันและการหารืออย่างไม่เป็นทางการระหว่างผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกกับแขกพิเศษของประธาน การหารือระหว่างผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคกับสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปก และการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกในรูปแบบ Retreat รวมทั้ง นายกรัฐมนตรีจะร่วมกิจกรรมเพื่อสนับสนุนการค้าการลงทุนในไทยในการเดินทางครั้งนี้ด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กต. แถลงเรียกร้องทุกฝ่าย แก้ความขัดแย้งใน 'เวเนซุเอลา' โดยสันติวิธี เคารพกฎบัตรสหประชาชาติ-กม.ระหว่างปท.
ตามที่ได้เกิดสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและเวเนซุเอลาในช่วงที่ผ่านมา และเหตุการณ์เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569 นั้น
กองทัพชี้กระแสสังคมยังหนุนทหารทำศึกชายแดนแต่นานาชาติจ้องเรื่องมนุษยธรรม
ผอ.ศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ เผยรายงานประเมินกระแสในประเทศเหตุสู้รบไทย- กัมพูชาหนุน 'รัฐ–กองทัพ' สูง มองทำได้ 'เหมาะสม- ถูกทาง' ขณะนานาชาติโฟกัสประเด็นมนุษยธรรม
จีน-เมกาแห่หย่าศึก/ไทยยํ้ากัมพูชาหยุดก่อน
สองชาติมหาอำนาจ "สหรัฐอเมริกา-จีน" ช่วงชิงเป็นตัวกลางหย่าศึกไทย-เขมร
'อดีตบิ๊กข่าวกรอง' กระตุกคนไทยไม่แปรมิตรให้เป็นศัตรู ต้องชี้แจงต่างชาติให้เข้าใจสถานการณ์
นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความว่า

