'อิ๊งค์' ตรวจการบ้าน 'รมว.คลัง' รายงานแผนปั้นจีดีพี โต 3.5% สั่งเร่งปิดดีลบิ๊กโปรเจกต์

นายกฯ ตรวจการบ้าน ‘รมว.คลัง’ รายงานแผนงานสั้น-กลาง-ยาว สั่งเร่งปิดดีลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เปิดตลาดใหม่กระตุ้นส่งออก พร้อมปรับโครงสร้างพลังงาน

3 มีนาคม 2568 - เมื่อเวลา 14.30 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ทวีตข้อความผ่าน X และโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมภาพขณะนั่งพูดคุยหารือกับ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯและรมว.คลัง ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล มีข้อความระบุว่า ในการประชุม คณะรัฐมนครี(ครม.)สัปดาห์ที่แล้ว ดิฉันได้ให้นายพิชัย ทำแผนงานกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้จีดีพีโต 3-3.5% โดยในวันนี้หลังประชุม ครม. นายพิชัยได้รายงานความคืบหน้าจากการหารือกับกระทรวงการคลัง สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงบประมาณ และ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.)โดยแบ่งแผนงานดังนี้

นายกฯ กล่าวว่า แผนการดำเนินงานระยะสั้น-กลาง โดย 1.เร่งการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ กองทุนต่างๆ ซึ่งมีเงินค้างอยู่กว่า 1 แสนล้านบาท 2.เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ และผันเม็ดเงินไปสนับสนุนการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ 3.เร่งการลงทุนของภาคเอกชน โดยเฉพาะการลงทุนผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)ซึ่งในปี 2567 มีการยื่นขอสนับสนุนราว 1.14 ล้านล้านบาท โดยเราจะช่วยดูแลอำนวยความสะดวกเรื่องการรายงานผลการศึกษาจัดอันดับความยากง่าย ในการประกอบธุรกิจในประเทศต่างๆทั่วโลก (Ease of Doing Business)โดยเฉพาะเรื่องใบอนุญาตต่างๆ

นายกฯ ระบุอีกว่า 4.เร่งปิดดีลการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น ระบบน้ำ เพื่อสอดรับกับความต้องการทั้งด้านเกษตร อุตสาหกรรม และการอุปโภคบริโภค รวมถึงโครงการแลนด์บริดจ์ รถไฟเชื่อมต่อกับจีน ขยายสนามบินและท่าเรือ เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านการขนส่ง ตามนโยบาย Ignite Thailand หรือ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้วิสัยทัศน์ 5.กระตุ้นการส่งออก เช่น การเปิดตลาดใหม่ เร่งเจรจากับประเทศคู่ค้า ลดคอขวดด้านพิธีการส่งออก โดยดิฉันขอให้ดูแลเรื่องราคาสินค้าเกษตรควบคู่ไปด้วย 6.ด้านการท่องเที่ยว เน้นการจัดงาน เทศกาล เพิ่มการใช้จ่ายต่อหัวและทำให้ระยะเวลาในการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว อยู่ในประเทศนานขึ้น

นายกฯ กล่าวด้วยว่า สำหรับแผนระยะกลาง-ยาว เน้นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน 1.เริ่มปฏิรูปโครงสร้างอุตสาหกรรมแบบ Sandbox โดยยึดความต้องการของตลาดโลกที่เปลี่ยนไป และการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้อุตสาหกรรมเดิม 2.ปรับโครงสร้างด้านราคาพลังงาน และการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน เช่นนโยบายการทำสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรง (Direct Power Purchase Agreement) หรือ Direct PPA และโครงการของภาครัฐ ที่ให้บริการจัดหาใบรับรองการซื้อพลังงานไฟฟ้าสีเขียว (Utility Green Tariff : UGT) เพื่อตอบโจทย์มาตรฐานการค้าการลงทุนปัจจุบัน

นายกฯ กล่าวว่า และ 3.เร่งปฏิรูปด้านเกษตรแบบ Sandbox โดยใช้ตลาดนำ เริ่มจากสินค้าเกษตรหลัก ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และอ้อย เน้นเรื่องความสมดุลอุปสงค์-อุปทาน พัฒนาปัจจัยทุน ได้แก่ ดิน เมล็ดพันธุ์ น้ำ และเพิ่มผลิตภาพ ทั้งหมดนี้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ทั้งนี้ โอกาสต่อไป คณะทำงานจะหารือเพิ่มกับภาคเอกชนผ่านคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน(กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทยและจัดทำเป็นแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน 2 สัปดาห์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แถลงมติครม. เห็นชอบ 'ไทยช่วยไทยพลัส' อุ้ม 43 ล้านคน วงเงิน 1.7 แสนล้าน รับมือวิกฤตซ้อนวิกฤต

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง พร้อมทั้งนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง และนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกันแถลงข่าวโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน” ภายหลังผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

กกร.คาด GDPไทยปี 69 เหลือโต 1.2-1.6% เซ่นพิษสงคราม

กกร.มองพิษสงครามทุบจีดีพี ไทยปี 2569 จะขยายตัว 1.2-1.6% จับตาเงินเฟ้อปีนี้แตะ 3% เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนคาดการณ์อยู่ที่ 0.2-0-7% พร้อมเตรียมชงข้อเสนอ ‘นายกฯ’ ลงทุนปรับโครงสร้างพลังงาน

สศช.เผยจีดีพีไตรมาส 1/69 ขยายตัว 2.8% คาดทั้งปีโต 2%

‘สภาพัฒน์’แถลงตัวเลข GDP ไตรมาส 1/2569 ขยายตัว 2.8% อนินสงค์การลงทุนรวมที่เติบโตสูงสุดในรอบ 44 ไตรมาส ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2569 คาดขยายตัวในช่วง 1.5 - 2.5% ค่ากลางอยู่ที่ 2.0% เตือนวิกฤตตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันสูงต่อเนื่องหวั่นกระทบกับเงินเฟ้อและค่าครองชีพประชาชน

'เอกนิติ' ชี้นโยบายเศรษฐกิจมาถูกทาง สถาบันจัดอันดับเครดิตของญี่ปุ่นไม่ห่วงรัฐบาลกู้ 4 แสนล้าน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่ากรณีที่ R&I คงอันดับความเชื่อถือของประเทศไทยที่ระดับ A- สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อเศรษฐกิจไทย โดยในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการประกาศนโยบายไทยแลนด์พลัส (Thailand 10 Plus) ซึ่งครอบคลุมการพัฒนาใน 10 ด้านหลักที่สอดคล้องกับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต