
“อนุทิน” หวังผุดโคราชโมเดล เดินตามรอยบุรีรัมย์ วอนประชาชนเทคะแนนให้ คว้าชัยเก้าอี้ได้ยกจังหวัด
19 ธ.ค.2564 – นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แถลงภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมว่า พรรคภูมิใจไทยมีความสามัคคี และเป็นปึกแผ่น วันนี้เราได้แสดงความพร้อมว่าจะเข้าสู่สนามเลือกตั้งได้ตลอดเวลา การประชุมครั้งนี้นอกจากเราจะมี ส.ส.มาร่วมประชุมแล้ว ยังมีผู้สมัครหน้าใหม่มาสังกัดพรรคด้วย ส่วนสาเหตุที่มาประชุมใหญ่ที่ จ.นครราชสีมา แม้เราจะมีถิ่นกำเนิดที่ จ.บุรีรัมย์ แต่เมื่อเราทำพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ จนเกิดความเจริญในทุกมิติเป็นที่ประจักษ์แล้ว ในส่วนของ จ.นครราชสีมา ซึ่งถือว่าเป็นเมืองใหญ่ มีส.ส.มากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจาก กทม.
นายอนุทิน กล่าวว่า อีกทั้งเรามีฐานการเมืองในพื้นที่โคราชที่แข็งแกร่ง เมื่อได้เป็นรัฐบาลเราก็สร้างผลงาน และมีรัฐมนตรีที่มีพื้นเพเป็นชาวโคราช ส่วนตนเองก็มีบ้านพักอยู่ที่นี่ จึงอยากช่วยกันทำงานให้โคราชเจริญ เมื่อเรามีโมเดลที่บุรีรัมย์แล้วก็อยากนำมาใช้ที่โคราชต่อไป และหวังว่าประชาชนชาวโคราชจะให้ส.ส.แก่พรรคภูมิใจไทยยกจังหวัด จากนั้น เราจะขยายโมเดลไปจังหวัดอื่นต่อไป เพื่อให้ได้ส.ส.ยกจังหวัดมากกว่าปัจจุบัน
เมื่อถามถึง กรณีทายาทส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และอดีตส.ส.จากพรรคการเมืองอื่นมาร่วมเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย คาดว่ามาจากสาเหตุอะไร นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นเพราะนโยบายที่มุ่งทำประโยชน์เพื่อประชาชน ทั้งในปัจจุบัน และอนาคต จึงทำให้คนรุ่นใหม่อยากมาขับเคลื่อนนโยบายกับเรา ซึ่งถือว่าเป็นความสวยงามของประชาธิปไตย เพราะคนในครอบครัวเดียวกันไม่จำเป็นต้องอยู่พรรคเดียวกัน แต่นำจุดแข็งของแต่ละคนมาร่วมกันพัฒนาบ้านเมือง เชื่อว่าในอนาคตจะมีบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ มาร่วมงานกับเราอีก
เมื่อถามว่า บัตรเลือกตั้ง 2 ใบกระทบพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับประชาชน แต่สมาชิกที่ร่วมประชุมพรรคในวันนี้ ยืนยันว่า ไม่ว่าจะบัตร 1 ใบ หรือ 2 ใบ ก็ไม่มีปัญหา
เมื่อถามว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคจะกวาดเก้าอี้ ส.ส.ได้จำนวนเท่าไหร่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชน
เมื่อถามอีกว่า พรรคตั้งเป้าจะเป็นแชมป์ในพื้นที่อีสานใต้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าไปวางเป้าอะไรเลย เพราะตั้งแต่ตั้งพรรคมาก็ไม่ได้วางเป้าหมาย แต่ส.ส.พรรคภูมิใจไทยทำงานหนักทุกวัน และมั่นใจในศักยภาพ จึงเชื่อว่าประชาชนจะให้โอกาสเราต่อไป ชี้ไปคนไหนคนนั้นก็คือเป้าหมาย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
6 ก.พ.นี้ ! ภูมิใจไทย จัดทัพใหญ่เวที ศูนย์ฯ สิริกิติ์ "อนุทิน" นำปราศรัยปิดโค้งสุดท้าย "เลือกพรรคภูมิใจไทย ได้มืออาชีพ พลิกโฉมเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤตโลก"
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย แม่ทัพหาเสียง กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า พรรคภูมิใจไทย จะจัดการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายในวันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่เวลา 16.30 น เป็นต้นไป จะมีการถ่ายทอดสดทาง เฟซบุ๊ก และยูทูบ พรรคภูมิใจไทย
"ภูมิใจไทย" ต้อนรับคณะผู้แทนสหภาพยุโรป สมาชิกผู้แทนรัฐ และทูตประจำประเทศสมาชิก กว่า 21 ประเทศ แลกเปลี่ยนมุมมองการเมืองไทยหลังเลือกตั้ง 69
เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่พรรคภูมิใจไทย นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เป็นตัวแทนพรรคภูมิใจไทยให้การต้อนรับคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย พร้อมด้วยสมาชิกผู้แทนรัฐ และทูตจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป รวมกว่า
โค้งสุดท้ายชัยภูมิ “ไชยชนก” ลงพื้นที่ช่วย “ไอเดียร์–สุชาดา” เลขาฯ คนทำงานจริง แม้ท้องก็ทำงานถึงวันคลอด ชูอดีตทหาร–คุมชายแดน ปราบทุนเทา ดันเทคโนโลยีพัฒนาพื้นที่
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ที่วัดศรีธงชัย บ้านโนนเหม่า ต.นางแดด อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ บรรยากาศเวทีปราศรัยโค้งสุดท้ายของพรรค ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค
“ไชยชนก” ย้ำภูมิใจไทยไม่เอากาสิโน ปราบสแกมเมอร์ทุนเทา ชี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องบ้านเมือง
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ร่วมกับ นายโกศล ปัทมะ ผู้สมัครสส. นครราชสีมา เขต 6 พรรคภูมิใจไทย และ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ผู้สมัครสส. นครราชสีมา เขต 9 พรรคภูมิใจไทย โดยมีการพบปะและพูดคุยกับประชาชนในช่วงหนึ่งระบุว่า ย้อนกลับไปพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย
เมืองนนท์คึก! 'เสี่ยหนู' เดินตลาดเช้าพระนั่งเกล้า แม่ค้าหยอก ลูกชอบท่านมาก 'อนุทิน ชินวัตร' ให้กำลังใจได้กลับมาแน่
เมื่อเวลา 06.30 น. ที่ จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่หาเสียงตลาดนัดเช้าพระนั่งเกล้า เพื่อช่วยน.ส.กัญญา
เร่งแต่งตั้งผู้ปกครองดูแลเงินบัญชี เด็ก 10 ขวบ ลูกเหยื่อเครนถล่มทับรถไฟ ห่วงไม่ได้รับความเป็นธรรม
ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ กำชับ พมจ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแต่งตั้งผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฎหมาย และดูแลบัญชีให้กับลูกชายเหยื่อเครนทับรถไฟเสียชีวิตวัย 10 ขวบ หลังกำพร้าทั้งพ่อและแม่ทั้งมีกระแสข่าวลือสะพัดเงินที่หลายฝ่ายช่วยเหลือเยียวยารวมกว่า 1 ล้านบาท ถูกถอนออกไปแล้วหลักล้าน ห่วงเด็กจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

