
“สาทิตย์” จัดหนัก ปชป. ร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย หักหลังประชาชนที่เคยร่วมต่อสู้กันมา มองวิกฤตทำให้พรรคประชาชนมีโอกาส
1 ก.ย.2567 – ที่บ้านวงศ์หนองเตย ถ.เทศบาล 5 ต.ห้วยยอด อ.ห้วยยอด จ.ตรัง นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำ กปปส.ระบุว่า วันนี้ทุกอย่างมันก็ชัดขึ้น แต่ที่เหนือสิ่งอื่นใด เป็นการเมืองที่ไม่เคารพนักการเมืองในฐานะอันที่เป็นพรรคการเมืองของประชาชนกลายเป็นพรรคของเจ้าของพรรค เป็นพรรคของนายทุนพรรค ตนเองว่าเกือบทุกพรรคหมดแล้วตอนนี้
“สิ่งที่ผมเป็นกังวลในตอนนี้ก็คือ การเมืองแบบนี้เป็นการเมืองที่ทำลายหลักการพื้นฐานประชาธิปไตย ชาวบ้านก็เหมือนกับพูดแหกปากโวยวายวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ด้านนอก และทำอะไรไม่ถูกไปไม่เป็นตอนนี้ พอการเมืองที่ทำวิกฤตอุดมการณ์ หักหลังประชาชน ไม่ฟังเสียงของประชาชนที่เป็นเจ้าของพรรคแท้จริง เอาอำนาจกับผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง สมการณ์นี้ประชาชนถูกทิ้งไป ตัวอย่างรูปธรรมอย่างแท้จริงอย่างเศรษฐกิจที่เห็นได้จริง ทุกอย่างวอดวายไปหมดตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อน คนเดือดร้อน แต่พรรคการเมืองสนุก วิ่งกันฝุ่นตลบเป็นรัฐมนตรี เป็นแล้วชาวบ้านจะดีขึ้นหรือไม่ ไม่มีใครตอบได้ อย่างนี้เป็นต้น ทุกวันนี้ไม่มีใครถามเลยว่านโยบายรัฐบาลอุ้งอิ้ง ที่สลับขั้วกันมั่วซั่วจะทำอะไรให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น ทุกคนถามว่าใครจะได้เป็นรัฐมนตรี และภายในพรรควิ่งกันฝุ่นตลบอยากเป็น นี่คือการเมืองที่ทอดทิ้งประชาชน นี่คือการเมืองที่ไม่คำนึงถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน” นายสาทิตย์ ระบุ
เมื่อถามว่าตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์เข้าไปร่วมกับเพื่อไทยแล้ว กปปส. ที่เคยร่วมต่อสู้กันมาจะรู้สึกอย่างไร สาทิตย์กล่าวว่า ตนเองเป็น กปปส.ที่เคยร่วมต่อสู้กับระบอบทักษิณและก็โดนคดี ที่เพื่อนๆ หลายคนได้ติดคดีอยู่ด้วยกันและต้องติดคุก ต้องถูกตัดสินลงโทษ แม้ว่าตัวเองจะถูกยกฟ้องก็ตาม แต่ถ้าสิ่งที่มันเกิดขึ้นในอนาคตที่จะไกล้นี้ มันกลายเป็นไปร่วมกับรัฐบาลที่เคยเป็นสิ่งที่ กปปส.เคยไปร่วมสู้กันมา
“ถามตัวเองนะ ถ้าผมไปร่วมกับเขาด้วย ผมก็ตอบคนที่ต่อสู้กับ กปปส.ตอบลำบากมาก จะอธิบายสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงก็คงลำบาก แต่ในเพื่อนของ กปปส.ที่ร่วมรัฐบาลกับเขา หรือในเพื่อนประชาธิปัตย์ที่ไปร่วมรัฐบาลกับทักษิณ ผมอยากใช้คำว่า เข้าใจ แต่ไม่เห็นด้วย เข้าใจว่าคุณต้องไปแสวงหาอำนาจหรือผลประโยชน์ทางการเมือง หรือคุณคิดว่าเป็นช่องทางที่ดีที่สุดแล้ว ที่คุณจะได้ทำงาน อันนี้เข้าใจ แต่ไม่เห็นด้วย 100%” อดีตแกนนำ กปปส.ระบุ
เมื่อถามว่า ประเมินว่า รัฐบาลแพทองธาร 1 จะอยู่ได้นานแค่ไหนนั้น สาทิตย์กล่าวว่า อันนี้มันคือสิ่งที่คาดเดายากที่สุด พอสมการณ์การเมืองมันเปลี่ยนสลับขั้วมั่วซั่ว วิกฤตอุดมการณ์หักหลังประชาชนผู้สนับสนุนมาตั้งแต่ต้น มันยากมากที่จะคาดเดาว่าการเมืองแบบนี้จะจบอย่างไร ตนเองกลัวประชาชนจะจบก่อนรัฐบาลด้วยซ้ำไป เพราะมันอยู่กันไม่ได้ แต่ตอบได้ว่าทางการเมือง การเมืองแบบนี้จะเอื้อให้พรรคประชาชนเติบโต เพราะฉะนั้นถ้าคุณคิดว่าพวกคุณต้องไปสุมหัวกันเพื่อสกัดกั้นพรรคประชาชนคุณคิดผิด ถ้าคุณเดิมตามอุดมการณ์เดินตามประชาธิปไตยที่ต้องโปร่งใส ต้องสุจริต แล้วทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่
“มีทรยศหักหลังอุดมการณ์หรือประชาชนที่สนับสนุนตัวเองมา ผมมองว่าชาวบ้านยังมีตัวเลือก แต่ทำแบบนี้มันเป็นการบีบให้ชาวบ้านมีตัวเลือกที่น้อยลง เพราะฉะนั้นการเมืองที่เอื้อให้พรรคประชาชนเขาเติบโตมันก็จะขึ้นอยู่กับว่าพรรคประชาชนเขาจะกำหนดท่าที นโยบายหรืออุดมการณ์อย่างไร ถ้าเกิดวันหนึ่งเขาเกิดมีการประกาศนโยบายในที่ชาวบ้านทั่วประเทศมองว่ามันใช่ ผมมองว่าคนพร้อมเสี่ยงที่จะไปกับเขา” นายสาทิตย์ ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘อภิสิทธิ์-กรณ์-การดี‘ นำทัพสีฟ้าขึ้นรถแห่หาเสียง 33 เขต ทั่วกรุงเทพฯ
พรรคประชาธิปัตย์ระดมแกนนำและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีขึ้นคาราวานรถแห่กระจายทั่วกรุงเทพมหานคร 33 เขต รณรงค์เชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งและลงประช
'อภิสิทธิ์' นำทัพปชป. ปล่อยขบวนรถหาเสียงวันสุดท้าย ย้ำจุดยืน 'การเมืองสุจริต'
ประชาธิปัตย์เปิดฉากวันหาเสียงสุดท้าย “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อารมณ์ดีออกสเต็ปหยอกสื่อ ก่อนปล่อยขบวนรถแห่ 3 เส้นทางทั่วกรุง ประกาศจุดยืนขอเป็นหลักประกั
ปชป.วัดใจประชาชน 'อภิสิทธิ์' ลั่นเหลือคนเดียวก็จะพูดให้รัฐบาลขี้โกงล้มได้!
“อภิสิทธิ์” ประกาศลั่นวัดใจประชาชน เวลาเหลือไม่มาก ต้องชนะ แม้แพ้เป็นฝ่ายค้าน เหลือคนเดียวก็จะพูดให้รัฐบาลขี้โกงล้มได้ จะสู้กับค
'ยศชนัน' นำทีมเพื่อไทย ลุยฝั่งธน หาเสียงโค้งสุดท้าย
‘ยศชนัน’ นำทัพเพื่อไทยลุยฝั่งธนฯ โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ปลุกพลังคนกรุงก่อนปราศรัยใหญ่สนามเทพหัสดิน ชูแก้หนี้ทั้งระบบ ดันรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ย้ำ 8 ก.พ. ‘คนไทยต้องไม่จน’
'พท.' ชี้คลิปซื้อเสียงขอนแก่น เขต 9 เหมือนจัดฉาก หนุนสู้กันด้วยนโยบาย
'พท.' ชี้คลิปซื้อเสียงขอนแก่น เขต 9 ดูง่ายเหมือนจัดฉาก ยันต้านทุจริตเลือกตั้ง ชี้ผู้สมัครควรสู้กันด้วยนโยบาย หนุน 30 บาทรักษาทุกโรค
“องอาจ-สกลธี” พร้อมด้วยผู้สมัคร สส.กทม. เขต 33 เบอร์ 8 ”เจตน์สฤษฎิ์ เลิศธนสาร“ ลงพื้นที่และรับฟังปัญหาของประชาชน 16 ชุมชนริมน้ำที่
เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ดูแลกรุงเทพมหานคร นายชนินทร์ รุ่งแสง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยผู้สมัคร สส.กทม. นายเจตน์สฤษฎิ์ เลิศธนสาร เขต 33

