'ช่อ พรรณิการ์' สังเกตการณ์เลือก สว. มั่นใจคำตัดสิน ศาลรธน. จะไม่ทำให้การเลือกเป็นโมฆะ

‘ช่อ พรรณิการ์’ ร่วมสังเกตการณ์ เชื่อคดีรอตัดสิน 18 มิ.ย.นี้ ไม่ทำ ‘เลือก สว.’ เป็นโมฆะ เปรียบพื้นที่กรุงเทพฯ เหมือนสมรภูมิ คนดังลงเยอะการแข่งขันสูง หวั่น มีฮั้ว หลังรอบอำเภอข้อมูลผู้สมัครหลุดกว่า 2 หมื่นชื่อ

16 มิ.ย. 2567 – นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า เดินทางมาสังเกตการณ์เลือก สว.ระดับจังหวัด ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ แจ้งวัฒนะ ตั้งแต่เวลา 07.30 น. ก่อนจะเปิดเผยว่า วันนี้มาสังเกตการเลือก สว.ระดับจังหวัด ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นคนกรุงเทพฯ อย่างเดียว แต่เพราะกรุงเทพฯ เป็นสมรภูมิที่สำคัญที่สุด มีการแข่งขันสูงที่สุด เยอะที่สุด เนื่องจากมี 50 เขต หมายความว่าผู้ที่จะตกรอบในการคัดเลือกระดับจังหวัดมีเยอะมาก

นางสาวพรรณิการ์ กล่าวต่อว่า ผู้สมัครในกรุงเทพฯ มีความโดดเด่น และเป็นที่จับตามอง วันนี้อาจจะได้เห็นบุคคลที่เราเห็นอยากเป็น สว.มากตกรอบ ส่วนตัววันนี้มาสังเกตการณ์ เพราะรอบอำเภอเรียบร้อยดี รอบจังหวัดวันนี้คนน้อยลง เจ้าหน้าที่น่าจะสามารถใช้ทรัพยากรได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นในการสังเกตการณ์ รูปแบบการจัดการ ตนเองคิดว่า ไม่น่ามีปัญหาอะไร มีจุดเดียวที่ยังต้องสังเกตคือจอมอนิเตอร์ เพราะในระดับอำเภอนั้นมองไม่เห็นอะไรเลย หวังว่าเจ้าหน้าที่จะปรับปรุง

นางสาวพรรณิการ์ กล่าวอีกว่า อยากให้ผู้สมัครที่เราเห็นเป็น สว.ของประชาชนได้จริงๆ ลุ้นผ่านเข้ารอบระดับจังหวังให้ได้ เพราะเชื่อว่ารอบจังหวัดเป็นรอบที่ยากที่สุด ผู้สมัครที่มีโปรไฟล์ดี มีความสามารถโดดเด่น หากผ่านเข้ารอบนี้ไปได้ เชื่อว่าก็จะสามารถฝ่าฟันจนเป็น สว.ได้

ส่วนหลายอำเภอที่มีการนับคะแนนใหม่ เป็นเรื่องปกติของการเลือกใน 900 กว่าอำเภอ สิ่งที่เรากังวลคือในช่วง 3-4 วันมานี้ มีข่าวแพร่สะพัดว่ามีการจ่ายเงินหลัก 20,000-30,000 บาทให้กับผู้สมัคร ถือเป็นพายุหมุนสำหรับ สว. ขอย้ำว่าผู้ที่จ่ายเงินให้ไปเลือกคนอื่น หรือให้ไปเลือกใคร มีโทษจำคุก ส่วนผู้ที่แจ้งเบาะแสจะมีรางวัลนำจับหลักแสนบาท ซึ่งตอนเลือก สส.ก็มีรางวัลนำจับแบบนี้ แต่ไม่มีใครได้รับรางวัล เพราะกลัวอิทธิพล ตนเองจึงอยากให้ Active Citizen จับตาการเลือก สว.ให้ได้มากที่สุด เชื่อว่าจากรอบจังหวัดไปสู่ระดับประเทศ ค่าตัวก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น

นางสาวพรรณิการ์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวว่ามีผู้สมัคร สว.เข้าไปรอในระดับประเทศ ยอมรับว่ามีอยู่จริง และบางส่วนเป็นคนที่ตนเองรู้จักด้วย แต่ไม่สามารถพูดชื่อได้ ไม่ได้เกี่ยวกับว่าเขามีตั๋ว แต่เป็นเพราะช่องโหว่ของระบบที่ให้แต่ละจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดเล็ก ๆ ไม่มีการแข่งขันเลย ขอแค่มีคนโหวต 1 คะแนนก็เข้าไปรอระดับประเทศแล้ว ขณะที่พื้นที่กรุงเทพฯ แข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ก่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ

ที่ผ่านมาในรอบอำเภอ หลายคนพูดออกมาชัดเจนว่า ให้น้องไม่ได้ เพราะของพี่มีโพยแล้ว เราจึงเห็นได้ชัดว่าเป็นลักษณะการจัดตั้งจากกลุ่มการเมืองใหญ่มีอยู่จริง แต่ไม่เป็นไร เราทำอย่างดีที่สุดให้ผู้สมัครที่เป็นตัวแทนของประชาชนเข้าไปเจือจาง อย่างไรก็ตามรู้สึกชื่นใจที่เห็นประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม

สำหรับวันที่ 18 มิ.ย. 2567 ศาลรัฐธรรมนูญจะนัดพิจารณาคดีข้อกฎหมายที่ได้มาของ สว.จะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ คงไม่มีความเสี่ยงมากถึงขั้นล้มกระบวนการ คิดว่าศาลรัฐธรรมนูญมีการชั่งน้ำหนักมาเป็นอย่างดี ว่าจะมีความเสียหายเกิดขึ้นเยอะขนาดไหน แม้ว่ากฎระเบียบจะขัดต่อรัฐธรรมนูญจริงก็สามารถตัดสินในรูปแบบอื่นได้ และอาจจะไม่ได้ทำให้การเลือก สว.ระดับอำเภอ และระดับจังหวัดเป็นโมฆะ

เมื่อถามถึงข้อมูลผู้สมัคร สว.ระดับอำเภอที่หลุดออกมา นางสาวพรรณิการ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่ไม่ควรยอมรับ จริง ๆ แล้วมีข้อมูลผู้สมัครหลุดลอดออกมาตลอด และหากมีเส้นสายดีพอกับข้าราชการก็จะได้มาซึ่งข้อมูลอย่างนี้ ตนเองคิดว่ากฎหมาย PDPA อย่าทำให้กลายเป็นกระดาษทิชชูทิ้งลงถังขยะ ตนเองคิดว่าเป็นเรื่องปกตินานแล้ว คนที่เข้าถึงเส้นสาย เข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้มากกว่าประชาชนทั่วไป และนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ ข้อมูลผู้สมัคร สว.ตนเองพูดได้เลยว่าเป็นขุมทรัพย์ จึงคิดว่าเป็นปัญหาสำคัญ เนื่องจากเป็นระบบปิด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เนติวิทย์' ยักไหล่! ลั่นไม่ผิดคาด คำตัดสินศาล รธน. ปลุกร่วมต่อสู้ยกเลิกเกณฑ์ทหาร

นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักกิจกรรม และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง จำเลยคดีหลีกเลี่ยงเกณฑ์ทหารตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สำหรับผม มติศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาไม่ได้ผิดคาดสักเท่าไหร่ ในเมื่อเหตุปัจจัยในปัจจุบันเป็นแบบนี้

'เนติวิทย์' ขาแหย่คุก! คดีไม่ร่วมเกณฑ์ทหาร ศาลลงมติเอกฉันท์ พรบ.รับราชการทหาร ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2567 มาตรา 27 และมาตรา 45ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคหนึ่ง และมาตรา 31

‘เอกนิติ’ยืนยันชงครม.สัปดาห์หน้ากู้เงิน2แสนล้าน-ไทยช่วยไทยพลัส

‘เอกนิติ’ ยันจ่อชงปรับปรุงแผนบริหารหนี้สาธารณะ ทุบโต๊ะกู้ 2 แสนล้านบาท พ่วงโครงการไทยช่วยไทย พลัส เข้า ครม. วันที่ 19 พ.ค. นี้ คอนเฟิร์มเดินหน้าตามไทม์ไลน์ พร้อมยันกู้ตามความต้องการใช้ ไม่มีกู้มากอง ป้องกันรัฐเสียดอกเบี้ย ไม่หวั่นฝ่ายค้านยื่นศาลเบรก พ.ร.ก. กู้เงิน ยืนยันเป็นเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

นักวิชาการ วิเคราะห์ 'พ.ร.ก.กู้เงิน4แสนล้าน' เมื่อนโยบายระยะยาวสวมรอยเหตุฉุกเฉิน

หากคดีนี้ไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยที่ออกมาจะเป็น 'หมุดหมายสำคัญ' ที่กำหนดทิศทางว่า ในอนาคตรัฐบาลจะสามารถกู้เงินนอกระบบงบประมาณเพื่อทำนโยบายระยะยาวได้กว้างขวางเพียงใด