
25 มิ.ย.2567- ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบบริษัทประมูลข้าวหลังมีการตั้งข้อสังเกตว่าหนึ่งในบริษัทที่ร่วมประมูลเป็นนอมินี ว่า เรื่องข้าวมีความดราม่ามาโดยตลอด ซึ่งเรื่องนี้ตนพยายามที่จะระบายข้าวทั้งสองกองภายในครั้งเดียว จึงได้มีการตั้งทีโออาร์ขึ้นมาเพื่อให้เกิดการประมูลยกกอง และผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดให้หราคาที่ 19.073 บาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการต่อรอง แต่เกิดข้อสงสัยจากสื่อหลายสังกัดว่าผู้ที่ประมูลได้เป็นนอมินีและไม่น่าเชื่อถือว่าจะสามารถทำได้ คือ บริษัท วีเอท อินเตอร์เทรดดิ้ง จำกัด (V8) มีทุนจดทะเบียนเมื่อปี 2563 เพียง 2 ล้านบาท และงบการเงินหมุนเวียนแต่ละปีประมาณ 1 ล้านบาท และยังมีหนี้สะสมอีก 13 ล้านบาท จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่า การดำเนินกิจการขณะนี้แล้วมากู้จำนวนเงิน 285 ล้านบาท จึงเกิดข้อสงสัยว่ารัฐบาลกำลังเล่นละครเป็นลักษณะเพื่อไทยการละคร สร้างนอมินีเพื่อให้มีการเข้ามาดำเนินการ
นายภูมิธรรม กล่าวว่า เมื่อมีการตั้งข้อสังเกตในลักษณะดังกล่าวถึงแม้ตนจะไม่ได้สนใจเรื่องอื่น ต้องการเพียงการขายข้าวให้ได้เพื่อปิดตำนานแต่เมื่อเกิดข้อสงสัยเมื่อวานนี้(24มิ.ย.)จึงได้สั่งการและทำจดหมายไปถึงผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้าเพื่อตรวจสอบถึงประเด็นข่าวดังกล่าว เพื่อให้เกิดข้อชัดเจนและสิ้นข้อสงสัย ว่า บริษัท V8 ไม่ได้เป็นนอมินีของใครและมีความสามารถ ไม่ทิ้งข้าวกลางคัน โดยขอให้ดูตามข้อกฎหมายและทีโออาร์ โดยมีการขอให้ชะลอและรอเวลา 7 วันเพื่อตรวจสอบให้เกิดความชัดเจนไม่มีอะไรต่างไปจากทีโออาร์ที่กำหนด ราคา 19.073 บาท ก็เป็นที่น่าพอใจแล้วเพราะที่ผ่านมาเคยขายได้ 5 บาท
“การทำตรงนี้ก็เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและหายข้อคลางแคลงใจ โดยเฉพาะจากที่ตั้งข้อสังเกตให้เห็นภาพชัดเจนว่าไม่มีปัญหา แต่ถ้าพบว่าเป็นนอมินีจริง เพราะเบื้องต้นได้ทราบข่าวว่ามีบริษัทหนึ่งที่อยู่แถวจังหวัดกำแพงเพชรกับกรรมการของบริษัทV8 มีส่วนที่ทับซ้อนกัน และสถานที่ตั้งของบริษัทก็อยู่ในที่เดียวกันที่เคยส่งออกมันสำปะหลัง แต่ไม่เคยส่งออกข้าว หรือส่งแค่จำนวนน้อย แต่ติดแบล็คลิสต์ขององค์การคลังสินค้า จึงขอให้ไปตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ทุกอย่างต้องมีกฎหมายหลักฐานที่ชัดเจน ซึ่งถ้าหากเป็นจริงก็อาจกลับมาพิจารณาในส่วนของกรรมการเรื่องการต่อรองราคา และการประมูลข้าว แต่ถ้าจะมีการเปลี่ยนเข้าใจว่าทางทีโออาร์ต้องไปเรียกผู้ประมูลลำดับสอง หรือถ้าไม่ได้ก็เป็นลำดับสาม”
นายภูมิธรรม กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่เป็นการพิสูจน์ในเรื่องนี้ คือข้าวยังมีราคา ถ้าข้าวเน่าคงไม่มีใครมาแย่งประมูล ยืนยันว่า ข้าวดี อย่างแน่นอนเพราะทุกคนอยากได้ ทั้งนี้ใครจะได้ไปเราไม่สนใจ เพราะเราอยากได้ราคาข้าวที่ดีแต่เมื่อมีข้อสงสัยก็ต้องทำให้สิ้นข้อสงสัยไม่มีอะไรที่เราต้องไปขัดขวาง เพราะเราอยากขายข้าวเพียงแต่ช่วงนี้อาจต้องมีการชะลอการประกาศผู้ที่ได้รับการประมูล.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดฉากน้ำเงินผสมแดง! 'พท.' ดี๊ด๊า ไร้เงื่อนไขร่วมรัฐบาล
'เพื่อไทย' ดี๊ด๊า! 'ประเสริฐ-สุริยะ-ภูมิธรรม' ตัวแทนเจรจา 'อนุทิน' ร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย ย้ำไร้เงื่อนไข ขอฟังข้อเสนอก่อน
'ศุภจี' กางกลยุทธ์การค้าโลกยุคใหม่ ไทยเป็นมิตรทุกขั้วอำนาจ เน้นผลประโยชน์ร่วมมากกว่าเลือกข้าง
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงผลสำเร็จการประชุม World Economic Forum Annual Meeting 2026 (WEF 2026) ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ระหว่างวันที่ 19 - 23 ม.ค.ที่ผ่านมาว่าปัจจุบันบริบทของการค้าโลกได้เปลี่ยนผ่านจากยุคพหุอำนาจ
ป.ป.ช.เปิดทรัพย์สิน 'ศุภจี' 307 ล้านบาท รายได้ปีละ 40 ล้าน
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน กรณีรัฐมนตรีใน
เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม
'ภูมิธรรม' ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนตั้งใจทำงาน หลังตัดสินไม่ได้แทรกแซงคดีฮั้ว สว.
นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่านายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้ว สว.
'ภูมิธรรม-ทวี' รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

