21 สส.ปชป. เข็น 'เฉลิมชัย' นั่งหัวหน้าพรรค

21 สส. ประชาธิปัตย์เห็นพ้องเข็น 'เฉลิมชัย' นั่งหัวหน้าพรรค ระบุประสานได้ทุกฝ่าย เตรียมทาบ 2 แดนดิเดตร่วมงาน ลดความแตกแยก

7 ธ.ค.2566 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 16.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) มีการประชุมสส. นำโดยนายเดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายชัยชนะ เดชเดโช รักษารองเลขาธิการพรรค โดยนัด สส.กลุ่มเพื่อนเฉลิมชัย 21 คน มาหารือ เพื่อวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ของพรรค

โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกครื้น นายเดชอิศม์ นั่งประกบคู่กับนายชัยชนะ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าการหารือครั้งนี้ขาดบุคคลสำคัญ เช่น นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และนายสรรเพชญ บุญญามณี เนื่องจากเป็นคนละกลุ่มและไม่ได้รับเชิญ

ต่อมาเวลา 16.30 น.นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ส่วนใหญ่เป็นห่วงสถานการณ์พรรคว่าจะเกิดวิกฤตเหมือนกับการประชุมใหญ่วิสามัญสองครั้งที่ผ่านมาหรือไม่ และหารือเรื่องอื่นๆซึ่งผลสรุปว่าพวกเราจะไปเชิญนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน มาเป็นหัวหน้าพรรค แต่นายเฉลิมรับจะรับหรือไม่ ไม่ทราบ ซึ่งเป็นมติเอกฉันท์ของสส.

เมื่อถามว่านายเฉลิมชัยเคยประกาศว่าจะไม่เล่นการเมืองอีก นายประมวลกล่าวว่า พวกเราส่วนใหญ่จะไปบังคับนายเฉลิม ขอร้องให้เข้ามาช่วยแก้วิกฤต เพราะนายเฉลิมชัยสามารถประสานได้ทุกฝ่าย และจะขอเชิญนายนราพัฒน์ แก้วทอง และน.ส.วทันยา บุนนาค เข้ามาร่วมงานด้วย เพื่อไม่ให้พรรคแตก

ถามว่าหากนายเฉลิมชัย ไม่รับข้อเสนอนี้จะมีแนวทางอย่างไรต่อไป นายประมวล กล่าวว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นก็จะหารืออีกรอบว่าจะทำอย่าไรให้พรรคเดินต่อไปข้างหน้าได้ ถ้าแตกก็ให้แตกน้อยที่สุด และคิดว่าวันที่ 9 ธ.ค.นี้จะได้หัวหน้าพรรค.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ กกต.ยึดพยานหลักฐานคดีฮั้ว สว. ‘เส้นเงิน-โพย’ ชี้ชะตา 229 ผู้ถูกกล่าวหา

“ดร.ณัฏฐ์” ระบุคดีฮั้ว สว.ที่อยู่ระหว่างการวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ กกต. ต้องยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในสำนวนเป็นหลัก โดยเฉพาะ “เส้นเงิน” และ “โพย” ที่เชื่อมโยงการกระทำเป็นขบวนการ พร้อมย้ำผู้ถูกกล่าวหา

นายกฯ ปัดตอบมั่นใจอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ บอกทำให้ดีที่สุด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประเมินผลงานรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้แจ้งในที่ประชุมครม.หรือไม่ว่า ไม่ได้บอก มันเป็นสิทธิของตน ถ้าจะทำก็ทำเลย ไม่ได้หมายถึงอะไรทั้งนั้น ความแตกต่างของการเป็นนายกฯก็ตรงนี้แหละ