'ศุภจี' เคาะแล้วเพิ่มอีก 7 รายการ 'สินค้าควบคุม' หลังปรับขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท

“ศุภจี” เพิ่มสินค้าอีก 7 รายการ คุมไม่ให้กระทบประชาชน ย้ำปุ๋ยในประเทศมีถึง เม.ย. รับ หาแหล่งเพิ่ม ราคาอาจแตกต่างไป

26 มีนาคม 2569 - เมื่อเวลา 13.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ แถลงภายหลังการประชุม ครม.นัดพิเศษ ว่า ภาวะวิกฤตนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้มีการกำชับให้เตรียมความพร้อม โดยกรมการค้าภายในทำงานร่วมกับพาณิชย์จังหวัด คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) ให้เน้นย้ำเรื่องของสินค้าควบคุม ทั้งสินค้าอุปโภคและบริโภค ซึ่งมีอยู่แล้ว 59 รายการ และได้มีการจัดการประชุม กจร. เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ให้ทบทวนว่า ควรจะเพิ่มเติมในเรื่องสินค้าที่จะต้องดูแลให้ไม่มีผลกระทบกับประชาชน ซึ่งได้ข้อสรุปว่า จะเพิ่มเติมมา 7 รายการด้วยกัน โดยได้ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาแล้ว เป็นสินค้าที่เกี่ยวกับห่วงโซ่อุปสงค์ อุปทาน ตัวอย่างเช่น เม็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุขวด ซอสปรุงรส ทั้งน้ำปลาและซีอิ๊ว เป็นต้น

นางศุภจี กล่าวว่า ปัจจุบันมีสินค้าที่ควบคุมดูแลอยู่แยกออกเป็น 12 หมวด และมีระดับความเข้มข้น 5 ระดับ ซึ่งระดับที่เข้มข้นสูงสุดคือ หากจะขยับราคาจะต้องมีการขออนุญาตจากกรมการค้าภายในก่อน มีทั้งหมด 8 สินค้า เช่น ปลากระป๋อง บะหมี่สำเร็จรูป นมผงและนมเหลว นมเปรี้ยว เป็นต้น โดยกระทรวงพาณิชย์ได้มีการพูดคุยกับผู้ประกอบการแล้ว ย้ำว่า ยังสามารถดูแลสต๊อกที่มีอยู่ได้ในหมวดสินค้าจำเป็นที่ควบคุมดูแลอยู่ได้ แต่ในหมวดสินค้าทั่วไปยอมรับว่า จะมีการปรับขึ้นราคาตามที่ประชาชนได้รับรับทราบ เช่น น้ำตาลทราย เป็นต้น

รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ขณะที่เรื่องการหาวัตถุดิบเพิ่มเติมในภาคของเกษตรกรที่กำลังจะมีการเก็บเกี่ยวในบางพืชผลนั้น กระทรวงพาณิชย์จะติดตามเรื่องปุ๋ย ซึ่งมีสต็อกเพียงพอในประเทศถึงประมาณเดือน เม.ย. ซึ่งจะหาเข้ามาเพิ่มเติมได้ แต่อาจมีราคาที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น จึงต้องมีมาตรการเยียวยาเพื่อลดผลกระทบต่อเกษตรกรและชาวประมง โดยการหารือถึงแนวทางการช่วยค่าปุ๋ย รวมถึงทำงานร่วมกันกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการปรับสูตรปุ๋ยให้ลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้ามากขึ้น หันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพิ่มเติมในพื้นที่ที่สามารถทำได้

รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยถึงราคาสินค้าบางประเภทที่ไม่ได้อยู่ในสินค้าควบคุมแต่เป็นสินค้าที่จำเป็นได้มีการเจรจากับผู้ประกอบการและได้รับความร่วมมืออย่างดีที่จะทำสินค้า ไทยช่วยไทย โดยส่งสินค้าราคาพิเศษลงไปทั้ง 77 จังหวัดผ่านทางผู้ค้าปลีกค่าส่ง และยังมีโครงการช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชนโดยส่งตรงให้กับผู้เปราะบาง ซึ่งจะเชื่อมโยงกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต่อเนื่องกับทางกระทรวงการคลัง

รมว.พาณิชย์ ระบุว่า ในเรื่องการบริหารจัดการสินค้าจำเป็น มีการดูแลเรื่องการเก็บสต็อกสินค้าเพื่อไม่ให้มีการเก็บสต็อกมากเกินไป และบริหารจัดการไม่ให้มีการขาดช่วง ซึ่งทีมงานของกระทรวงพาณิชย์ได้ลงไปดูแลอย่างใกล้ชิด รวมถึงมีมาตรการในการตรวจจับตาม พ.ร.บ.สินค้าและบริการ อย่างเข้มข้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ศุภจี’ เร่งพยุงราคามังคุด-ทุเรียน

“ศุภจี” ถกทุกภาคส่วน พยุงราคามังคุด-ทุเรียน รับมือผลผลิตออกมากกลาง พ.ค. พร้อมเร่งทำตลาดล่วงหน้า เตรียมกระจายผ่าน“ไทยช่วยไทย” ดันบริโภคในประเทศ–ส่งออก-ต่อยอดแปรรูป แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างทั้งระบบ

'อดีตรมว.คลัง' ร่อน จม.เปิดผนึกถึงนายกฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน อาจฝ่าฝืน รธน.

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊ก เผยแพร่ จดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีเรื่องพรก.กู้เงิน ๔ แสนล้านอาจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มีใจความว่า

อดีตบิ๊กข่าวกรอง ฝาก 'สีหศักดิ์' ตัดพ้อสหรัฐไม่แยแสไทยเจอวิกฤต ลั่นบทเรียนนี้เจ็บแล้วต้องจำ

นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวร การเมืองระหว่างประเทศ​ มีคำกล่าวว่า

พรรคร่วมรัฐบาลเขย่าเก้าอี้ 'ศุภจี' หากแก้ปัญหาทุเรียนไม่ได้ ก็ลาออกไป จี้จัดการใบอนุญาตส่งออก

นายคริส โปตระนันท์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และประธานพรรคเศรษฐกิจ กล่าวถึงกรณีที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปรากฏตัวอยู่ในคลิปของ อินฟลูเอนเซอร์ ก่อนที่จะมีการไลฟ์สดขายทุเรียน ว่า สิ่งที่นางศุภจี ทำ อาจไม่ได้แก้ไขเรื่องที่เป็นผลประโยชน์ เรื่องที่เป็นหัวใจโครงสร้างปัญหาทุเรียนในปัจจุบัน จนตอนนี้โซเชียลฯได้ถล่มรมว.พาณิชย์จำนวนมาก และขอเรียกร้องให้นางศุภจี ลาออกจากตำแหน่ง