'เอกนัฏ' พร้อมหนุนญัตติเพื่อไทย ถามศาลรธน. บรรจุวาระแก้รธน. แต่ต้องไม่แตะหมวด 1,2

"เอกนัฏ" อภิปราย หนุนถามศาล รธน. แต่ขอเพื่อไทยวางหลักประกัน ไม่แตะหมวด 1-2 แก้รายมาตรา ป้องรัฐธรรมนูญ 60 ไม่ใช่ผลพลอย รปห. ชี้หากแก้เกือบทั้งฉบับจะเสียของดี

29 มี.ค.2567 - ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา มีวาระพิจารณาญัตติเรื่องขอให้รัฐสภามีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา และขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยว่ารัฐสภาจะบรรจุวาระแก้ไขเพิ่มเติมที่มีบทบัญญัติให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยยังไม่มีผลประชามติ ได้หรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (2) ของนายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยและคณะเป็นผู้เสนอ

เวลา 13.25 น. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อภิปรายว่า เห็นด้วยกับญัตติ จะได้หายสงสัยในกระบวนการ ว่าต้องทําอย่างไร และไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอย่างไร ก็น้อมรับคําตัดสินทุกประการ อย่างไรก็ตาม หัวใจสําคัญของเรื่องดังกล่าว ไม่ใช่การทําประชามติ แต่เป็นวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

นายเอกนัฏ กล่าวว่า เข้าใจว่าเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ มีสมาชิกหลายคนไปให้คํามั่นสัญญาไว้ในช่วงหาเสียง ซึ่งตนไม่ติดใจ แต่ต้องขอเตือนสติว่า หากเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญเกือบทั้งฉบับ นอกจากจะใช้เวลานานแล้ว ยังมีความเสี่ยง และสิ้นเปลืองงบประมานมาก ดังนั้น หากยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตัดการทําประชามติไป 1 ครั้ง ก็จะช่วยประหยัดงบประมาณไป 3,250 ล้านบาท อาจจะเป็นข่าวดีก็ได้ อย่างไรก็ตาม หากถอยกลับมาทบทวนการแก้รัฐธรรมนูญ ไม่จําเป็นต้องยกร่างใหม่ทั้งฉบับ เพราะร่างที่ใช้ในปัจจุบัน ก็มีสิ่งดีๆที่ควรรักษาไว้ หากมีปัญหาที่ต้องแก้ไข ก็สามารถเสนอแก้ไขได้ทันที ไม่ต้องทําประชามติให้เสียเวลาและงบประมาณ

นายเอกนัฏ กล่าวว่า เข้าใจว่ามีสมาชิกหลายคน ยังกังวลกับวาทกรรมเผด็จการประชาธิปไตย และมองว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นผลพลอยจากการรัฐประหาร จึงขอยืนยันว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เกิดขึ้นจากคณะกรรมการที่มาจากผู้มีประสบการณ์ มีความสามารถ เป็นอิสระจากการเมือง และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และยังได้รับการเห็นชอบจากการทําประชามติ โดยประชาชนทั่วประเทศกว่า 15 ล้านเสียง ดังนั้น วาทกรรมดังกล่าวจึงไม่เป็นความจริง

นายเอกนัฏ กล่าวทิ้งท้ายว่า ส.ส.รทสช.ทุกคน ยินดีโหวตให้ญัตตินี้ แต่หากจะเดินหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเช่นนี้ ตนจะยังยึดจุดยืนเดิมที่เคยประกาศไว้ คือไม่แตะหมวด 1 และ หมวด 2 รวมถึงไม่กระทบกระบวนการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ก็ขอให้ผู้เสนอญัตติ วางหลักประกันให้เรามีความไว้วางใจ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฮั้วสว.ถึงมือกกต.ชุดใหญ่

“แสวง” เผยคดีฮั้ว สว.ถึงมือ กกต.ใหญ่แล้ว ยันผลเลือกตั้งแบบ สส. 5/18 ครบ 100% แล้ว “ไอลอว์” จี้เปิดผลนับคะแนนเลือกตั้ง-ประชามติรายหน่วย “ยิ่งชีพ” ขู่คดีฮั้วหาก กกต.สั่งไม่ฟ้องเจอร้องแน่

'นิกร' ชงรัฐบาลรีเซต จัดทำ รธน.ใหม่ ชี้ร่างของฝ่ายค้านเอากลับมามีปัญหาแน่

"นิกร" แนะเซตซีโร่ แก้รัฐธรรมนูญ เสนอภูมิใจไทยจัดทำร่างฉบับใหม่ ส่วนร่างที่ค้างสภาฯเป็นของฝ่ายค้าน หากเอากลับมาจะมีปัญหาแน่นอน แจงรัฐบาลไม่รีบเพราะมีปัญหาเร่งด่วน ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาแก้ รธน.

'กรณ์' ย้ำ 3 ประเด็น ปกป้องวินัยการคลัง ไม่ให้เศรษฐกิจไทยล่มสลาย เตรียมยื่นศาลตัดสิน พรก.กู้เงิน

นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เช้านี้ผมให้ข้อมูลเพิ่มเติมกรณีพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยความชอบด้วยกฎหมายของการออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

จับตา! กกต. จ่อถก 'คดีฮั้ว สว.' ลุยสางเรื่องร้องเลือกตั้ง สส. ให้จบ

'แสวง' เผยคดี 'ฮั้ว สว.' ถึงมือ กกต.ใหญ่แล้ว แจงเร่งสางคำร้องเลือกตั้ง สส. ให้สิ้นกระแสความ ท้าเปิดชื่อจังหวัด-หน่วยที่อ้างคะแนนไม่ครบ

ปชน. มีมติส่งศาลรธน. ตีความ พรก.กู้เงิน 'เท้ง' อ้อมแอ้มไม่อยากขยายขอบเขตอำนาจศาล

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าวถึงจุดยืนของพรรคประชาชนต่อกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติ ออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่า ที่ประชุมพรรคประชาชนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งมีการหารือกันอย่างรอบคอบแล้วเห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลทำนั้น

กู้ 4 แสนล้านบาท! โจทย์ของชาติ ต้องไม่ถูกลากเป็นเกมการเมือง

ประเทศไทยกำลังยืนอยู่ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกันหลายด้าน ทั้งค่าครองชีพที่สูงขึ้น ต้นทุนการผลิตที่ขยับขึ้น และราคาพลังงานที่กดทับต้นทุนของแทบทุกภาคส่วน ตั้งแต่ภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม ไปจนถึงร้านค้ารายย่อยในชุมชน