โฆษกรัฐบาล ซูฮก นายกฯ เก่ง ดันผลงาน มกราคม 67 ส่งออกข้าวได้เพิ่มขึ้น 43.96 %

6 ก.พ.2567- นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ติดตามสถานการณ์การส่งออกข้าวของไทย พร้อมมุ่งพัฒนาคุณภาพพันธุ์ข้าวไทย โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มอัตราการส่งออกข้าวในปี 2567 ให้ได้ในจำนวน 7.5 ล้านตัน พร้อมจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ข้าวไทยในตลาดต่างประเทศ ต่อยอดสู่การซื้อขายระหว่างรัฐกับรัฐ (G to G) เพื่อผลักดันศักยภาพตลาดข้าวไทย

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากข้อมูลการส่งออกข้าวของกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา พบปริมาณการส่งออกข้าว 1,122,358 ตัน เพิ่มขึ้นถึง 43.96 % เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยในปี 2567 นี้ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ได้ตั้งเป้าหมายการส่งออกข้าวไทยที่ 7.5 ล้านตัน โดยปัจจัยต่อการคาดการณ์ตัวเลขดังกล่าว ได้แก่ ผลผลิตข้าวของไทยที่คาดว่าจะลดลงจากปีก่อนเนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญ และการส่งออกที่เผชิญกับการแข่งขันและความท้าทายด้านต่างๆ เช่น สภาพภูมิอากาศ อุปทานของข้าว และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น

รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดหาแนวทางและมาตรการเพื่อรับมือความท้าทายดังกล่าว เช่น การพัฒนาพันธุ์ข้าวให้ทนทานต่อโรคและแมลง ลดต้นทุนการใช้สารกำจัดศัตรูพืชและปุ๋ย เพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้มากขึ้น การค้นหาตลาดค้าข้าวแห่งใหม่เพิ่มเติม และการทำสัญญาซื้อขายระหว่างรัฐกับรัฐ (G to G) โดยรัฐบาลมีแผนจะเดินทางไปเชื่อมความสัมพันธ์เพื่อขยายตลาดค้าข้าวกับแอฟริกาใต้ ฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งถือเป็นตลาดข้าวที่สำคัญอันดับต้น ๆ ของไทย

นอกจากนี้ ยังได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าข้าวผ่านการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าที่สำคัญ ซึ่งในปี 2567 นี้จะมีการจัดกิจกรรม งานประชุมข้าวนานาชาติ Thailand Rice Convention (TRC) 2024 ช่วงเดือนพฤษภาคม 2567 โดยจะได้พูดคุยแลกเปลี่ยนในประเด็นของสถานการณ์การค้าข้าว เจรจาธุรกิจ พร้อมทั้งมีกิจกรรม TRC สัญจร เพื่อลงพื้นที่ให้ข้อมูลสถานการณ์ความต้องการข้าวในตลาดโลกให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว เสริมสร้างความรู้และศักยภาพของเกษตรกร ให้สามารถผลิตข้าวได้คุณภาพตรงกับความต้องการของตลาด รวมถึงจัดกิจกรรม Thai Rice Roadshow เพื่อประชาสัมพันธ์ข้าวไทยในตลาดจีนด้วย

“ตามแนวทางการทำงานที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดให้รัฐบาลส่งเสริมและผลักดันการส่งออกข้าวไทย ได้รับกระแสตอบรับร่วมงานกันอย่างบูรณาการกับภาคเอกชน และนายกฯ ได้กำหนดยุทธศาสตร์การทำงานให้รักษาตลาดเดิม เพิ่มตลาดใหม่ ให้ไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกข้าวที่สำคัญของโลก รวมถึงมุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพข้าว การประชาสัมพันธ์คุณภาพข้าวไทย จัดกิจกรรมส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ผู้ขายข้าว รวมถึงผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ ได้มาพบปะกัน เป็นโอกาสสำคัญในการเปิดตลาดข้าวจากกลุ่มเกษตรกรโดยตรง เพื่อให้เงินทุนหมุนเวียนสู่พี่น้องเกษตรกร” นายชัย กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครม. ไฟเขียวยกเลิกระเบียบสำนักนายกฯ 8 ฉบับ ปฏิรูปกฎหมายให้ทันสมัย ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการยกเลิกระเบียบที่ไม่เหมาะสมแก่กาลสมัย ซึ่งสอดคล้องกับคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ที่ได้แถลงไว้เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

โฆษกรัฐบาล สรุปภาพรวมด้านการต่างประเทศเพื่อคนไทยในรอบสัปดาห์

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการดำเนินงานด้านการต่างประเทศที่สำคัญของรัฐบาลในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้มีการผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างการลงทุน การค้า การจ้างงานและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ควบคู่กับการเสริมสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ข้ามแดนอย่างเป็นรูปธรรม

ครม. เห็นชอบ วาระแห่งชาติด้านพลังงาน เผยมาตรการบรรเทาผลกระทบค่าไฟฟ้า

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบในหลักการวาระแห่งชาติด้านพลังงาน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่ผันผวน และส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ครม. ไฟเขียวเงินอุดหนุนรายปี 'สภาองค์กรของผู้บริโภค' 344 ล้านบาท

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบกรอบวงเงิน การขอรับการจัดสรรเงินอุดหนุนเป็นรายปี เป็นการจ่ายขาดให้แก่สภาองค์กรของผู้บริโภค