จตุพร กาง 3 ฉากทัศน์การเมืองเกมงัดข้อ ‘น้ำเงิน-แดง-เขียว’

ประเมิน 3 ฉากทัศน์การเมือง เกมงัดข้อ“น้ำเงิน-แดง-เขียว” คาดเขียวตัวแปร น้ำเงิน-แดง ยืดแย่งแก้เกมพลิกอำนาจกันและกัน เชื่อแดงจะล้มน้ำเงินสำเร็จต้องมัดเขียวให้ได้ ส่วนน้ำเงินไม่ยอมโชว์ข่มกินข้าวกับเขียว สุดท้ายสู้กันไปมาจ่อลงท้ายผสมสีรัฐบาล “น้ำเงิน-แดง-เขียว” ลากกันไป

20 ตุลาคม 2569 – เมื่อวานนี้ นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่าเนื้อหาการอภิปรายครั้งนี้มีเป้าหมายเปลี่ยนเกมทางการเมืองเป็นหลัก โดยฝ่ายค้านใช้กลยุทธ์ตอกลิ่มรัฐบาล มีเป้าหมายแยกเพื่อไทยออกจากภูมิใจไทยจึงอภิปรายเฉพาะภูมิใจไทยเพื่อหวังพลิกเปลี่ยนอำนาจใน 3 ฉากทัศน์การเมือง

พร้อมประเมินการเมืองช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า มี 3 ภาพการเมืองให้คิด ภาพฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจเฉพาะ 18 รมต.ภูมิใจไทย (ภท.) ภาพทักษิณ ชินวัตร ยื่นขอนิรโทษกรรม และมาสู่ภาพนัดกินข้าวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จากพรรคกล้าธรรม (กธ.) ซึ่งรหัสการเมืองเช่นนี้ คาดการเมืองผสมสีได้ 3 แบบใหญ่ๆ ระหว่างกลุ่มสี น้ำเงิน (ภท.)-แดง (เพื่อไทย) และเขียว (กล้าธรรม)

หนึ่ง ก่อนมีภาพกินข้าวนั้น ถ้าเกิดปรากฎการณ์ “แดงควบเขียว” เพื่อไทยจะได้ 132 เสียง เมื่อบวกกับพรรคประชาชน ประชาธิปัตย์ และพรรคอื่นๆ ซึ่งหมายถึงกลุ่มยกมือสวนมติของรัฐบาล ดังนั้น สูตรนี้ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ จากเพื่อไทยมีโอกาสได้เป็นนายกฯ

ปรากฎการที่สอง เมื่อการเมืองวุ่นวายมากขึ้น ภูมิใจไทยเอาแดงออกแล้วเขียวเข้าร่วมรัฐบาล เสียงรัฐบาลหายไปเล็กน้อย โควต้า รมต.ไม่กระทบ หรือสูตรต่อมาผสม 3 พรรคเลยคือ ภูมิใจไทย เพื่อไทยและกล้าธรรมเป็นรัฐบาล แต่สูตรนี้ภูมิใจไทยกับเพื่อไทย ต้องเฉือน รมต. มาแบ่งให้กล้าธรรม

นายจตุพร กล่าวว่า มีช่องทางเดียวจะคว่ำรัฐบาลภูมิใจไทยได้คือ เพื่อไทยออกจากรัฐบาล แต่สูตรนี้จะเป็นไปได้แดงต้องมัดเขียวไว้ให้ได้ก่อน ดังนั้น ภูมิใจไทยจึงขยับนัดกินข้าวกับเขียว เพื่อแยกเขียวจากแดง เกิดสูตรน้ำเงินควบเขียวออกมาแก้เกมการเมือง

“สิ่งต้องประเมินด้วยคือ เนื้อหาฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น จะเป็นการสร้างความชอบธรรมให้เพื่อไทยล้มกระดานภูมิใจไทย โดยแดงต้องถอนตัวจากรัฐบาลและเขียวต้องไม่เข้าร่วมรัฐบาล แล้วส้มกับฟ้ายกมือในทางเดียวกัน สูตรไม่มีอะไรสลับซับซ้อน ดังนั้น การเมืองไทยอะไรก็เกิดขึ้นได้ ยึดหลักรัฐศาสตร์อย่างเดียวไม่ได้”

สำหรับกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ขึ้นอยู่กับฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านตกลงหาจุดลงตัวกัน แต่หลักน่าสนใจคือ ยุคนี้ประชาชนไม่ฟังอะไรยาวๆ ยืดเยื้อ ดังนั้น ควรให้เวลาอภิปราย รมต.กันไม่กี่คน โดยหา รมต.ที่มีข้อหาหนักการกล่าวหาที่สุด

ส่วนทักษิณ ยื่นขอนิรโทษกรรมนั้น ตนไม่ได้ขัดขวาง หากต้องการให้ทักษิณมีสิทธิ์ตั้งแต่ต้นต้องตรงไปตรงมากับประชาชน เพราะความไม่ซื่อตรงกับประชาชน โดยแปลเจตนาใหม่ลามถึงคดีทุจริตทำให้รัฐบาลเพื่อไทยพังครืนมาแล้วเมื่อธันวาคม 2556

สำหรับ พรบ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข 2569 นั้น เมื่อผ่านสภาวาระแรก เข้าวาระสองตั้งคณะกรรมาธิการมาพิจารณา มีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นประธาน ดังนั้น เขาจึงไม่แสดงความเห็นเมื่อทักษิณ ยื่นขอนิรโทษกรรม เพราะจะเข้าข้อกฎหมายมากมาย

อย่างไรก็ตาม การนิรโทษกรรม 2569 มีคดี 3 ประเภทห้ามนิรโทษกรรมคือ คดีฆ่าผู้อื่นถึงแก่ชีวิต คดี ม.112 และคดีทุจริตประพฤติมิชอบ เมื่อทักษิณ ยื่นนิรโทษและมีการประณาม คนกีดกันทักษิณว่า มีจิตใจต่ำกว่ามนุษย์

แต่ปัญหาของทักษิณ คือ กฎหมายกำหนดข้อต้องห้ามไว้ และคุณสมบัติคดีของทักษิณ เข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งของข้อห้ามใน 3 คดีนั้น ทักษิณย่อมไม่ได้รับข้อยกเว้น ดังนั้น ถ้ากฎหมายไม่เป็นกฎหมายแล้วบ้านเมืองจะหาความสงบสุขไม่ได้

“ถ้าทักษิณ มีคุณสมบัติตามกฎหมายนิรโทษกรรมแล้ว ไม่มีใครไปขัดขวางได้ ขอให้ทบทวนช้าๆ … หากทักษิณได้ต้องปล่อยคุณวัฒนา เมืองสุข ที่ติดคุกอยู่ด้วย ต้องคืนสิทธิ์ทางการเมืองให้นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และหลายคนต้องคดีทำนองเดียวกันก็ได้ด้วย ปัญหาว่าสังคมไทยจะรับกันไหวหรือเปล่า มันไม่ใช่เรื่องส่วนตัว”

นายจตุพร กล่าวถึงทักษิณ ให้เหตุผลผ่านมือกฎหมายว่า ต้องการวางมือทางการเมือง ต้องการไปทำธุรกิจ และใช้ชีวิตอย่างสงบสุข แต่ถ้าทักษิณ ไปยื่นขอนิรโทษกรรมคนสุดท้ายหลังจากคนมีสิทธิ์กว่า 6,000 คนได้ประโยชน์แล้ว อารมณ์ของสังคมอาจเห็นใจก็ได้และขึ้นอยู่กับคณะกรรมการจะพิจารณาตามเงื่อนไขกฎหมาย

“มันไม่มีใครจิตใจสูงส่งหรือต่ำ แต่การพูดอะไรถ้าไม่ยึดหลักข้อกฎหมายแล้วหรืออะไรก็ได้กับบ้านเมืองเรา ก็เห็นผลลัพธ์อยู่แล้ว ขืนพรรคหลักของรัฐบาลไปยอมถึงกับพังนอก (ประชาชนต้าน) เลย ถ้าพรรคหลักรัฐบาลไม่ยอมจะพังใน (รัฐบาลแตกแยก) อย่างไรมันก็ไปไม่ได้ เพราะปัญหาไม่มีใครไปยืนขัดขวางทักษิณ”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ของจริงหรือราคาคุย! 'โรม' ลั่นจัดหนักซักฟอก รมต.สีน้ำเงิน ไม่มีน้ำท่วมทุ่ง ใช้หลักฐานน็อก

‘โรม’ ฝากถึงเพื่อน สส. ขอเพียงใช้เศษเสี้ยวแห่งความดีในหัวใจดู จะรู้ถึงความเสียหายประเทศ จาก ‘ระบอบน้ำเงิน’ ยัน ซักฟอก 5 วันเหมาะสมแล้ว เหน็บ ถูกบีบเหลือ 3 วัน เหตุรัฐบาลรู้สึกไม่ปลอดภัย-กังวล ลั่นรอบนี้จัดหนักแน่ ไม่ใช่ ‘น้ำท่วมทุ่ง’ แต่ใช้หลักฐานน็อก ถาม ‘ไชยชนก’ เป็นลูกนกในรัง หรือกล่องดวงใจกันแน่

ยังเร็วเกินไป! 'กรวีร์' ปัดตอบกระแสข่าวควบรวม 'ภูมิใจไทย-กล้าธรรม' ชี้อยู่ที่ 2 พรรคคุยกัน

“กรวีร์” เผย 21 ต.ค.นี้ วิป 3 ฝ่ายเตรียมหารือกรอบซักฟอก ชี้ อย่าเพิ่งยึดติด 3 หรือ 5 วัน แนะ กางประเด็นอภิปรายเป็นตัวตั้ง คำนวณเวลาที่เหมาะสมทั้งฝ่ายค้าน-รัฐบาล มั่นใจรมต. 18 คนพร้อมแจงข้อกล่าวหา ส่วนกระแสควบรวมภูมิใจไทย-กล้าธรรม มองยังเร็วไป ต้องรอดูสถานการณ์หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ

'เท้ง' กระต่ายขาเดียว ต้องซักฟอก 5 วัน จี้ 'ปธ.สภา' ประชุมวิปหารือ โวย 'รบ.' เลิกคิดเองเออเอง

‘เท้ง’ โวย ‘รัฐบาล’ เลิกคิดเองเออเองให้ข่าวซักฟอก ทั้งที่ยังไม่ได้พูดคุย ‘ฝ่ายค้าน’ ไม่ยอมถ้าได้อภิปราย 3 วัน ลั่น คนเป็น ‘นายกฯ’ บริหารจัดการเวลาได้ เผยจัดทัพค่อนข้างเรียบร้อยแล้ว ยังกั๊กจัดขุนพลเท่าไหร่ ปัดตอบ พุ่งเป้า ‘ไชยชนก’ เพราะเป็นคนใกล้ชิดผู้นำจิตวิญญาณ ภท. หรือไม่ บอกรอดูทีเดียวตอนเข้าสภา

'โสภณ' จ่อนัดวิป 3 ฝ่าย เคาะกรอบซักฟอก ปรามอย่าหลอกด่า ดักคอปมฮั้วสว.

'โสภณ' จ่อนัดวิป 3 ฝ่าย ถกกรอบศึกซักฟอกสัปดาห์นี้ เตือนอภิปรายไม่ไว้วางใจวัดกันที่หลักฐาน เตือนอย่าหลอกด่า-บูลลี่ ปชช. เบื่อสภาฯ ทะเลาะกัน ชี้คดีฮั้ว สว.-เรื่องในอดีต ต้องดูว่าโยงรัฐบาลปัจจุบันหรือไม่

'ทักษิณ' กวนซักฟอกให้ขุ่น! 'กธ.' ราคาพุ่ง 'ภท.' วุ่นแก้เกม

'จตุพร' ชี้ 'ทักษิณ' ขยับเกมขอนิรโทษ หมากกวนน้ำให้ขุ่น ลากศึกซักฟอกไปเสี่ยง ปั่นเพิ่มราคา 'กธ.-ธรรมนัส' พุ่ง จับตา 'ภท.' วุ่นแก้เกมกันไปมา ป่วนระทึกถึงวันโหวตการเมืองจะเปลี่ยนหรือไม่