'วันนอร์' เผยนำชื่อ 'พิเชษฐ์-ภราดร' ขึ้นทูลเกล้าฯ เป็นรองประธานสภาฯแล้ว

“วันนอร์”เผย นำชื่อ “พิเชษฐ์-ภราดร”ขึ้นทูลเกล้าฯ ทันที หลังได้รับเลือกเป็นรองประธานสภาฯ เชื่อเวทีอภิปรายนโยบายรัฐบาลน่าจะราบรื่น แบ่งเวลาทำหน้าที่กับประธานวุฒิสภา ตามเหมาะสม มอง ดราม่า สว. ร้องไห้เป็นการแสดงออก ไม่ได้ก้าวร้าว

11 ก.ย.2567 - นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงขั้นตอน หลังเลือกรองประธานสภาฯคนที่หนึ่ง และรองประธานสภภาฯคนที่สองว่า วันนี้ (11 ก.ย.)จะนำรายชื่อ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ที่ได้รับเลือกเป็นรองประธานสภาฯคนที่หนึ่ง และนายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาฯคนที่สอง ขึ้นทูลเกล้าฯ ทันที เพราะถือเป็นเรื่องด่วน และตนทำงานคนเดียวไม่ไหว ซึ่งหลังจากนี้ต้องรอมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ลงมา เพื่อทำพิธีรับสนองพระบรมราชโองการ รองประธานสภาฯทั้ง2 คนถึงจะปฏิบัติหน้าที่ได้

ส่วนการแบ่งงานของรองประธานสภาฯทั้ง2 คนนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า จะเป็นไปตามเดิม แต่จะมาคุยกันอีกครั้งว่าขอปรับให้เหมาะสมกับความสามารถของตัวเอง แต่จะพยายามเอาของเดิมมาดู โดยนายพิเชษฐ์ จะดูงานเดิมของตัวเองที่เคยดูมาแล้วไปก่อน แต่เมื่อนายพิเชษฐ์ได้เป็นรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง อาจจะต้องปรับไปดูงานของรองประธานสภาฯคนที่หนึ่ง แต่บางอย่างไม่ถนัดก็จะให้นายภราดรดู และงานอะไรที่รองประธานสภาฯ คนที่สอง ไม่ถนัดก็จะให้นายพิเชษฐ์ดู ซึ่งน่าจะตกลงกันได้

เมื่อถามถึงวันแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาวันที่ 12-13 ก.ย.นี้ นายวันมูหะมัดนอร์ ในฐานะประธานรัฐสภา กล่าวว่า จะมีตนและนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภาในฐานะรองประธานรัฐสภา สลับกันทำหน้าที่ โดยจะแบ่งเวลากันตามที่เหมาะสม เพราะแม้จะทำหน้าที่บนบัลลังก์ ก็ยังมีภารกิจนอกบัลลังก์ที่ต้องไปปฏิบัติ เช่น เปิดประชุม แจกรางวัล ของ สส.-สว. ซึ่งเป็นงานที่กำหนดไว้ล่วงหน้า และการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เป็นการประชุมนัดพิเศษ ไม่ได้เตรียมล่วงหน้า ดังนั้น ทั้งตนและประธานวุฒิสภา ก็จะพยายามทำหน้าที่ แต่เราจะพยายามหลีกเวลาให้เกิดความเหมาะสม เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ จึงคิดว่าการประชุมทั้ง 2 วันน่าจะราบรื่นดี

นายวันมูหะมัดนอร์ ยังกล่าวถึงการประชุมวุฒิสภา เมื่อวันที่10ก.ย.ที่ผ่านมา ที่มีสว.อภิปรายแล้วร้องไห้ในที่ประชุม ว่า วุฒิสภากำลังอยากจะแสดงออก เพราะเขาปฏิบัติหน้าที่ใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี และตนดูแล้วทุกคนพูดมีเหตุมีผลไม่ได้ก้าวร้าวอะไร

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘อัครนันท์’ ลุยเคาะประตูบ้าน เขต 1 กาญจนบุรี ชูประกันกำไรเกษตร 30%

นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ ผู้สมัคร สส.กาญจนบุรี เขต 1 เบอร์ 5 พรรคเพื่อไทย ตลอดทั้งวันลงพื้นที่หาเสียง ที่ตำบลหนองหญ้า อำเภอเมือง กาญจนบุรี นั่งมอเตอร์ไซต์พ่วงข้าง เดินเท้าเคาะประตูบ้าน พบพี่น้องประชาชน

'อนุทิน' ช่วยหาเสียงผู้สมัคร สส.ระนอง ชู 'คนละครึ่งพลัส-แลนด์บริดจ์' ยกระดับเศรษฐกิจพื้นที่

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ช่วยหาเสียง นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.ระนอง โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนให้การต้อนรับและขอถ่ายรูปตลอดเส้นทาง

'เทวัญ' ลุยตลาดสดช่วยหาเสียง ผู้สมัคร สส.โคราช เขต 1 มั่นใจทวงคืนเก้าอี้จากพรรคส้มได้

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ผู้สมัคร สส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายประเสริฐ บุญชัยสุข ผู้สมัคร สส.เขตเลือกตั้งที่ 1 นครราชสีมา หมายเลข 11 พรรคเพื่อไทย ได้เดินหาเสียงพบปะพ่อค้า แม่ค้า ผู้ประกอบการ พี่น้องประชาชนที่เดินจับจ่ายในตลาดย่าโม , ตลาดป๋องแป๋ง และตลาดเซฟวัน

'เอกนัฏ' ลุยช่วย 'เอก สายไหมต้องรอด' หาเสียง กทม. เชื่อตลาดเปิดรับภูมิใจไทยแล้ว

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ จะนำพรรคภูมิใจไทย ในฐานะแม่ทัพพื้นที่ กทม. ลงพื้นเขต 11 สายไหม ช่วยนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ หรือ เอก สายไหม ผู้สมัคร สส.กทม.พรรคภูมิใจไทย หาเสียง และขึ้นเวทีปราศรัยย่อยเวทีแรก ของ  กทม.

ฝ่าย 'อนุรักษ์นิยม' เสียงแตก! ขวาจัดหนุน 'อนุทิน' ชนชั้นกลางหนุน 'อภิสิทธิ์'

ศึกการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีการวิเคราะห์กันว่า เป็นการช่วงชิงระหว่าง2พรรคการเมือง เพื่อแกนนำจัดตั้งรัฐบาล คือระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน ซึ่งในขั้วของฝ่ายอนุรักษ์นิยมมีความสับสน ไม่ต่างอะไรกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2562

‘ม้ามืดชานเมือง ของภูมิใจไทย อ.นัส เขต 17’

ต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทย ทําการบ้านในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการคัดสรรผู้สมัครที่มีคุณภาพมีความยึดโยงกับประชาชนและพื้นที่เลือกตั้ง