‘ราเมศ’ แย้ง ‘วิโรจน์’ ถ่วงดุลโดยศาลรธน. ยึดกฎหมาย แนะไม่ทำผิดอย่ากลัว

10 มี.ค.2567-นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงกรณีนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ระบุประเด็นพรรคก้าวไกลจะเสนอญัตติด่วนขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาขอบเขตอำนาจศาลรัฐธรรมนูญว่า ในประเด็นนี้หลักการสำคัญในระบบประชาธิปไตยได้มีการแบ่งแยกอำนาจกันอย่างชัดเจนฝ่ายบริหารฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ แต่ละฝ่ายมีหน้าที่ตามครรลองในระบบประชาธิปไตย ศาลรัฐธรรมนูญถือได้ว่าเป็นองค์กรที่ใช้อำนาจในทางตุลาการย่อมถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสามอำนาจอำนาจหลัก นายวิโรจน์อย่าเข้าใจหลักการผิดไปเพราะจะทำให้การตั้งต้นในการวิพากษ์วิจารณ์ผิดไปจากหลักความถูกต้อง

“อำนาจตุลาการในการพิจารณาพิพากษาคดีมีรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดและมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย วิธีการพิจารณาคดี กรอบอำนาจหน้าที่มีกำหนดไว้ค่อนข้างชัดว่ามีคดีประเภทไหนบ้างที่ศาลรัฐธรรมนูญสามารถจะรับไว้พิจารณาวินิจฉัย และที่สำคัญศาลรัฐธรรมนูญไม่สามารถหยิบยกข้อเท็จจริงใดขึ้นมาเพื่อพิจารณาวินิจฉัยเองได้โดยลำพังหากไม่มีผู้ยื่นคำร้องเพื่อให้มีการตีความวินิจฉัย ซึ่งทุกคดีที่ผ่านมาถ้าศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ก็มีหลายคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับไว้พิจารณา คดีไหนที่อยู่ในอำนาจก็มีการพิจารณาวินิจฉัยและแน่นอนที่สุดว่าเมื่อมีการพิจารณาวินิจฉัยแล้วย่อมมีทั้งผู้ชนะและผู้แพ้คดีแต่ทั้งหมดคือกระบวนการยุติธรรมที่ทุกฝ่ายต้องน้อมรับ หลายคดีที่พรรคก้าวไกลชนะ และที่แพ้คดีก็มีซึ่งการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญพอพรรคก้าวไกลชนะก็พึงพอใจแต่เมื่อมีคดีที่แพ้ ก็จะมีกระบวนการทำลายความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญ”

นายราเมศ กล่าวว่า ทุกคดีที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติถ้าได้ศึกษาคำวินิจฉัยอย่างละเอียดแล้วจะเห็นว่า เหตุอันเป็นที่มาที่นำไปสู่คำวินิจฉัยเกิดขึ้นมาจากการกระทำฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติเองทั้งสิ้น ศาลรัฐธรรมนูญไม่สามารถไปก้าวก่ายแทรกแซงโดยสั่งให้ฝ่ายบริหารหรือฝ่ายนิติบัญญัติ กระทำการสิ่งใดซึ่งเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารหรือฝ่ายนิติบัญญัติโดยเฉพาะและที่สำคัญเมื่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนดกฎเกณฑ์กติกาไว้หากฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติไม่นำพาต่อกระบวนการที่กฎหมายกำหนดก็เป็นความชอบธรรมที่ศาลรัฐธรรมนูญจะได้พิจารณาวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวถูกต้องหรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญ จึงมีความสำคัญ เป็นองค์กรตุลาการที่ทำหน้าที่ให้หลักประกันความเชื่อมั่นแก่องค์กรทุกฝ่ายรวมถึงประชาชนว่า เมื่อใดก็ตามที่บทกฎหมายและการทำหน้าที่รวมถึงการใช้อำนาจขององค์กรใด ๆ ที่ก่อให้เกิด ปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มีผลกระทบกระเทือนต่อ สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญของประชาชน ย่อมถูกหยิบยกขึ้นมาโต้แย้งและหาข้อยุติในกระบวนการทางตุลาการได้ เพื่อความเป็นธรรม โดยการยื่นคำร้องเข้าสู่ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัย

“ในเรื่องนี้ผมจึงเห็นต่างจากพรรคก้าวไกล และคิดได้อย่างเท่าทันว่า ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินคดีที่เกี่ยวข้องกับพรรคก้าวไกล ก็เริ่มต้นทำลายความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญก่อน และหากผลคดีไม่เป็นคุณต่อพรรคก้าวไกลก็จะใช้การกระบวนการทั้งหมดเป็นเงื่อนไขว่าพรรคก้าวไกลเป็นผู้ถูกกระทำ นี้คือความเลวร้ายในหลักคิดทางการเมืองที่จะทำให้บ้านเมืองวุ่นวายในอนาคต การเสนอญัตติด่วนขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาขอบเขตอำนาจศาลรัฐธรรมนูญและขอบเขตอำนาจนิติบัญญัติ เชื่อว่ามีการตั้งธงไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในประเด็นที่หยิบยกขึ้นมาพิจารณา ซึ่งที่กล่าวว่าศาลรัฐธรรมนูญก้าวก่ายฝ่ายนิติบัญญัติ ระวังฝ่ายนิติบัญญัติจะไปก้าวล่วงศาลรัฐธรรมนูญเสียเอง”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'กรณ์' ชี้ 'มาร์ค' ไม่เอาทุนเทา กล้ากำหนดเกมใหม่ ขอประชาชนเลือกประชาธิปัตย์ให้มากที่สุด

นายกรณ์ จาติกวณิช แคนดิเดทนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวปราศรัยว่า การกลับมาครั้งนี้ มาในจังหวะที่เราไม่มีอะไรจะเสีย ทำให้ไม่กลัวที่จะพูดความจริง

'วิโรจน์' ปราศรัยชูปฏิรูปทหาร-ตำรวจ-ศาล ลั่นรัฐบาลประชาชนจะพา 'ปวีณ' ที่ลี้ภัยกลับบ้าน

"วิโรจน์" ประกาศถึงเวลาปฏิรูปตำรวจ-ทหาร ต้องไม่มีใครใช้ดาวบนบ่าทำร้ายใคร ลั่นเรารู้ทหารมีไว้ทำไม จะส่งเสริมทหารที่ดียังไง มีแค่พรรคประชาชนช่วยทหารชั้นผู้น้อย ไม่เหมือนบางพรรคที่โหนกระแส เรียกคะแนนนิยม

'สกลธี' อ้อนคนกรุงเลือก ปชป. 2 ใบ ทุกคะแนนไม่ตกน้ำ ขอเสียงให้มากพอสร้างบ้านเมืองสุจริต

นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นปราศรัยถึงการนำพรรคของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งสามารถนำพรรคให้กลับเข้ามาอยู่ในกระแสหลักได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายในเวลานี้ ส่วนหนึ่งเพราะทุ่มเท ทำทุกอย่าง

'อภิสิทธิ์' สวน 'อนุทิน' ปราศรัยด้อยค่า ปชป. ชี้คนเป็นผู้นำต้องพร้อมแข่งขัน กล้าถูกตรวจสอบ

พรรคประชาธิปัตย์ จัดปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. ภายใต้ชื่อ "ทางรอดที่ปลอดภัย ไว้ใจอภิสิทธิ์" โดยภายในงานมีการนำเสนอนโยบายของพรรคฯทั้ง 27 นโยบาย นอกจากนั้นยังมีการนำกาสสีฟ้าที่เขียนข้อความพรรค และเขต มาเป็นเพราะให้ประชาชนนำไปถ่ายรูปกับสแตนดี้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

ลุยทุกพื้นที่! 'ภัคเมศฐ์' ผู้สมัคร สส.สมุทรสาคร ปชป. ลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย ขอโอกาสคนรุ่นใหม่

บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย เอก-ภัคเมศฐ์ ธีระศิลาเวทย์ ผู้สมัคร สส. หมายเลข 2 พรรคประชาธิปัตย์ ยังคงเดินหน้าลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พบปะพี่น้องประชาชนในทุกชุมชน ทุกซอย และทุกพื้นที่ของเขตเลือกตั้ง พร้อมทีมงานที่ร่วมเดินเท้าเข้าถึงประชาชนอย่างใกล้ชิด

เลือกคนขับ ต้องมีเบรก 'ประชาธิปัตย์' ในสมการอำนาจหลัง 8 กุมภา

การเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังเดินมาถึงช่วงตัดสิน อีกไม่นานประเทศไทยจะรู้ผลว่า พรรคใดได้ที่หนึ่ง ใครเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และใครจะถูกเสนอชื่อขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี