รัฐบาล ฉุนฝ่ายค้านเล่นเกมการเมือง ขู่ยึดคืนเวลาซักฟอก ม.152 ลั่นไม่ได้แน่ 22 ชม.

‘รัฐบาล’ จ่อ ยึดเวลา ‘ฝ่ายค้าน’ ซักฟอกม. 152 คืน หลังแหกมติวิป ขู่ไม่ได้แน่ 22 ชม. ย้ำ ต้องอภิปรายในกรอบไม่หลอกด่าฟรี-ไม่มีองครักษ์พิทักษ์ใคร

1 เม.ย.2567-นายสรวงศ์ เทียนทอง สส.สระแก้ว และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับมือญัตติอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือ หรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยไม่มีการลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ระหว่างวันที่ 3-4 เม.ย.นี้ว่า พรรค พท.ไม่มีองครักษ์พิทักษ์ใครทั้งสิ้น แต่ฝ่ายค้านก็ต้องอภิปรายให้อยู่ในกรอบการสอบถามหรือแนะนำการทำงานของรัฐบาล ไม่ใช่การตีกินทางการเมืองหรือหลอกด่าฟรี ซึ่งพวกตนจะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นแน่นอน หากจะยื่นอภิปรายก็ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจไปเลย

ถามว่าหากมีการอภิปรายพาดพิงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรค พท. เตรียมรับมืออย่างไรบ้าง นายสรวงศ์ กล่าวว่า ทั้ง 2 ท่านเป็นบุคคลภายนอกไม่ได้อยู่ในที่ประชุมที่จะมาชี้แจงได้ ฉะนั้น การกล่าวถึงบุคคลภายนอกที่ไม่จำเป็นก็เป็นดุลพินิจของประธานในที่ประชุมว่าจะจัดการอย่างไรและต้องควบคุมการประชุม

เมื่อถามถึง กรณีที่น.ส.แพทองธารให้สัมภาษณ์ว่าให้ข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับนายทักษิณกับ สส.ของพรรค พท.แล้ว ได้รับข้อมูลอะไรบ้างหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ไม่มีอะไรแปลกใหม่ เป็นข้อมูลที่พวกเรารู้กันตามหน้าสื่อมาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นการกลับมา การรับโทษ อาการป่วยของท่าน แต่หากจะมีการโยงไปถึงเรื่องอื่นๆ เราคงยอมไม่ได้ เพราะไม่เกี่ยวกับการบริหารประเทศของรัฐบาล ย้ำว่าท่านเป็นบุคคลภายนอก ไม่สามารถมาชี้แจงในที่ประชุมได้

ซักว่าหากมีการอภิปรายพาดพิงจริงๆ สมาชิกพรรค พท.ก็จะชี้แจงใช่หรือไม่ รองปธ.วิปรัฐบาลกล่าวว่า ใช่ เรายึดตามข้อบังคับข้อ 9 คือประท้วงให้ประธานในที่ประชุมควบคุมการประชุม และตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 คือการซักถามข้อเท็จจริงกับครม. รวมถึงข้อ 69 หากมีการพูดจาเสียดสีหรือเอ่ยถึงบุคคลภายนอกหากไม่จำเป็นก็ประท้วงได้ ทั้งนี้ ทางพรรค พท.เราไม่ได้กำหนดตัวบุคคลว่าใครจะเป็นคนประท้วงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของ สส. ซึ่งหากไม่จำเป็นก็ไม่อยากให้ประท้วง แต่หากมีการอภิปรายนอกประเด็นพวกเราก็ยอมไม่ได้ อีกอย่างคือเรื่องของกรอบเวลา

”สิ่งที่เกิดขึ้นจากการตกลงของวิปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เราต้องมาจัดเวลาใหม่ การอภิปรายในมาตรา 152 ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายค้าน รัฐบาลก็สามารถอภิปรายได้ แต่เราให้เกียรติกันเพราะฝ่ายค้านเป็นผู้ยื่น เราจึงให้เวลาเขาไปเต็มที่ แต่สิ่งที่เขาทำเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาแสดงว่าเขาไม่ได้เคารพการพูดคุยของวิปเลย ฉะนั้นวันพรุ่งนี้ (2 เม.ย.) ช่วงบ่าย นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 จึงได้เรียกวิปฝ่ายค้านและรัฐบาลมาพูดคุยกันอีกครั้ง เพื่อพูดคุยเรื่องกรอบเวลาว่าเราจะเอาจำนวน สส.หารเลย เพราะตามเดิมฝ่ายค้านจะได้เวลาทั้งหมด 22 ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาลมีประมาณ 4-5 ชั่วโมง ขณะที่ประธานมี 2 ชั่วโมง แต่ผมได้มีการพูดคุยในวิปรัฐบาลแล้วว่าหากฝ่ายค้านเล่นเกมการเมืองกันเช่นนี้ เราก็ต้องคุยกันใหม่ไม่มีทางที่คุณจะได้ 22 ชั่วโมงแล้วแน่นอน”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กกร.หนุนรัฐใช้'นโยบายมุ่งเป้า'พร้อมเร่งลงทุนเศรษฐกิจใหม่

กกร. ชี้ต่างชาติยังเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย สนับสนุนรัฐใช้นโยบายแบบ ‘Targeted Policy’ เพิ่มประสิทธิภาพการคลัง พร้อมเร่งลงทุนเศรษฐกิจใหม่

ลุ้นข่าวดีอีก! 'สีหศักดิ์' แย้ม กลาโหมโอมาน ประสานขอรายชื่อเรือไทย ผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

‘สีหศักดิ์‘ เผย ‘กลาโหมโอมาน’ประสานไทยส่งรายชื่อเรือไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลัง‘เรือ SCG’ผ่านได้อย่างปลอดภัย

'อนุทิน' รูดซิปปากเลี่ยงตอบสื่อ พยักหน้ารับ ปมเล็งขยายเพดานหนี้เงินกู้สาธารณะ จาก 70% เป็น 75%

นายกฯ ทำท่ารูดซิปปาก เลี่ยงตอบสื่อ บอกขอไปเชียงใหม่ก่อน’ พยักหน้ารับ ปมเล็งขยายเพดานหนี้เงินกู้สาธารณะจาก 70% เป็น 75%

'ภราดร' แจง พ.ร.ก.กู้เงิน รับมือวิกฤตพลังงาน ยังไม่เข้าครม. ลั่นต้องมี 'ครม.ศก.' กลั่นกรองก่อน

‘ภราดร’ เผย ยังไม่มีนำ พ.ร.ก.กู้เงิน เข้าหารือในที่ประชุม ครม.เร็วๆนี้ ระบุพ.ร.บ.โอนงบประมาณ หารือในช่วง มิ.ย. พร้อมกับร่าง พ.ร.บ.งบปี 70 ย้ำโครงการไทยช่วยไทย เฟสแรกใช้งบ 20,000 ล้านบาทก่อน เริ่ม พ.ค.นี้

นายกฯ วางกฎเหล็กงบปี 70 ตอบโจทย์นโยบาย 10 พลัส ย้ำใช้คุ้มค่าที่สุด

นายกฯ มอบนโยบายงบปี 70 วงเงิน 3.788 ล้านล้าน ย้ำทุกบาททุกสตางค์ต้องเกิดประโยชน์สูงสุด ตอบโจทย์นโยบาย 10 พลัส วางกฎเหล็กเพิ่มขึ้นไม่เกิน 20% ยันรัฐบาลยึดหลักทำงาน 3 ประการ

รบ.เตรียมออก พรก.กู้เงิน 5 แสนล. 'ปกรณ์' ลั่นจำเป็นเร่งด่วนรับมือวิกฤตซ้ำซ้อน พลังงาน-ซุปเปอร์เอลนีโญ

‘ปกรณ์’ เผย รัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้าน ชี้จำเป็นเร่งด่วนรับมือวิกฤตซ้ำซ้อนทั้งจากราคาพลังงานสูง-ซุปเปอร์เอลนีโญที่ไทยจะต้องเผชิญ ส่วนเรื่องการขยายเพดานหนี้สาธารณะกระทรวงการคลังจะเป็นฝ่ายสรุปอีกครั้ง