
11 พ.ย. 2567 – นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พรรคได้วางสถานการณ์ไว้ 3 รูปแบบ ได้แก่ กรณีต้องรอกฎหมายประชามติ 180 วัน ซึ่งอาจทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่เสร็จในสมัยรัฐบาลชุดนี้ เว้นแต่จะเร่งรัดขั้นตอนอย่างมาก
กรณีกฎหมายประชามติเสร็จเร็ว ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมาธิการร่วม ซึ่งจะทำให้จัดทำประชามติได้เร็วโดยไม่ต้องรอ 180 วัน
การหาวิธีการอื่นในการจัดทำรัฐธรรมนูญโดยไม่ต้องรอกฎหมายประชามติฉบับใหม่ รวมถึงแนวคิดการทำประชามติ 2 ครั้ง
ทั้งนี้ นายชูศักดิ์ระบุว่า การทำประชามติ 2 ครั้งมีความเป็นไปได้ เนื่องจากมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญถึง 6 เสียงที่เห็นว่าสามารถทำได้ แต่สภาฯ ยังไม่กล้าฟันธงเพราะเกรงว่าจะฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการปรึกษาหารือ
“พรรคเพื่อไทยยังคงยืนยันเจตนารมณ์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามนโยบายที่ให้ไว้ เพียงแต่ได้วางสถานการณ์ไว้ 3 แบบ ไม่ได้หมายความว่าจะล้มเลิกความตั้งใจที่จะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” นายชูศักดิ์กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ภูมิใจไทยปัดกระแส 'กล้าธรรม' จ่อร่วมรัฐบาล ยันพรรคร่วมคงเดิม
โฆษกภูมิใจไทยเผยวงประชุม สส.ไม่มีถกดึง “กล้าธรรม” ร่วมรัฐบาล ชี้
'เชน' เผยไม่มีสัญญาณดึง 'กล้าธรรม' ร่วมรัฐบาล
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะแกนนำพรรค
'อ๋อย' จี้ 'กกต.' สรุปคดีฮั้วสว. ถ้าทำหลักฐานข้อสงสัยสังคมตกน้ำ อาจเกิดปัญหาใหญ่ตามมา
จาตุรนต์ สะกิด กกต.รวบรวมพยานหลักฐานคดีฮั้วสว.ส่งศาลแบบตรงไปตรงมาไม่ออมมือ ถ้าตัดสินใจแบบที่ไม่สอดคล้องกับความรู้สึกของสังคมที่ต่างรับรู้ข้อมูลหลักฐาน อาจจะเกิดเป็นปัญหาใหญ่ตามมา
'จุลพันธ์' ลั่นรัฐบาลยังแน่นปึ้ก เคลียร์ปม 'หมอชลน่าน' ร่วมเวทีฝ่ายค้าน
'จุลพันธ์' การันตี เสถียรภาพรัฐบาลยังแน่นปึ้ก หลังมีข้อกังขา 'หมอชลน่าน' ร่วมเสวนากับฝ่ายค้าน แจง 'เพื่อไทย' เปิดกว้างสมาชิกทำกิจกรรมสื่อสารปชช.ได้
นายกฯ ตรวจเยี่ยมหน่วยบินยุทธวิธี ก่อนร่วมงานศพ 'เกรียง'
นายกฯ บินตรวจเยี่ยม-มอบนโยบาย หน่วยบินยุทธวิธี กองบิน 1 โคราช ก่อนไปร่วมสวดอภิธรรมศพ 'เกรียง กัลป์ตินันท์' ที่อุบลฯ จับตาพบ 'ทักษิณ' ในงาน
ไร้ดีลลับแดงเขียวโมนาโก ระวังน้ำเงินสวนคืนเขี่ยพท.
เสถียรภาพของรัฐบาลอนุทินในวันนี้ ไม่ได้ถูกท้าทายจากตัวเลขเสียงในสภาเพียงอย่างเดียว หากแต่ถูกทดสอบผ่าน “สงครามข่าวลือ” และความพยายามสร้างภาพความแตกแยกภายในเครือข่ายอำนาจของพรรคภูมิใจไทย

