
‘เท้ง’ ชง 5 มาตรการแก้ปัญหามลพิษน้ำข้ามพรมแดน ถึง ‘อนุทิน’ ก่อนพบ ‘มิน อ่อง หล่าย’ แนะมอบ ‘สีหศักดิ์’ รับผิดชอบหลัก ฝ่ายค้านติดตามความคืบหน้าทุกไตรมาส
3 ส.ค. 2569 – นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ต้นเดือนสิงหาคมนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะพบปะกับพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลเมียนมา ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำที่ถูกระบุว่าเป็นที่ตั้งของเหมืองแร่ทองคำที่ปล่อยสารพิษลงสู่แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง แม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำกระบุรี ทำให้คนไทยที่อยู่ปลายน้ำได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า แม้การพบกันครั้งนี้ไม่ทันท่วงทีต่อความเดือดร้อนของประชาชน แต่มีความสำคัญในฐานะหมุดหมายของการแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำข้ามพรมแดนที่นับถึงวันนี้เรื้อรังเข้าสู่ปีที่ 2 ซึ่งตนเห็นว่ามีอย่างน้อย 5 ข้อที่เราควรคาดหวังจากการหารือของ 2 ผู้นำ คือ 1.การรับทราบข้อมูลมลพิษในแหล่งน้ำระหว่างประเทศทุกสายร่วมกัน โดยทางการเมียนมาต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสถานการณ์ปัญหาและสาเหตุของปัญหามลพิษดังกล่าวอย่างชัดเจน
2.การยกระดับกลไกการทำงานร่วมกันที่มีประสิทธิภาพ ในการตรวจสอบและติดตามสถานการณ์มลพิษร่วมกันอย่างโปร่งใส รวมถึงกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม เพราะที่ผ่านมาคณะทำงานระหว่างไทยกับเมียนมายังไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมแต่อย่างใด เพราะขาดกลไกในการเก็บข้อมูลและทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง
3.การกำหนดขอบเขตพิกัดของพื้นที่การทำเหมืองแร่ ที่มีความเสี่ยงในการทำให้เกิดมลพิษทางน้ำของแม่น้ำทุกแหล่ง เพื่อวางแผนในการดำเนินการควบคุมกำกับการทำเหมืองแร่ และปรับปรุงให้คุณภาพของแหล่งน้ำดีขึ้น ตามกลไกในข้อ 2
4.ฝ่ายไทยควรแจ้งมาตรการตามกฎหมายแร่ และมาตรการทางศุลกากร ที่จะนำมาใช้ในการควบคุมและจำกัดการนำเข้าแร่จากทางเมียนมา หากไม่มีการดำเนินการแก้ไขปัญหามลพิษจากพื้นที่ตามข้อ 3 อย่างจริงจัง และ 5. การตกลงร่วมกันในการยกระดับการแก้ไขปัญหาเรื่องมลพิษทางน้ำข้ามแดน ในเวทีระหว่างประเทศ ทั้งในระดับอาเซียน และในคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง และกลไกคณะกรรมการล้านช้างแม่โขง
“พรรคประชาชนหวังว่าการพบกันของผู้นำทั้งสองประเทศครั้งนี้จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำข้ามพรมแดนอย่างเร่งด่วนและจริงจังทั้ง 5 ข้อข้างต้นเป็นผลลัพธ์ขั้นต่ำที่ประชาชนสมควรคาดหวังได้ โดยรัฐบาลควรมอบหมายรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้รับผิดชอบหลัก และพรรคประชาชนจะติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาทุกไตรมาส” นายณัฐพงษ์ ระบุ
ส่วนการดำเนินการอื่นๆ เพื่อความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย-เมียนมานั้น พรรคประชาชนหวังว่า นายกรัฐมนตรีจะกำชับแนวทางและกลไกการทำงานตามพื้นที่ชายแดนระหว่างไทยกับเมียนมา เพื่อป้องกันและปราบปรามการก่ออาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสแกมเมอร์ การค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ และการลักลอบขนส่งสินค้าหนีภาษี สินค้าผิดกฎหมายอย่างจริงจัง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สส.ผู้หิวโหยซัด สว.ใช้งบ 714 ล้านฟอกขาวตัวเองเป็นประชาธิปไตย
'ภัณฑิล' ซัด สว.ใช้งบ 714 ล้านฟอกขาวตัวเองเป็นประชาธิปไตย แต่ไม่เคยฟังเสียง ปชช. แซะมีแต่คำว่า 'โกง–สีน้ำเงิน' ปูดตั้งกระทู้ในสภา ต้องจ้างคนนอกมาวิเคราะห์ 1 ล้านบาท
เด็กส้มอภิปรายขู่ไม่จบแน่! จ่อร้อง กมธ.ตำรวจต่อ
'สส.ปชน.' ขอตัดงบกองบินตำรวจ หลังพบความไม่โปร่งใส ทำทีโออาร์-เลือกผู้จ้าง ไม่โปร่งใส จ่อร้อง กมธ.ตำรวจ สอบ ลั่น เรื่องนี้ไม่จบแน่
'รอมฎอน' กลัวแสงหาย! อภิปรายขอตัดงบ สตช. 229 บาท
'รอมฎอน' ตัดงบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 229 บาท เบรกเก็บ DNA ไม่สมัครใจ-ซื้อเทคโนโลยีเจาะข้อมูลโทรศัพท์ชายแดนใต้ 57 ล้านจากอิสราเอล เสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญ
'ภูริวรรธก์' ชำแหละงบปรับปรุงสนามยิง ปืนชี้แผ่นยางกันกระสุนแพงกว่าราคาตลาด 10 เท่า!
'ภูริวรรธก์ ชำแหละงบปรับปรุงสนามยิงปืนกองบินตำรวจ แผ่นยางกันกระสุนแพงกว่าราคาตลาดเกือบ 10 เท่า เสนอตัดงบทั้งโครงการ
'ต๊อกแต๊ก' ชงตัดงบสำนักงานอีอีซี 10%
'สส.ชลบุรี' พรรคประชาชน หั่นงบ 'สกพอ.' 10% ชี้ โครงการยังขาดความโปร่งใส - ซ้ำซ้อน
ปชน.ข้องใจ สตช.ของบซื้อชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดราคาสูงกว่าตลาด 15 เท่า
ถกงบ 70 วันที่ 4 'สส.ปชน.' ข้องใจ สตช.ขอจัดซื้อชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด 50 ชุด วงเงิน 30 ล้าน เทียบราคาสาธารณะอยู่ที่ 40,000 -140,000 บาท แต่ สตช.ตั้งราคาส่วนต่าง 15 เท่า เสนอใช้หุ่นยนต์-ใช้อุปกรณ์ร่วมทหาร

