'แกนนำแดง' ตีปาก 'พ่อส้ม' วิจารณ์รัฐบาลเพื่อไทย ระวังเป็นฝ่ายค้านยาว 8 ปี

“พายัพ” เตือน “พิธา” หยุดดีแต่พูด วิจารณ์รัฐบาลเพียงหวังผลประโยชน์การเมือง อาจพาก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน 8 ปี ยันรบ.ทำงานหนัก 3 เดือน ลั่น ที่ผ่านมาแค่เร่งสางปัญหาจากยุคประยุทธ์ก็เก่งแล้ว

16 ธ.ค.2566 - นายพายัพ ปั้นเกตุ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคก้าวไกล ที่ออกมาวิพากษ์วิจารย์ผลงานรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ว่า ตอนพรรคก้าวไกลอยากเป็นรัฐบาล มากราบอ้อนวอนให้พรรคเพื่อไทยร่วมรัฐบาล แตกต่างกับตอนนี้มากชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ ตอนนั้นอ่อนน้อมถ่อมตนพูดจาดีเรียบร้อย ให้สัมภาษณ์ชมว่าพรรคเพื่อไทยดีมีผลงานแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชนได้ผล นำพาประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง พรรคก้าวไกลจจึงมาเชิญพรรคเพื่อไทยร่วมจัดตั้งรัฐบาลตามเจตจำนงของประชาชน แต่พอพรรคก้าวไกลไม่ได้เป็นรัฐบาลและต้องไปเป็นฝ่ายค้านก็ออกมาตำหนิติเตียนรัฐบาลเศรษฐา สารพัดว่าไม่ดีไม่เหมาะสม ไม่เป็นไปตามที่แถลงนโยบายต่อรัฐสภาไว้ ทั้งๆ ที่รัฐบาลปัจจุบันเป็นรัฐบาลผสมมีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ ไม่ใช่เป็นรัฐบาลพรรคเดียว การจะทำอะไรตามนโยบายของเพื่อไทยทั้งหมดจึงไม่ได้ และจำเป็นจะต้องฟังพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ด้วย

นายพายัพ กล่าวว่า ปัญหาที่สะสมจากรัฐบาลชุดที่แล้ว 8-9 ปี ก็มีอยู่มาก ทั้งหนี้สิน ทั้งเงินกู้ต่างประเทศ ปัญหาการส่งออกและการแข่งขันกับต่างประเทศ ปัญหาเรื่องของคดีเหมืองทอง ปัญหาการซื้อเรือดำน้ำ ยังไม่รวมกลไลการบริหารราชการแผ่นดินที่ถูกวางไว้แน่นหนาทั้งระบบ รัฐบาลต้องทำความเข้าใจปัญหาทุกอย่างทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ซึ่งเพิ่งผ่านมาเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้นแต่รัฐบาลก็แก้ไขปัญหาหลายอย่างไปมากแล้ว นายกรัฐมนตรีก็ออกเดินสายทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อรับทราบปัญหาและหาทางแก้ไข โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชน รัฐบาลมุ่งลดรายจ่าย เพิ่มรายได้และขยายโอกาสให้ประชาชน พยายามแก้ไขปัญหาหนี้สินทั้งระบบ เร่งปราบยาเสพติดอย่างเด็ดขาด แต่ก็ยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งเพื่อให้ทุกอย่างลงตัวกว่านี้ เชื่อว่ารัฐบาลจะนำนโยบายต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับประชาชนออกมาขับเคลื่อนได้มากขึ้น ส่วนโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาทขณะนี้ก็คืบหน้าไปมาก รัฐบาลได้ส่งเรื่องถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อพิจารณาแล้วคาดว่าในเดือนพ.ค. ปี 2567 ก็คงเริ่มโครงการได้

“รัฐบาลเพิ่งทำงานมาได้เพียงแค่ 3 เดือนนายพิธา ควรใจเย็น และขอให้เชื่อว่าคนไทยทุกฝ่ายล้วนแต่เป็นห่วงประเทศชาติบ้านเมืองและประชาชนกันทั้งนั้น รัฐบาลกำลังเร่งทำงานในทุกด้าน อย่าพยายามวิพากษ์วิจารณ์เพียงเพราะหวังประโยชน์ทางการเมืองฝ่ายเดียวมากจนเกินไป ไม่เช่นนั้นพรรคก้าวไกลอาจต้องเป็นฝ่ายค้านไป 8 ปี” นายพายัพ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'จาตุรนต์' ชี้เงินกู้ 4 แสนล้าน เครื่องวัดวิสัยทัศน์ 'ผู้นำ' ข้องใจใช้ครบตอบโจทย์วิกฤตจริงไหม

สส.อ๋อย บอกเงินกู้ก้อน 4 แสนล้านจะเป็นเครื่องวัดผู้นำ มองเห็นวิกฤตของโลกและของประเทศแค่ไหน มีวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 จริงหรือไม่

เพื่อไทย แถลงการณ์เสียใจกรณีรถไฟชนรถเมล์ พร้อมร่วมทุกฝ่ายถอดบทเรียนไม่ให้โศกนาฏกรรมเกิดซ้ำอีก

พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์กรณีอุบัติเหตุร้ายแรงบนถนน บริเวณแยกมักกะสัน โดยระบุว่า พรรคเพื่อไทยขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์รถไฟบรรทุกสินค้าชนรถโดยสารประจำทาง รถยนต์และรถจักรยานยนต์ บริเวณทางรถไฟมักกะสัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

'จาตุรนต์' จี้นายกฯพูดให้ชัดจริงใจแก้ รธน. อย่าให้สังคมมองรัฐบาลเล่นตุกติก

นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ผลประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีประชาชนเห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถึง 21.6 ล้านเสียง แต่ปรากฎว่าหนึ่งในร่างที่ ครม. ถูกตีตกไปคือร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีคำชี้แจงของนายกรัฐมนตรีระบุว่า เรื่องนี้ไม่ใช่นโยบายแต่เป็นคำสั่งของประชาชน หากท่านมองว่าเรื่องนี้ใหญ่กว่านโยบายจริงก็ต้องตอบให้ชัดว่ารัฐบาล

'จุลพันธ์' ย้ำจุดยืนเพื่อไทย แก้ รธน. ทุกฝ่ายยอมรับได้ ชี้เวลานี้แก้ปากท้องสำคัญที่สุด

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีจุดยืนของพรรคเพื่อไทยยังเดินหน้า

'เพื่อไทย' กำชับ สส. ห้ามแตกแถว อภิปรายหนุน พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน

ที่รัฐสภา มีการประชุมพรรคเพื่อไทย นำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม รองหัวหน้าพรรค และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรค