'สว.พันธุ์ใหม่' ท้าชนบ้านใหญ่ ชิงเก้าอี้สภาสูง หนุนโควตาสตรี

‘นันทนา’ ฟุ้ง ‘สว.พันธุ์ใหม่’ มี 30 คน ลั่นพร้อมส่งชิง 3 เก้าอี้สภาสูง อึกอัก ‘บุญส่ง’ อยู่ในกลุ่มหรือไม่ เฉไฉตอบสู้บ้านใหญ่สายสีน้ำเงิน ย้ำหนุนโควตาสตรี งานแรกแก้รธน. ที่มาวุฒิสภา

15 ก.ค. 2567 – ที่รัฐสภา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) นำทีม สว. อาทิ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร น.ส.มณีรัฐ เขมะวงศ์ เป็นต้น เดินมารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาวุฒิสภาพร้อมกัน

โดย น.ส.นันทนา ให้สัมภาษณ์ก่อนรายงานตัว กรณีกลุ่ม สว.พันธุ์ใหม่ ว่า กลุ่มของเรามีอยู่ประมาณ 30 คน ซึ่งทยอยรายงานตัวไปก่อนหน้านี้แล้วตามความสะดวกของแต่ละคน ส่วนจุดยืนของกลุ่มนั้น เรายึดแนวทางเสรีนิยมก้าวหน้า มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง เป็น สว. รุ่นใหม่ ที่เป็นของประชาชน และรับใช้ประชาชน

เมื่อถามว่า จะสู้กับ สว. กลุ่มบ้านใหญ่ อย่างไร น.ส.นันทนา กล่าวว่า เราคงไม่สู้แบบนั้น แต่ด้วยอุดมการณ์ที่เรารวมตัวกันตั้งแต่ตอนต้น และทั้งหมดที่ผ่านเข้ามาคือผู้รอด เราจะร่วมมือกับ สว. ท่านอื่น เพื่อกอบกู้ สว. โดยงานแรกจะที่จะเริ่ม คือกติกาการได้มาซึ่ง สว. ที่ประชาชนรู้สึกว่าไม่ปกติ และเรียกได้ว่าเป็นกติกาที่วิปริต โดยเริ่มต้นจากสภาผู้แทนราษฎร เสนอแก้รัฐธรรมนูญว่าด้วยหมวดการได้มาซึ่ง สว. อีกทั้งผลักดันปัญหาของประชาชน เช่น ปัญหาเรื่องทับลาน ความขัดแย้งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือกรณีของเยาวชนถูกจองจำโดยไม่ได้รับการประกันตัว เราจะต้องรีบผลักดันเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

อย่างไรก็ตาม แม้กลุ่มพันธุ์ใหม่จะมีจำนวน สว. ไม่มาก แต่จะแสดงคุณภาพ ศักยภาพให้ทุกคนเห็น และเรามีความคิดจะส่งชิงทั้ง 3 ตำแหน่ง ประกอบด้วย ประธานวุฒิสภา รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 และรองประธานวุฒิวุฒิสภาคนที่ 2 แต่ยังขอเก็บชื่อไว้เป็นความลับจนเกือบใกล้ๆ ที่จะมีการประชุมวุฒิสภาเพื่อเลือก จึงจะเปิดเผยอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า คาดว่าจะได้รับการเลือกจากที่ประชุมวุฒิสภาหรือไม่ แกนนำกลุ่ม สว.พันธุ์ใหม่ กล่าวว่า เชื่อว่าคุณภาพและศักยภาพ และเราจะมีการแสดงวิสัยทัศน์ เชื่อว่าจะได้รับเสียงสนับสนุน รวมทั้งเห็นด้วยและสนับสนุนให้มีสัดส่วนสตรี เพื่อเปิดพื้นที่ให้กับผู้หญิงมีพื้นที่ในทางการเมือง

เมื่อถามย้ำว่า ใน 3 ตำแหน่งนี้ ส่วนตัวสนใจชิงตำแหน่งใดหรือไม่ น.ส.นันทนา กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า แล้วแต่สมาชิก

ส่วนจำนวนสมาชิกในกลุ่มมีความเป็นเอกภาพหรือในอนาคตจะมีการเพิ่มลดอย่างไรนั้น น.ส.นันทนา กล่าวว่า จะเพิ่มหรือจะลดไม่ทราบเช่นกัน แต่กลุ่มเราอยู่ด้วยจุดยืนและอุดมการณ์ ไม่ได้จัดการในรูปแบบบริษัท

เมื่อถามว่า นายบุญส่ง น้อยโสภณ สว. ถือเป็นตัวแทนของกลุ่มพันธุ์ใหม่ใช่หรือไม่ น.ส.นันทนา กล่าวว่า เป็นพันธมิตรของเรา ถามย้ำว่า แปลว่าไม่อยู่ใช่หรือไม่ เพราะเป็นเพียงพันธมิตร น.ส.นันทนา กล่าวว่า เรารวมกันมาตั้งแต่ต้น แต่คนที่จะเข้าร่วมเข้ามาในทิศทางและจุดยืนที่สอดคล้องกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายบุญส่งเข้าๆ ออกๆ กลุ่มพันธุ์ใหม่หรือไม่ น.ส.นันทนา กล่าวว่า ไม่แน่ใจเช่นกัน เราอาจมองว่าการเข้ามาในกลุ่ม ซึ่งจะมีกลุ่มที่เป็นกลุ่มสารตั้งต้น เป็นกลุ่มที่เข้ามาร่วมแนวทาง ร่วมอุดมการณ์

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องวุฒิการศึกษาของ สว. นั้น น.ส.นันทนา กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าสว. เป็นบุคคลสาธารณะย่อมตรวจสอบได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงนี้ ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองเป็นเบื้องต้น แต่โดยภายหลังยังสามารถสอยได้ ซึ่งบุคคลทั่วไปก็สามารถส่งหลักฐานการตรวจสอบเข้าไปยัง กกต.ได้อยู่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สว.ชิบ' จี้ 'รัฐบาล' เร่งยกระดับแก้ปัญหาวิกฤตฝุ่นพิษด่วน อย่าปล่อยให้คนไทยตายผ่อนส่ง

ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฯ เห็นว่าวิกฤต PM2.5 ในขณะนี้ ควรถูกใช้เป็นสัญญาณเตือนสำคัญให้สังคมไทยเร่งยกระดับการจัดการสิ่งแวดล้อม จากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปสู่การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง

สว.-สสส.-สช. ประสานเสียง ชู ‘นโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม’ เปิดตลาดนัดนโยบาย ดันข้อเสนอเข้าสภาฯ นำไทยฝ่าวิกฤตซ้อนวิกฤตที่ซับซ้อน ย้ำนักการเมือง-รัฐแก้เพียงลำพังไม่ได้ หวังใช้เสียงประชาชนเปลี่ยนทิศทางประเทศผ่านการเลือกตั้ง 69

วันที่ 13 ม.ค. 2569 นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในเวทีเสวนา “ความหวังการเลือกตั้งฝ่าวิกฤตประเทศไทย” ภายใต้งาน "Opening Day: Policy Watch Connect 2026" ว่า

ส่องบิ๊กเนมปาร์ตี้ลิสต์ 'ภูมิใจไทย' บ้านใหญ่พรึ่บ 'รมต.-นายกเบี้ยว' ลงด้วย

สำหรับรายชื่อว่าที่ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) จำนวน 100 คน ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างจัดลำดับ

คดีค้างอื้อ! เบรกสว.สีน้ำเงินลงมติห็นชอบ ชี้ขัดกันแห่งผลประโยชน์

สว.อิสระค้าน พุธนี้สภาสูงลงมติเห็นชอบป.ป.ช.-ตั้งกมธ.สอบประวัติว่าที่กกต. ยกเหตุเพื่อป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์ หลังสว.เกินครึ่งมีเรื่องค้างที่ตึกป.ป.ช.-กกต.