
“ดิเรกฤทธิ์” จี้นายกฯ เปิดตัวเป็นตัวพยานต่อศาล หรือ องค์กรตรวจสอบสอบต่อสภา พิสูจน์ความจริงเรื่องไม่ได้ป่วยทิพย์ของพ่อ ใช้อำนาจของตนเองเพื่อประชาชน
5 ม.ค.2568 – ดร.ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ประธานสถาบันสุจริตไทย และอดีตสมาชิกวุฒิสภาโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า
บทพิสูจน์นายกฯของประชาชน
ความจริงแล้ว นรม.ชื่อแพทองธารนี่แหละที่รู้ดีที่สุด
ว่าคุณพ่อแข็งแรงหรือเจ็บป่วยรุนแรงช่วยตัวเองไม่ได้จะเป็นอันตรายถึงชีวิตหากต้องถูกคุมขังในเรือนจำหรือไม่?
เพราะท่านเป็นลูกที่ใกล้ชิดติดตัวที่สุด นับแต่ออกไปอยู่ต่างประเทศ 17 ปี กลับมาพักที่ชั้น 14 รพ.ตร 181 วัน จนพ้นโทษจำคุกมาอยู่ที่บ้านทำกิจกรรมต่างๆสนับสนุนให้ตนมีอำนาจบริหารสูงสุดในปัจจุบันได้
ดังนั้น หากท่านนายกฯจะแถลง ให้สัมภาษณ์หรือเป็นพยานต่อศาลหรือองค์กรตรวจสอบหรือต่อสภา ย่อมสามารถใช้พิสูจน์ความจริงเรื่องไม่ได้ป่วยทิพย์ของพ่อ และพิสูจน์ความสุจริตในการใช้อำนาจ นรม.ของตน ให้เห็นได้ว่าท่านเป็น นรม.ของพ่อหรือ นรม.ของประชาชน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'แพทองธาร' ทำบุญวันเกิด 40 ปี ครอบครัวชินวัตรพร้อมหน้า
“อิ๊งค์ แพทองธาร” ทำบุญเนื่องในวันเกิดอายุครบ 40 ปี ท่ามกลางครอบครัว “ชินวัตร” พร้อมหน้า
'อนุทิน' เผยเจอ 'ทักษิณ' พูดคุยเคารพนับถือกันเป็นเรื่องปกติ ชี้เป็นมิตรหรือศัตรู ต้องมุ่งทำประโยชน์ให้ประชาชน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีไปร่วมงานศพ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีตรมช.มหาดไทย แล้วได้พบกับ นายทักษิณ ชินวัตร น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ
ช็อตนี้มีความหมาย! 'อนุทิน' กราบตัก 'ทักษิณ' หลังร่วมโต๊ะ 4 นายกฯ
บรรยากาศหลังพิธีสวดพระอภิธรรม “เกรียง กัลป์ตินันท์” เจ้าภาพเชิญ 4 นายกฯ ร่วมโต๊ะอาหาร ก่อน “อนุทิ
'อนุทิน' พบ 3 อดีตนายกฯ ร่วมงานสวดพระอภิธรรม 'เกรียง กัลป์ตินันท์'
นายกฯ เป็นประธานงานสวดพระอภิธรรม ’เกรียง กัลป์ตินันท์‘ ขณะที่ ‘4 นายกฯ’พบหน้าครั้งแรกพร้อมเพรียง ‘อนุทิน-ทักษิณ-แพทองธาร-สมชาย’
ตั้งกก.ฟันวินัย3หมอตร. แบ่งหน้าที่ช่วย‘ทักษิณ’
“รักชนก” ย้ำจุดยืนส้มมีเราไม่มีเทา หลังมีกระแสตั้งรัฐบาลเขียว-แดง-ส้ม “มาร์ค” โนคอมเมนต์ ฝันกลับมาเป็นพรรคหลัก “ผบ.ตร.” ตั้งกรรมการสอบ
ไร้ดีลลับแดงเขียวโมนาโก ระวังน้ำเงินสวนคืนเขี่ยพท.
เสถียรภาพของรัฐบาลอนุทินในวันนี้ ไม่ได้ถูกท้าทายจากตัวเลขเสียงในสภาเพียงอย่างเดียว หากแต่ถูกทดสอบผ่าน “สงครามข่าวลือ” และความพยายามสร้างภาพความแตกแยกภายในเครือข่ายอำนาจของพรรคภูมิใจไทย

