นายกฯ อิ๊งค์ฝากติดตามแถลง 12 ธ.ค.ผลงานรัฐบาล 90 วัน

นายกฯอิ๊งค์ ลั่นรัฐบาล มุ่งสร้างโอกาสจับต้องได้ให้ประชาชน ปากท้องอิ่ม ดึงศักยภาพคนไทย ลั่นปรับสมดุลการค้าสหรัฐ-จีน ย้ำ รบ.อยู่ครบเทอม ฝากติดตามแถลงผลงานรัฐบาล 12 ธ.ค.นี้

21 พ.ย.2567 - ที่ห้อง Ballroom 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานสัมมนา PRACHACHAT THAILAND 2025 โอกาส,ความหวัง,ความจริง และกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “ประเทศไทย : โอกาส- ความหวัง-ความจริง” โดยมี นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม ร่วมด้วย

โดยนายกฯ กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “ประเทศไทย : โอกาส- ความหวัง-ความจริง” มีเนื้อหาสรุปว่า รัฐบาลพยายามสร้างโอกาสที่จับต้องได้ให้กับประชาชนคนไทย เพราะเรามองเห็นศักยภาพของคนไทยที่มีอยู่สูงแต่บางทีเข้าไม่ถึงโอกาส เราจะเข้ามาผลักดันตรงนี้ และสิ่งที่รัฐบาลจะทำเป็นอย่างแรกคือกระตุ้นเศรษฐกิจให้คนไทยกินอยู่สบาย เพราะถ้าปากท้องอิ่ม ศักยภาพในตัวก็จะออกมา ยืนยันเราจะขยายโอกาสให้มากที่สุดเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้สูงกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ ซึ่งมาจากการลงทุนภาครัฐ และตัวเลขนักท่องเที่ยว ที่พุ่งไปถึง 36 ล้านคน ที่มากกว่าปีที่ผ่านมา 28% เป็นผลมาจากสถานการณ์โควิดที่หายไป มาตรการฟรีวีซ่า และรัฐบาลจะเร่งผลักดัน Smart Airport และปีหน้าเราคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะสูงกว่าที่มีการตั้งเป้าไว้

นายกฯ กล่าวว่า จากการเดินทางไปประชุมประเทศต่างๆ ต่างชาติสนใจลงทุนในเมืองไทย ถ้าการเมืองเรามีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น นักธุรกิจและต่างชาติจะมั่นใจในการลงทุน ตนมีหน้าที่ไปบอกทุกคนถึงความเชื่อมั่นตรงนี้ว่าเราจะสามารถอยู่จนครบเทอมจนมีการเลือกตั้งได้ และเราจะเดินหน้านโยบายที่ประกาศไว้ไม่ให้สะดุด และการเลือกตั้งสหรัฐอเมริกาที่ผ่านมา ที่ได้ประธานาธิบดีคนใหม่หลายฝ่ายมองว่ามาตรการทางเศรษฐกิจเขาจะพุ่งเป้าไปยังประเทศที่เขาขาดดุล ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในนั้นเพราะจีดีพีของประเทศเราอยู่ที่การส่งออก 60% เป็นของสหรัฐอเมริกาถึง 10% ถือว่ามากที่สุด เราจะเตรียมมาตรการรองรับว่าเราจะปรับสมดุลอย่างไรไม่ให้เสียโอกาสของประเทศ ขณะที่ในส่วนของประเทศจีนที่มองกันว่าเราอาจจะสู้เรื่องการผลิตของเขาไม่ได้ เราจะใช้มาตรการด้านภาษีและกฎหมายที่มีอยู่ เพื่อช่วยการค้าขายออนไลน์รวมถึงเอสเอ็มอีของเรา และหากมองภาพรวมประเทศจีนพื้นที่การเกษตรของเขาไม่เพียงพอกับความต้องการในประเทศต้องพึ่งสินค้าการเกษตรจากประเทศอื่นและไทยมีจุดแข็งตรงนี้ เราต้องมาช่วยทำให้เกษตรกรไทยแข็งแรงมากขึ้น นำเทคโนโลยีถนอมอาหารเข้ามาเสริมตรงนี้

นายกฯ กล่าวอีกว่า พร้อมกันนี้เราก็ต้องหาเม็ดเงินใหม่ๆเข้าประเทศ ต้องดึงเม็ดเงินจากต่างประเทศเข้ามา เรามี3ทางรอดคือ 1.โอกาสเรื่องอาหารของไทยที่มีความแข็งแรง ทุกคนมองไทยเป็นครัวโลก เราจะนำเทคโนโลยีถนอมอาหารเข้ามาส่งเสริมตรงนี้ เพื่อให้อาหารไทยสามารถส่งออกไปและคุณภาพยังเหมือนเดิม 2.โอกาสด้านอุตสาหกรรมสุขภาพ จากนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ที่พัฒนาเป็น 30 บาทรักษาทุกที่ทั่วโลกยอมรับและอยากทำตาม การรักษาพยาบาลในประเทศไทยมีชื่อเสียงในต่างประเทศ หลายคนอยากเข้ามารักษาตรงนี้ เราต้องร่วมกันพัฒนาให้ไทยเป็นฮับด้านสุขภาพ ต้องทำให้ทั่วโลกคิดว่าอยากรักษาสุขภาพต้องมาที่ประเทศไทย และ 3.เรื่องซอฟต์พาวเวอร์ เรามีวัฒนธรรมที่ต่างชาติให้ความสนใจ เราพยายามผูกทุกเทศกาลไว้ด้วยกัน และให้ต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวได้ทั้งปีให้เขาอยู่เมืองไทยนานขึ้นและใช้เม็ดเงินในไทยนานขึ้น อีกอย่างที่ต่างชาติให้การสนใจคือการใช้ไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ ซึ่งปีที่ผ่านมามีเม็ดเงิน เข้ามาในประเทศถึง 190 ล้านดอลลาร์ เราสนับสนุนตรงนี้เพื่อดึงเม็ดเงินเข้ามา อีกทั้งต่างชาติชื่นชอบในหนังไทยอย่างเช่นเรื่องหลานม่า รวมถึงมวยไทยก็เป็นที่ชื่นชมในต่างประเทศ ประเทศอังกฤษมีค่ายมวยกว่า 40,000 ค่าย เราจะผลักดันตรงนี้เพื่อสร้างรายได้ให้คนไทย และรัฐบาลพยายามจะสร้างฮีโร่ในทุกอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์เพื่อไปคุยกับใครเราจะภูมิใจ เวลาไปคุยกับใครทั่วโลกว่าประเทศไทยมีคนเก่ง

น.ส.แพทองธารกล่าวต่อไปว่า รัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องพลังงาน อย่างในอ่าวไทยมีการประเมินว่าก๊าซจะใช้ได้อีก 10 ปี ก๊าซจะหมดไป ฉะนั้นอย่างที่เป็นกระแสกันอยู่ในเรื่อง MOU44 ที่เราจะคุยกับกัมพูชา เราต้องคุยกันว่าเราจะแบ่งใช้ก๊าซธรรมชาติร่วมกันอย่างไร ซึ่งทำให้เราต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อพูดคุย เกาะกูดไม่เกี่ยว ไม่ใช่ ซึ่งเกาะกูดเป็นของเราอยู่แล้ว

น.ส.แพทองธาร กล่าวด้วยว่า สุดท้ายนี้รัฐบาลขอฝากว่าจะมีการแถลงสิ่งที่ได้ทำมาในรัฐบาลนี้ประมาณ 90 วัน ในวันที่ 12 ธ.ค. จะมีนโยบายดีๆ มาเล่าให้ฟังว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตอีก และของขวัญปีใหม่รัฐบาลจะมอบอย่างไรให้ประชาชนบ้าง ขอให้ติดตาม

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สมช.' สั่ง ตร.-หน่วยข่าว คุมเข้มสถานทูตสหรัฐ-อิหร่าน-อิสราเอล สกัดเฟกนิวส์

'สมช.' มอบ ‘ตำรวจ-หน่วยการข่าว’ คุมเข้มสถานทูตอเมริกา-อิหร่าน-อิสราเอล พร้อมบุคคลสุ่มเสี่ยงที่เข้าออกประเทศ จัดการโซเชียลบิดเบือนสร้างความแตกแยก

นายกฯ ย้ำไทยวางตัว 'เป็นกลาง' สถานการณ์ตะวันออกกลาง วอนใช้การทูตยุติความขัดแย้ง

‘อนุทิน’ ย้ำไทยวางตัวเป็นกลางสถานการณ์ตะวันออกกลาง วิงวอน ทุกฝ่ายใช้เจรจาทางการทูตยุติความขัดแย้ง พร้อมสั่ง 6 กระทรวงออกมาตรการอุ้มประชาชน ลดผลกระทบเศรษฐกิจ-ภัยความมั่นคง

การันตีรอบที่ร้อยแปด! อิ๊งค์บอกพ่อออกจากคุกวางมือทางการเมืองแน่นอน

'อิ๊งค์' เผยทักษิณเตรียมวางมือทางการเมืองแน่นอน หลังเข้าเยี่ยมที่เรือนจำ ทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอนกฎหมาย คาดเกณฑ์พักโทษปล่อยตัวพ้นคุกได้ 11 พ.ค.

‘อนุทิน’ควง‘ศุภจี’ขายข้าวจีนล็อตแรก4หมื่นตัน

‘อนุทิน’ควง ‘ศุภจี’ พร้อมทีมพาณิชย์ หารือเอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย ขอบคุณช่วยสนับสนุนการนำเข้าข้าวจากไทย รับข่าวดี ล็อตแรก 4 หมื่นตัน กำหนดส่งมอบสิ้นเดือน ก.พ.นี้ ส่วนที่เหลือในกรอบ 5 แสนตัน ตั้งเป้าให้จบในปีนี้ พร้อมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น เดินหน้าการค้า ลงทุน การท่องเที่ยว