
รัฐบาลไทยสั่งเตรียมอพยพด่วน เรียกประชุม สมช. 2 มี.ค. บูรณาการแผนพาคนไทยกลับบ้าน หลังสงครามตอน. กลางยังเดือด
เมื่อวันที่ 1 มี.ค.2569 รายงานข่าวจากหน่วยความมั่นคง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็ว ภายหลัง สหรัฐอเมริกา และ อิสราเอล เปิดฉากปฏิบัติการโจมตีร่วมต่อ อิหร่าน เมื่อวันที่ 28 ก.พ.69 ที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายฝ่ายจับตาผลกระทบด้านความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
รัฐบาลไทย โดย กระทรวงการต่างประเทศ ได้ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมมาตรการช่วยเหลือและอพยพคนไทยในกรณีเกิดภาวะสงครามหรือเหตุฉุกเฉิน โดยสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลในพื้นที่จะทำหน้าที่แจ้งเตือนความปลอดภัย แนะนำให้หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง เตรียมเอกสารเดินทางให้พร้อม และเปิดสายด่วน (Hotline) เพื่อสื่อสารข้อมูลอย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์ยกระดับรุนแรงขึ้น จะมีการหาพื้นที่ปลอดภัย จุดรวมพล ตามแผนฉุกเฉิน เพื่อดำเนินการอพยพออกจากพื้นที่จัดแย้งต่อไป
ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้เรียกประชุม สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในวันที่ 2 มี.ค.69 เวลา 10.00 น. เพื่อบูรณาการแผนรับมือ โดยจะสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน กระทรวงกลาโหม และ กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เร่งดำเนินการตามแผนอพยพฉุกเฉิน เพื่อนำคนไทยกลับประเทศอย่างปลอดภัย
เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เครื่องบินพาณิชย์แบบเช่าเหาลำจากประเทศที่ปลอดภัยหรือใช้สายการบินไทยเป็นหลัก โดยกองทัพอากาศได้สแตนด์บายอากาศยานแบบที่เหมาะสมกับสถาณการณ์ เพื่อรองรับภารกิจ ทั้งนี้ กองทัพอากาศจะประสานด้านสนามบิน เส้นทางบิน ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศ จะประสานให้คนไทยในพื้นที่สู้รบลงทะเบียน แจ้งความประสงค์ และนัดหมายจุดพบในพื้นที่ปลอดภัยสูงสุด ก่อนจัดเที่ยวบินเข้ารับตัวกลับประเทศไทย
ในบางกรณี อาจต้องเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนไปยังประเทศที่สาม เพื่อความปลอดภัยในการขึ้นเครื่องและลดความเสี่ยงจากการสู้รบโดยตรง
ขั้นตอนการช่วยเหลือและอพยพคนไทยจากพื้นที่สู้รบ
1.สำรวจจำนวนและรวบรวมรายชื่อตรวจสอบจำนวนคนไทยทั้งหมดในพื้นที่ ก่อนพิจารณาเช่าเหมาลำเครื่องบินไปยังประเทศที่มีสนามบินปลอดภัย เพื่อเป็นจุดพักรอรับ
2.จัดเที่ยวบินพาณิชย์เข้ารับตามจุดนัดหมายระหว่างรอการรวมพล จะใช้เครื่องบินพาณิชย์เข้ารับตัวในพื้นที่ที่กำหนด
3.เสริมกำลังโดยกองทัพอากาศ หากประเมินแล้วเส้นทางการบินมีความปลอดภัยเพียงพอ กองทัพอากาศจะจัดส่งเครื่องบินเข้ารับคนไทยที่เหลือ และลำเลียงกลับประเทศโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้รัฐบาลย้ำว่า ความปลอดภัยของคนไทยคือภารกิจเร่งด่วนสูงสุด พร้อมยืนยันการทำงานเชิงรุก ประสานทุกหน่วยงาน เพื่อให้การอพยพเป็นไปอย่างเป็นระบบ รวดเร็ว และปลอดภัยที่สุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กกร.คาด GDPไทยปี 69 เหลือโต 1.2-1.6% เซ่นพิษสงคราม
กกร.มองพิษสงครามทุบจีดีพี ไทยปี 2569 จะขยายตัว 1.2-1.6% จับตาเงินเฟ้อปีนี้แตะ 3% เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนคาดการณ์อยู่ที่ 0.2-0-7% พร้อมเตรียมชงข้อเสนอ ‘นายกฯ’ ลงทุนปรับโครงสร้างพลังงาน
'วันนอร์' เผยข่าวดี เจรจาอุปทูตอิหร่าน พร้อมอำนวยความสะดวกเรือไทย 2 ลำผ่านฮอร์มุซ
"วันนอร์" เผยหารือทูตวัฒนธรรมอิหร่าน เชื่อสงครามจบเร็วๆนี้ พร้อมขออำนวยความสะดวกเรือสินค้า 2 ลำของไทยออกช่องแคบฮอร์มุซ ด้าน อิหร่าน ยินดีให้ความร่วมมือหากไทยมีปัญหาด้านพลังงาน
TEAMG โชว์กำไร Q1/69 โตต่อเนื่อง รายได้ 631 ล้านบาท เพิ่ม 26%
TEAMG โชว์กำไร Q1/69 โตต่อเนื่อง รายได้ 631 ล้านบาท เพิ่ม 26% เผยตุน Backlog ในมือพุ่งทะยานกว่า 6 พันล้านบาท
PTGชี้ต้นทุนน้ำมันหน้าโรงกลั่นปรับตัวสูงขึ้นทำQ1/69 ขาดทุน 205 ล้านบาท
พีทีจี เผยผลงานไตรมาส 1 ปี 69 ขาดทุน 205 ล้านบาทท เหตุธุรกิจน้ำมันเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานโลกผันผวนและต้นทุนน้ำมันหน้าโรงกลั่นปรับตัวสูงขึ้น สวนทางธุรกิจ Non-Oil เติบโตต่อเนื่อง รับแรงหนุนจากธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยที่รายได้และกำไรโตมากกว่า 80% ลั่นเดินหน้าขยายขยายสาขาพันธุ์ไทยต่อเนื่อง
TWPC ยิ้มไตรมาส1/69 กำไรพุ่ง 71%
TWPC ยิ้มไตรมาส1/69 กำไรพุ่ง 71% แตะ121 ล้านบาทสูงสุดในรอบ 2 ปี มั่นใจกลยุทธ์ Transformation เห็นผลชัดเจน หนุนโดยการเติบโตของธุรกิจอาหารในเวียดนาม โมเมนตัมส่งออก และวินัยในการควบคุมต้นทุน
สงครามในตะวันออกกลาง: ความคืบหน้าล่าสุด 70% แท่นยิงขีปนาวุธอิหร่านยังใช้งานได้
หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงานเมื่อวันอังคารว่า การประเมินข่าวกรองลับของสหรัฐฯ ระบุว่าอิหร่านยังคงมีขีดความสามารถด้านขีปนาวุธจำนวนมาก โดยประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ของแท่นยิงเคลื่อนที่และคลังขีปนาวุธก่อนสงครามยังคงใช้งานได้ และได้ฟื้นฟูการเข้าถึงฐานยิงขีปนาวุธ 30 แห่งจากทั้งหมด 33 แห่งตามแนวช่องแคบฮอร์มุซ

