7 ก.ย.2567 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายมนัส โกศล หัวหน้าพรรคแรงงานสร้างชาติ พร้อมด้วยนายปัญญา วันดี รองหัวหน้าพรรค นายศรศาสตร์ นาเมืองรักษ์ โฆษกพรรค นายนภา วันดี รองโฆษกพรรค นายนิกรณ์ ไผ่ตระกูล นายทะเบียนพรรค และ นายภานุ กล่อมจิตร กรรมการพรรคแรงงานสร้างชาติ ได้ยื่นหนังสือถึง กกต.เพื่อให้พิจารณาประกาศแต่งตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อแทนตำแหน่งที่ว่างลง 5 ตำแหน่ง ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อยุบพรรคก้าวไกลต่อมาศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567 นั้น ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อในสัดส่วนของพรรคสิ้นสภาพการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 5 คน และ ไม่ครบตามจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธธธรรมนูญ มาตรา 83 (แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 1 พศ.2564) ระบุไว้ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 500 คน เลือกตั้งแบบแบ่งเขตจำนวน 400 คน และ เลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อจำนวน 100 คน และ ประกอบกับมาตรา 84 ระบุไว้ว่า "ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับการเลือกตั้งถึงร้อยยละ 95 ของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดแล้วหากจำเป็นต้องเรียกประชุมรัฐสภาก็ให้ประชุมรัฐสภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่มีอยู่ แต่ต้องดำเนินการให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ครบจำนวนตาม ม.83 โดยเร็ว"
นายมนัส กล่าวว่า พรรคแรงงานสร้างชาติ เห็นว่า การที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคที่ถูกยุบตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยทำให้สมาชิกผู้แทนราษฎรแบบบบัญชีรายชื่อว่างลงจำนวน 5 คนนั้น เป็นอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะประกาศหรือดำเนินการให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครบจำนวน 100 คนตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้น คณะกรรมการเลือกตั้งต้องดำเนินการจัดให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญมาตรา 83 และมาตรา 84 ดังกล่าวข้างต้นเป็นตัวแทนของประชาชนในการทำหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตรงเจตนารมณ์ของกฎหมายคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องดำเนินการประกาศแต่งตั้งสมาชิกผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อแทนตำแหน่งที่ว่างให้ครบตามจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญโดยเร็วเพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ
นายมนัส กล่าวการที่จะเลือกสส.แบบบัญชีรายชื่อขึ้นมาแทนตำแหน่งที่ว่าง จำนวน 5 คนดังกล่าวจะต้อง ใช้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ.2566 แก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 2 ม.128(3)(4)ในการคำนวณสัดส่วนสส.แบบบัญชีรายชื่อซึ่ง กกต.ได้มีการคำนวนสัดส่วน สส.แบบบัญชีรายชื่อในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาไว้แล้วโดย กกต.จะต้องนำคะแนนพรรคการเมืองลำดับถัดไป เลื่อนขึ้นมาแทน สส.แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 5 คนให้ครบ 100 คน ซึ่งเป็นอำนาจและหน้าที่ของกกต ตามมาตรา 129 จะต้องดำเนินการดังกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ราชกิจจาฯ ประกาศเลื่อน 4 รายชื่อ ภูมิใจไทย ขึ้นนั่ง สส.บัญชีรายชื่อ
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎร ให้ผู้มีชื่อในลำดับถัดไปบัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไ
'ศุภมาส' ลาออก สส.บัญชีรายชื่อ เปิดทาง 'พงศกร อรรณนพพร' ขึ้นมาเป็นแทน
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ทำหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร (ผ่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร) เพื่อขอลาออกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ
'ศุภมาส' เผยอยากรีบลาออก สส.บัญชีรายชื่อ เปิดทางให้คนมีเวลาทำงานในสภาแทน
น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย จำเป็นจะต้องลาออกจากตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อหรือไม่ ว่า เป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติในลักษณะของคนที่เป็นสส.บัญชีรายชื่อ
'นิกร' กล่าวปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่ สส.คนที่ 499
'นิกร' รายงานตัว สส.บัญชีรายชื่อ ทำให้มี สส.ปฎิบัติหน้าที่ได้ 499 คน พร้อมตั้งกมธ.วิสามัญถกฝุ่น PM2.5 -ส่งข้อเสนอให้ ครม.ดำเเนินการ
'ไอติม' หล่ออีกแล้ว! บอกปม 44 สส.สิ่งน่ากังวลไม่ใช่อนาคตพรรคแต่คืออนาคตประเทศ
'ไอติม' ลั่นพรรคประชาชนสู้ยิบตาเพื่ออนาคตประเทศ ป้อง 44 สส. จากดาบ ป.ป.ช. ย้ำเสนอกฎหมายไม่ควรถูกตัดสิทธิ์ ชี้สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่จุดจบพรรค แต่คือประชาธิปไตยไทย
'รักชนก' ถามสังคม 44 สส.พรรคก้าวไกลผิดอะไรหรือเพราะกลัวพวกเรา!
น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊ก

