'สุวัจน์' แจงเหตุรับ 'สส.แจ้' ย้ายซบชาติพัฒนากล้า

“สุวัจน์” แจงยิบปม "แจ้ วุฒิพงศ์" ย้ายซบชาติพัฒนากล้า หลังก้าวไกลขับพ้นพรรคกรณีคุกคามทางเพศ ยันไม่มีอะไรต้องไปต่อรองตำแหน่ง ให้เจ้าตัวพิสูจน์ตัวเองกับพี่น้องประชาชน ส่วนประเด็นดราม่าชี้แจงต่อสาธารณะไปแล้ว ย้ำ "กรณ์" ลาออกพรรค แยกจากกันด้วยดี 

30 พ.ย.2566 - ที่จังหวัดนครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายวุฒิพงศ์ ทองเหลา ส.ส.ปราจีนบุรีสมัครเข้าพรรคชาติพัฒนากล้าว่า ทางพรรคชาติพัฒนากล้าว โดยนายทะเบียนพรรค ได้ตรวจสอบคุณสมบัติต่างๆและได้รับเข้าเป็นสมาชิกพรรคฯก็ได้แจ้ง กกต. และได้แจ้งไปยังประธานสภาผู้แทนราษฏรให้รับทราบ

ส่วนเหตุที่รับเข้ามาก็มีการติดต่อและสมัครมาที่พรรคฯและเราก็ดูในเรื่องคุณสมบัติโดยนายทะเบียนพรรคฯได้ตรวจสอบว่ามีคุณสมบัติถูกต้องและคิดว่ารัฐธรรมนูญก็ได้กำหนดเอาไว้ให้หาพรรคใหม่สังกัดภายใน 30 วัน ฉะนั้นตนก็คิดว่าก็เป็นโอกาสของนายวุฒิพงศ์ ในการที่จะมาทำงานที่พรรคชาติพัฒนากล้า เพื่อพิสูจน์ผลงานให้กับพี่น้องประชาชนได้เห็นและทำงานตามแนวทางนโยบายต่างๆของพรรคชาติพัฒนากล้า

ส่วนที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์และกลัวประเด็นดราม่าของแฟนคลับพรรคชาติพัฒนากล้าก็มีจำนวนมากนั้น นายสุวัจน์ กล่าวว่า เรื่องนี้ก็ได้พูดคุยและได้รับทราบว่านายวุฒิพงศ์ ได้ชี้แจงต่อสาธารณะไปแล้ว และสิ่งต่างๆที่ได้เกิดขึ้นนั้น เกิดมาก่อนที่จะมาอยู่กับพรรคชาติพัฒนา และในส่วนนั้นก็ไม่ได้มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับพรรคชาติพัฒนากล้า แต่อย่างใด ฉะนั้นก็คิดว่าเป็นโอกาสที่นายวุฒิพงศ์จะได้พิสูจน์ตนเองในการทำงานให้พี่น้องประชาชนเห็น

ตอนนี้พรรคชาติพัฒนามี ส.ส.รวมเป็น 3 คน ส่วนจะมีเรื่องตำแหน่งจะมีหรือไม่หรือต่อรองอะไรนั้น ไม่มีอะไร ไม่ได้ไปคุยอะไรกับใครทั้งสิ้น ไม่ได้เกี่ยวข้องในเรื่องอะไรทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าเมื่อมาสมัครที่พรรคแล้วตรวจสอบคุณสมบัติตามข้อบังคับพรรคที่เกี่ยวข้องก็ถือว่าเมื่อนายทะเบียนยืนยันว่าการตรวจสอบคุณสมบัติทุกอย่างถูกต้องก็เท่านั้น ไม่ได้ไปมีมุมอื่น ไม่มีอะไรทั้งสิ้น

ผู้สื่อข่าวถามถึงนายกรณ์ได้ลาออกจากหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ล่าสุดลาออกจากสมาชิกพรรคฯด้วย กรรมการบริหารพรรคฯด้วย จะมีการเคลียร์ใจกันบ้างหรือไม่ นายสุวัจน์ ตอบว่า จริงๆนายกรณ์ พอเลือกตั้งเสร็จ ตอนเลือกตั้งนายกรณ์ เป็นหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า พอเลือกตั้งเสร็จเราได้มา 2 เสียงและหลังเลือกตั้งนายกรณ์ ก็มาแจ้งกับตนว่า จะขอลาออกจากหัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรค โดยตอนนั้นจะออกทั้ง 2 ตำแหน่งเลย ตนได้บอกกับท่านว่าเพิ่งเลือกตั้งเสร็จ อยากให้ท่านอยู่ต่อไปอีกสักระยะหนึ่งก่อน เหมือนกับเป็นขวัญเป็นกำลังใจ เราก็ทำงานร่วมกันมา ถ้าจะออกก็ออกจากหัวหน้าพรรคตำแหน่งเดียวก่อน สมาชิกพรรคเอาไว้อีกสักระยะหนึ่งแล้วกัน แล้วท่านอยากจะออกอะไรไม่มีปัญหา ซึ่งท่านก็ได้อยู่เป็นสมาชิกพรรคอีกต่อมา 2-3 เดือน ซึ่งเมื่อวานตนก็ได้พูดคุยกันแล้วก็รับทราบ ก็เป็นไปตามเรื่องเดิม เพราะเรื่องเดิมก็แสดงวัตุถประสงค์แล้ว และไม่ได้เกี่ยวกับการรับสมาชิกมาเพิ่ม เพราะได้คุยกันไว้แล้ว

ตอนนั้นท่านบอกว่าเมื่อผลการเลือกตั้งเสร็จและผลการเลือกตั้งได้มา 2 เสียงท่านก็คิดว่าอยากที่จะยุติบทบาทการทำหน้าที่ทางการเมืองไว้ชั่วขณะหนึ่งก่อนและท่านขอคิดอะไรอีกสักหน่อยทำนองนั้น ตนก็ได้บอกว่าถ้าอย่างนั้นเรื่องสมาชิกพรรค ก็อย่าเพิ่งก็แล้วกัน เมื่อวานก็ได้พูดคุยกันแล้วและก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องอื่นๆ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ภูมิธรรม' ย้ำสัมพันธ์พรรคร่วม แข็งแรงแน่นเปรี๊ยะ พร้อมอวยพรวันเกิดสุวัจน์เพื่อนเก่า

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหลังจากร่วมรับประทานอาหารกลางวัน และอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 69 ปี ของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า ว่า วันนี้ต้องมาร่วมความแสดงความยินดี

เบิร์ธเดย์ 69 ปี 'สุวัจน์' คึกคัก! 'เศรษฐา-อุ๊งอิ๊ง' ร่วมอวยพร

วันเกิด 69 ปี 'สุวัจน์' คึกคัก! นายกฯ หอบแจกันดอกไม้อวยพร ขอให้เป็นเสาหลักการเมืองไทย 'อุ๊งอิ๊ง' ใส่เฝือกอ่อนขาขวาร่วมงานด้วย

‘สุวัจน์’ ชี้เปรี้ยง ‘อุ๊งอิ๊ง’ เหมาะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อจาก ‘เศรษฐา’

8 ม.ค.2567 - ที่จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงการมองการเมืองปีมังกรทอง 2567 ว่า เมื่อสองวันที่ผ่านมาการเมืองถือว่าเป็นบรรยากาศที่ดีที่สภาให้ความเห็นชอบงบประมาณสำหรับปี 2567 จำนวน 3.48

'สุวัจน์' แนะนายกฯโฟกัสหารายได้เพิ่มให้ประเทศ ใช้ประสบการณ์ทางธุรกิจผลักดันผลงาน

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า(ชพก.) ประเมินผลการทำงานของรัฐบาล 3 เดือนว่า รัฐบาลพยายามทำงานในสิ่งที่สัญญากับประชาชนไว้ตอนเลือกตั้ง โดยเฉพาะปัญหาเฉพาะหน้า เช่น เศรษฐกิจระยะสั้น การตรึงราคาค่าไฟ ค่าน้ำมัน หนี้นอกและในระบบเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนให้ดี