'โฆษกฯ' ยกก้น นายกฯ ทำงานหนัก 6 เดือน เริ่มเห็นผล

20 ก.พ.2567- นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในโอกาสครบ 6 เดือนการทำงานของรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐบาลได้ประเมินการทำงานที่ผ่านมาพบว่า มีความสำเร็จเห็นเป็นดอกผล จากการทำงานอย่างหนัก วางแผน กำหนดนโยบายด้วยทีมงานที่เข้าใจการทำงาน และเข้าใจชีวิตประชาชนอย่างแท้จริง จึงเชื่อมั่นว่านโยบายเหล่านี้จะประสบผลสำเร็จทำให้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้นอย่างแท้จริง

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้กำหนดนโยบายในการวางรากฐานอนาคตให้กับคนไทย กรอบระยะสั้น กระตุ้นการใช้จ่าย ลดหนี้เกษตรกร เพิ่มราคาสินค้าเกษตรเพื่อเกษตรกร ควบคุมสินค้าเถื่อนที่ลักลอบเข้าประเทศไทย เพื่อจุดเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจให้กลับมาเติบโต รวมทั้งเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของประชาชนอย่างเร่งด่วนและรวดเร็ว ซึ่งในส่วนของระยะกลางและระยะยาว คือเสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย สร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชนทุกคน โดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำอย่างต่อเนื่องว่า ส่วนไหนทำได้ก็จะดำเนินการส่วนนั้นก่อนเพื่อแบ่งเบาภาระ เพิ่มประโยชน์แก่ประชาชนทุกกลุ่ม

นายชัย กล่าวว่า โดยหนึ่งในนโยบายเร่งด่วน คือ การแก้ปัญหาหนี้สินให้กับประชาชนที่กว่า 2 เดือนที่รัฐบาลดำเนินการแก้ปัญหา โดยตั้งแต่เปิดรับลงทะเบียน “หนี้นอกระบบ” เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2566 มียอดผู้ลงทะเบียนกว่า 140,000 ราย รวมยอดมูลหนี้กว่า 9,800 ล้านบาท ผลจากการเข้าไกล่เกลี่ยทำให้มูลหนี้ลดลงกว่า 670 ล้านบาท ส่วนของ “หนี้ในระบบ” มีความคืบหน้าในทุกกลุ่มลูกหนี้ทั้ง 4 กลุ่ม ซึ่งนายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่าปัญหาหนี้สินของประชาชนจะต้องจบภายในรัฐบาลนี้

นายชัย กล่าวว่า และในขณะเดียวกัน รัฐบาลก็เดินหน้าเต็มพิกัดทุกเครื่องจักรกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อชีวิตที่ดีกว่าให้กับประชาชน อาทิ 1. ฟื้นระบบ สร้างบรรยากาศการลงทุน โดยนายกรัฐมนตรีเชิญชวนให้เกิดการลงทุนในประเทศเชิงรุกให้พร้อมรองรับอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจยุคใหม่ผ่าน 5 นโยบายสำคัญ ได้แก่ 1) ส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Transformation) 2) พัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยี (Technology Development) 3) พัฒนาและดึงดูดบุคลากรทักษะสูง (Talent Development & Attraction) 4) ส่งเสริมการลงทุนในรูปแบบคลัสเตอร์ (Cluster-based Investment) และ 5) อำนวยความสะดวกด้านการลงทุน (Ease of Investment) ควบคู่กับการผลักดัน 5 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ โดยในปี 2566 ที่ผ่านมา ยอดตัวเลขทั้งโครงการขอรับการส่งเสริมการลงทุนและเงินลงทุนเติบโตอย่างต่อเนื่อง จำนวนถึง 2,307 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนกว่า 848,318 ล้านบาท

  1. เร่งการเจรจากรอบความร่วมมือทางการค้าระหว่างประเทศ (FTA) ที่ไทยมี roadmap 26 ฉบับ มีแล้ว 15 ฉบับ (ล่าสุด FTA ไทย – ศรีลังกา) เร่งเจรจาเพิ่ม 11 ฉบับ

นายชัย กล่าวว่า 3. เพิ่มความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวทั้งเจรจาเพื่อยกระดับหนังสือเดินทางไทย (Passport) ให้สามารถเดินทางได้หลายประเทศ/ดินแดนมากยิ่งขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า หรือ visa free ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว อาทิ คาซัคสถาน ไต้หวัน และอินเดีย รวมถึงวีซ่านักธุรกิจญี่ปุ่น 30 วัน และล่าสุดได้ยกเว้นวีซ่าระหว่างไทย – จีน เป็นการถาวร โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567 เป็นต้นไป สนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยว รวมทั้งอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะการยกระดับท่าอากาศยานทั่วประเทศให้มีประสิทธิภาพ ให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้เต็มศักยภาพ จนทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวสะสมประจำเดือนมกราคม 2567 (ทั้งเดือน จำนวน 31 วัน) เพิ่มเป็น 3,035,296 คน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปี 2566 ถึง 42% โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวชาวจีน เพิ่มเป็น 508,563 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่าของปีที่แล้ว (ปี 2566 เดือนมกราคมมีนักท่องเที่ยวจีนจำนวน 91,841 คน) คาดว่าจะสร้างรายได้จากการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ย่างมาก ถือเป็นผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมในการดำเนินการของรัฐบาลที่ผ่านมา

“นายกรัฐมนตรี ดำเนินการทำงานทุกด้านอย่างสอดประสาน ทั้งแก้ปัญหาในประเทศ ดึงปัจจัยสนับสนุนจากต่างประเทศ เชื่อมั่นว่าทำงานมา 6 เดือน แก้ปัญหาให้ประชาชนทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่องจนเห็นผลสำเร็จบ้างแล้ว โดยมุ่งมั่นจะทำให้ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนดีขึ้น ซึ่งขณะเดียวกันก็พร้อมยินดีรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเสียงความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาให้ได้ทางออกที่ดีที่สุดกับพี่น้องประชาชน” นายชัย กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครม. ไฟเขียวยกเลิกระเบียบสำนักนายกฯ 8 ฉบับ ปฏิรูปกฎหมายให้ทันสมัย ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการยกเลิกระเบียบที่ไม่เหมาะสมแก่กาลสมัย ซึ่งสอดคล้องกับคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ที่ได้แถลงไว้เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

โฆษกรัฐบาล สรุปภาพรวมด้านการต่างประเทศเพื่อคนไทยในรอบสัปดาห์

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการดำเนินงานด้านการต่างประเทศที่สำคัญของรัฐบาลในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้มีการผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างการลงทุน การค้า การจ้างงานและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ควบคู่กับการเสริมสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ข้ามแดนอย่างเป็นรูปธรรม

ครม. เห็นชอบ วาระแห่งชาติด้านพลังงาน เผยมาตรการบรรเทาผลกระทบค่าไฟฟ้า

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบในหลักการวาระแห่งชาติด้านพลังงาน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่ผันผวน และส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ