'ธนกร' เร้ารัฐบาลเร่งอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ

6 เม.ย.2567 - นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า จากที่มีนักการเมือง นักวิชาการและหลายฝ่ายออกมาวิเคราะห์การเมืองไทยในช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค.นี้จะมีการปรับเปลี่ยนทางการเมืองครั้งใหญ่นั้น ทุกคนสามารถแสดงความเห็นวิเคราะห์คาดเดากันได้ แต่มองว่าหลังการเลือกตั้งเราได้นายกฯและรัฐบาล มาบริหารประเทศเข้าสู่เดือนที่ 7 แล้ว ซึ่งทุกอย่างเดินไปตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยฯ ภายใต้รัฐธรรมนูญด้วยความเรียบร้อย ส่

วนจะมีความเคลื่อนไหวหรือคดีความของบางพรรคการเมืองบ้าง ก็เป็นไปตามวิถีทางของกระบวนการยุติธรรม เชื่อว่าการบริหารประเทศต้องเดินหน้าต่อไปไม่สะดุด เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ที่พี่น้องประชาชนรออยู่

เมื่อถามว่า กรณีที่กกต.ยื่นคำร้องยุบพรรคการเมืองนั้น จะส่งผลถึงสถานการณ์การเมืองให้เกิดแรงกระเพื่อมขึ้นได้หรือไม่ นายธนกร กล่าวว่าในเรื่องคดียุบพรรคการเมืองต่าง ๆ นั้น ตนเชื่อว่า ทุกพรรคการเมืองเคารพและน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลอยู่แล้ว และส่วนตัวไม่อยากเห็นบ้านเมืองถอยกลับไปอยู่จุดเดิมที่มีการสร้างสถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรงอีก เพราะประเทศไทยเราผ่านจุดนั้นมานานกว่า 9 ปี และเดินหน้าพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง

“หากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 สามารถใช้ได้ตามกฎหมายแล้ว ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาล ทุกกระทรวงและทุกหน่วยงาน เร่งรัดการเบิกจ่ายงบฯ อัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบโดยเร็ว เชื่อว่าจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มการลงทุนและเพิ่มการใช้จ่ายภายในประเทศได้ดียิ่งขึ้น ส่วนตัวไม่อยากเห็นบ้านเมือง วนกลับไปขัดแย้งอีก เราเห็นต่างกันได้ แต่ต้องไม่แตกแยก เพราะไม่เกิดประโยชน์อะไรต่อประชาชนและประเทศชาติเลย และก็หวังว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก” นายธนกร กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ก่อนเกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 (ตอนที่ 3)

“ใครมาเป็นรัฐบาล มันก็โกงเหมือนกันหมด แต่กินแล้วแบ่งเราบ้าง ทำให้เราอยู่ดีกินดีบ้าง นี่ยอมรับได้” “เคยถามชาวบ้านเมื่อตอนที่นักการเมืองของพวกเขาถูกตรวจพบว่า

ฝ่ายค้านโวยแหลก รัฐมนตรีเบี้ยวตอบกระทู้ซ้ำซาก รู้ล่วงหน้ายังไม่มา

ฝ่ายค้านโวยแหลก 'รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้ 'ปกรณ์วุฒิ' บอก แต้มบุญไม่ถึง จ่อ ไม่ให้ความร่วมมือตามข้อตกลง ด้าน 'พริษฐ์' ขอให้สิทธิ 'ฝ่ายค้าน' เหมากระทู้สดสัปดาห์หน้า ก่อนถูก 'กรวีร์' เบรคบอกให้ไม่ได้ ก่อนเรื่องยุติ หลัง 'โสภณ' ให้วิปสองฝ่ายตกลงกันเอง