'ศุภโชติ' จี้ 'รมว.พลังงาน' แก้ปัญาราคาน้ำมัน-ค่าไฟแพง แนะใช้ความกล้าคุยพรรคร่วมรัฐบาล ดึงงบกลางช่วยแฉแผนพลังงานชาติฉบับใหม่ส่อซ้ำรอยความผิดพลาด ยกปฏิญญาเขาใหญ่ ถาม'พีระพันธุ์' ทำงานรับใช้ใครแน่
25 ก.ค. 2567 - ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 8 สมัยสามัญเป็นประจำปีครั้งที่ 2 นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ตั้งกระทู้สดด้วยวาจา เรื่องราคาพลังงานทั้งน้ำมันและไฟฟ้า ต่อนายกรัฐมนตรี โดยนายกฯ ได้มอบหมายนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน เป็นผู้ตอบแทน
โดยนายศุภโชติ กล่าวว่า ประเด็นแรก ทุกวันนี้ประชาชนจ่ายค่าน้ำมันแพง แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละเกือบ 40 บาท ดีเซล 33 บาท เชื่อว่า สส. คงได้ยินเสียงก่นบ่นของประชาชนว่าราคาขนาดนี้เขารับไม่ไหว ล่าสุดรัฐออกมาตรการตรึงดีเซลไว้ที่ 33 บาทก็สร้างปัญหาอีก คือช่วยเหลือเฉพาะผู้ใช้ดีเซล ไม่ได้พูดถึงคนที่ใช้น้ำมันเบนซิน และมาตรการนี้จะสร้างผลกระทบเชิงลบต่อประเทศในระยะยาว จึงต้องถามว่ารัฐมนตรีไม่มีมาตรการที่ดีกว่านี้แล้วหรือ
นายศุภโชติ กล่าวต่อว่า ที่ต้องถามแบบนี้ เพราะรัฐมนตรีกำลังทำแบบเดิมๆ ที่ให้กองทุนน้ำมันเข้ามาแบกส่วนต่างทางราคา ขณะที่ตอนนี้สถานะกองทุนฯ ติดลบแล้วกว่า 110,000 ล้านบาท เรียกว่าสุ่มเสี่ยงต่อการล้มละลายอย่างยิ่ง แม้จะให้กองทุนฯ ไปกู้ธนาคารพาณิชย์มาเพิ่มโดยให้กระทรวงการคลังเป็นคนค้ำ ต้องถามว่าธนาคารที่ไหนจะกล้าให้กู้ ถ้าหนี้ของกองทุนฯ ยังติดลบมากขึ้นเรื่อยๆ และไม่มีแผนชำระหนี้เลย หรืออีกกลไกตามที่ รมว.พลังงาน ให้ข่าวว่าจะลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน แต่ทราบหรือไม่ว่าแค่สถานการณ์ปัจจุบัน กรมสรรพสามิตรายงานว่า 9 เดือนที่ผ่านมา เก็บรายได้พลาดเป้าไปแล้วกว่า 60,000 ล้านบาท มาจากภาษีน้ำมันอย่างเดียวก็ 25,000 ล้านบาท ถ้ายังใช้กลไกเดิมด้วยการลดภาษีสรรพสามิต ประเทศจะเก็บรายได้ได้น้อยลงอีก ลองถามพรรคร่วมรัฐบาลหรือยังว่าถ้าประเทศมีรายได้ลดลง แล้วเงินที่พรรคแกนนำจะเอาไปทำดิจิทัลวอลเล็ต จะเพียงพอหรือไม่
นายศุภโชติถามรัฐมนตรีว่า นอกจากกลไกกองทุนน้ำมันหรือการลดภาษีสรรพสามิต มีมาตรการหรือวิธีการอื่นอย่างไร ที่จะช่วยลดราคาน้ำมันให้พี่น้องประชาชน ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มพี่น้องผู้ใช้น้ำมันเบนซิน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่ปากท้องผูกไว้กับราคาน้ำมันเบนซิน จะมีมาตรการช่วยเหลือกลุ่มนี้อย่างไร
คำถามที่สอง เรื่องค่าไฟแพง เมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประกาศว่าค่าไฟมีสิทธิ์ขึ้นไปที่ 4.60 หรือแย่ที่สุด 6 บาทต่อหน่วย แต่ความจริงแล้วต้นทุนค่าไฟจริงๆ อยู่ที่ 4.10 บาทต่อหน่วยเท่านั้น แต่ที่ กกพ. เรียกเก็บ 4.60 บาทเป็นอย่างน้อย เพราะต้องเอาเงินไปใช้หนี้จากมาตรการของรัฐบาลในอดีตที่ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ ปตท. แบกรับหนี้ก้อนนี้ไว้ กลายเป็นดินพอกหางหมู จนปัจจุบันหนี้อยู่ที่ 110,000 ล้านบาท และเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก็ยังไม่มีมติให้ชำระหนี้ก้อนนี้ พูดง่ายๆ คือยืดหนี้ออกไปอีกเพื่อตรึงค่าไฟให้อยู่ที่ 4.18 บาทต่อหน่วย เหตุที่ต้องพูดประเด็นนี้ เพราะหากยังใช้วิธีแบบนี้ไปเรื่อยๆ ในอนาคตหนี้อาจขยายเป็น 150,000-200,000 ล้านบาท เนื่องจากความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงในอนาคตที่คาดเดาไม่ได้ คำถามคือเราจะทำอย่างไรกับหนี้เก่าและหนี้ใหม่ที่จะเพิ่มขึ้น
นายศุภโชติกล่าวอีกว่า รมว.พลังงาน ต้องกล้าคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลว่าถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่ต้องตั้งงบกลาง เพื่อช่วยลดค่าไฟให้พี่น้องประชาชน ถ้าแบ่งงบกลางมา 30,000 ล้านบาท จะสามารถคงค่าไฟที่ 4.18 บาทต่อหน่วย แถมสามารถใช้หนี้ให้ กฟผ. และ ปตท. ได้ด้วย หรือถ้ากล้ายิ่งกว่านี้ คือของบกลางมา 40,000 ล้านบาท จะช่วยลดค่าไฟลงได้ต่ำกว่า 4 บาทต่อหน่วยด้วยซ้ำ คำถามคือท่านพีระพันธุ์กล้าคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อนร่วมงานของท่านหรือไม่
“แทนที่จะเอาเงินตรงนี้ไปทำดิจิทัลวอลเล็ต ลองเอาเงินมาลดค่าไฟ ลดค่าครองชีพให้พี่น้องประชาชน อย่าให้เขาใช้งบกลางไปทำนโยบายของพรรคเขาเพียงคนเดียว ในเมื่อเป็นงบกลางที่ควรเป็นของทุกพรรคร่วมรัฐบาล ก็ควรแบ่งมาลดค่าไฟ มาทำนโยบายที่ท่านหาเสียงบ้าง ช่วยกันครับ รัฐบาลถึงไปต่อได้”
นายศุภโชติ กล่าวอีกว่า หากพรรคใหญ่ดึงดันไม่ให้ใช้งบกลาง แนะนำว่า รมว.พลังงาน ต้องหันกลับมาคุยในพรรคของท่าน คุยกับนายทุนพลังงานเจ้าของโรงไฟฟ้าเรื่องสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่ไม่เป็นธรรมกับประชาชน เชื่อว่ารัฐมนตรีมาถึงวันนี้คงเข้าใจแล้วว่าประชาชนต้องจ่ายเงินฟรีๆ ให้กับโรงไฟฟ้าที่สร้างแล้วแต่ไม่ได้เดินเครื่อง เนื่องจากในอดีคเคยพยากรณ์ว่าต้องใช้ร้อย ก็เลยสร้างร้อย แต่ความจริงใช้แค่ 80 อีก 20 ที่เกินมาประชาชนต้องแบกรับ ต้องจ่ายค่าไฟแพงเพื่ออุ้มโรงไฟฟ้าเหล่านี้ไว้ ต่อปีคิดเป็นเงินหลักหมื่นล้านบาท
นายศุภโชติ กล่าวด้วยว่า หากรัฐมนตรีบอกว่ายกเลิกสัญญาไม่ได้ อย่างน้อยควรเข้าไปเจรจาขอยืดระยะเวลาสัญญาให้นานขึ้น ยืดการจ่ายค่าความพร้อมจ่ายนี้ออกไป จากเดิมเราต้องจ่ายเงินฟรีๆ สำหรับโรงไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งาน คิดเป็นยูนิตละ 1 บาท และต้องจ่ายอย่างนี้ไปอีก 20 ปี อาจเจรจาขยายเป็น 25 ปี จากค่าไฟที่แพงขึ้นยูนิตละ 1 บาท จะได้ลดเหลือ 60 สตางค์ต่อหน่วย
“การแก้ไขเรื่องค่าไฟในระยะสั้น รมว.พลังงานแทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลย แค่ใช้อำนาจรัฐมนตรีที่มีคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล คุยกับนายทุนพลังงาน น่าจะคุยได้เพราะรูปที่ออกมาที่เขาใหญ่ก็ดูสนิทกันดี ทั้งหมดนี้เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน จึงขอถามรัฐมนตรีว่าถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่จะใช้อำนาจรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของประเทศนี้ แก้ไขปัญหาเพื่อประชาชน”
นายศุภโชติกล่าวอีกว่า ประเด็นที่สาม เรื่องแผนพัฒนาพลังไฟฟ้า (PDP) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาราคาพลังงานในระยะยาว เนื่องจากปัญหาค่าไฟค่าน้ำมันที่ตนกล่าวไป คือผลพวงจากการวางแผนที่ผิดพลาดในอดีต จากการสร้างโรงไฟฟ้าเกินความจำเป็น จากการวางแผนให้ภาคพลังงานของประเทศขึ้นอยู่กับก๊าซธรรมชาติมากเกินไป ถ้าเราจะแก้ไขไม่ให้ซ้ำรอยเดิม รัฐมนตรีต้องให้ความสำคัญกับการวางแผนพลังงานชาติฉบับใหม่ ต้องลดการใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตกระแสไฟฟ้า ควรคาดการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคตให้ถูกต้องแม่นยำขึ้น เพื่อลดจำนวนการสร้างโรงไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น
นายศุภโชติ ย้ำกว่า เพื่อความเป็นธรรม ปัญหาที่กล่าวมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนปัจจุบันไม่ได้เป็นคนสร้าง แต่จะเป็นปัญหาแน่ถ้ารัฐมนตรีไม่ได้เรียนรู้จากอดีตเลย เพราะถ้าไปดูร่างแผนพลังงานชาติฉบับใหม่ที่เพิ่งออกมาเมื่อเดือนก่อน ท่านกำลังทำผิดพลาดเหมือนเดิม เริ่มที่สมมุติฐาน ที่คาดการณ์ความต้องการไฟฟ้าสูงเกินจริงอีกแล้ว โดยประมาณการจีดีพีสูงเกินจริงไว้ที่ 3.7% ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศว่าจะโตแค่ 1.9% หรือเรื่องจำนวนประชากรที่แผนตั้งสมมุติฐานว่าจำนวนประชากรไทยจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ใครๆ ก็ทราบว่าประชากรไทยกำลังลดลง อัตราการตายมากกว่าอัตราการเกิด การตั้งสมมุติฐานแบบนี้ กำลังทำให้ประเทศมีโรงไฟฟ้าเกินความจำเป็นเพิ่มขึ้น
นายศุภโชติ กล่าวในแง่กระบวนการที่ผิดพลาด ร่างแผนพลังงานชาติที่ออกมาควรครอบคลุมทั้งหมด แต่หลังจากนั้นไม่นาน กระทรวงพลังงานก็ประกาศแผนซ้อนแผน มีโครงการ Direct PPA ซึ่งจะทำให้เรามีโรงไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้มากขึ้นไปอีกในอนาคต และสุดท้ายผลลัพธ์ของแผน ที่บอกว่าประเทศจะมีโรงไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ เพิ่มขึ้นอีก 8 โรงในอีก 13 ปีข้างหน้า ดังนั้นเห็นได้ว่า ร่างแผนที่ออกมากำลังนำพาประเทศไทยไปในทิศทางที่เลวร้ายกว่าเดิม ค่าไฟแพงขึ้นทุกครัวเรือนแน่นอน มีโรงไฟฟ้าเกินความจำเป็นมากขึ้น ลดการปล่อยมลพิษไม่ได้ตามที่ประกาศต่อประชาคมโลก
“แม้แผนที่ออกมายังเป็นแค่ร่าง ยังแก้ไขได้ แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันจะถูกแก้ไข และเชื่อว่าแผนพลังงานชาติคงเป็นอีกหนึ่งหัวข้อหลักที่มีการพูดคุยในปฏิญญาเขาใหญ่ที่ผ่านมาอย่างแน่นอน จากรูปที่ออกมาว่อนโซเชียลมีเดีย ประชาชนกำลังสงสัยว่าแผนพลังงานชาติจะมีการแก้ไขให้ดีขึ้น เป็นไปในทิศทางที่ควรจะเป็นได้หรือไม่ หรือจะถูกแก้ไขเพื่อเอาใจนายทุนพลังงานเหมือนเดิม เขายังสงสัยอีกว่าใครคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานที่แท้จริง”
นายศุภโชติ ทิ้งท้ายว่า ขอให้ รมว.พลังงาน ยืนยันกับสภากับประชาชนที่กำลังฟังอยู่ ว่าท่านคือรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของประเทศไทย และกำลังทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน เอาประโยชน์ประเทศเป็นที่ตั้ง ไม่ได้ทำงานเพื่อกลุ่มทุนใดหรือใครคนใดคนหนึ่ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ไอซ์' อัดรัฐบาลใจดำไม่เติมเงินให้ กยศ.'ภราดร' แจงให้ความสำคัญกับการศึกษา
'ไอซ์ รักชนก' อัดรัฐบาลใจดำ ตัดงบผิดประเภท พิจารณางบปี 70 ตัดลดงบได้กว่า 11,000 ล้านบาท แต่กลับไม่ช่วยกองทุน 'กยศ.' ที่ติดลบหนัก 7 พันล้าน ด้าน 'ภราดร' แจงเร่งเคลียร์ ยันรัฐบาลให้ความสำคัญการศึกษา
'ภัณฑิล' เปรียบ 'สิทธิโชติ' กกต.เสียงข้างน้อยเป็นเห็บรีบกระโดดออกจากหมา
'ภัณฑิล' ซัด กกต.ตาพร่ามัวมองอะไรไม่เห็น เลยฟ้องฮั้วสว.แค่ 77 คน เปรียบแรง 'สิทธิโชติ' กกต. เสียงข้างน้อย เป็นเห็บรีบกระโดดออกจากหมา สงสัยกลัวติดคุก ฉะประธาน กกต. ทำตัวเป็นพยานจำเลยเสียเอง
ตามคาด! พริษฐ์สบช่องถล่ม กกต.พ่วงตีกินซัด 'ภูมิใจไทย-อนุทิน'
'แสวง' แจงสภาสรุปผลงาน กกต. ปี 67-68 ด้าน 'พริษฐ์' บอก 'ในที่สุดเราก็ได้เจอกัน' ก่อน สส.ภท.ดาหน้าป้อง 'อนุทิน' หลังถูกถล่มไม่สั่งฟ้องแกนนำภูมิใจไทยและ 'นายกฯหนู' ซัด กกต.จงใจมองไม่เห็นช้าง 3 ตัว
สภาเคาะ 5 ชม.ให้ถล่ม กกต.ส่วนอีก 3.30 ชม.แก้ไฟใต้!
สภาเปิดเวที 5 ชม.ชำแหละ รายงานกกต. ส่วนอีก 3 ชม.ครึ่ง ลุยญัตติด่วนแก้ปัญหาชายแดนใต้
'พีระพันธุ์' โผล่บี้คดีฮั้ว สว.ต้องจัดเต็มทั้งขบวนการ!
'พีระพันธุ์' ชี้คดีฮั้ว สว. ต้องดำเนินการทั้งขบวนการ ย้ำ กกต.มีหน้าที่รวบรวมหลักฐาน ส่งศาลตัดสิน ไม่ควรเลือกดำเนินคดีเฉพาะบางคน
ถกงบฯ วันที่สามเด็กส้มประเดิมสับงบ ปค.ซื้อซอฟต์แวร์ตรวจข้อมูลมือถือ 100 ล้าน!
เริ่มถกงบฯ วันที่สาม 'ปชน.' ข้องใจกรมการปกครอง ซื้อซอฟต์แวร์ตรวจข้อมูลมือถือ 100 ล้าน ไม่โปร่งใส สืบราคาจากบริษัทที่มีรายได้ 0 บาท และจัดซื้อซ้ำซ้อนกับตำรวจที่มีระบบตรวจสอบข้อมูลโทรศัพท์มือถืออยู่แล้ว

