ประธาน กกต.แจงยิบยันไม่ได้นิ่งคดีฮั้ว สว.แต่มีเรื่องและขั้นตอนเยอะ

'อิทธิพร' ยัน กกต.เร่งสอบสำนวนทุจริตเลือก สว. เผยล่าสุดมีน้ำหนักผ่านคณะกรรมการไต่สวนแล้ว 122 เรื่อง แต่ต้องใช้เวลาเหตุคนเยอะ กระบวนการเกี่ยวข้องทั้งระดับอำเภอ จังหวัด

06 มี.ค.2568 - นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงแผนการดำเนินโครงการจัดทำแผนปฏิบัติการดิจิทัลของสำนักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้ง ระยะ 5 ปี (กิจกรรม Kick-off Meeting) ซึ่งมีการไลฟ์สดผ่านเพจสำนักงาน กกต.

โดยนายอิทธิพร กล่าวเปิดตอนหนึ่งว่า สำนักงานฯ ต้องก้าวให้ทันระบบดิจิทัล หลายที่มีบริการแล้วอย่างสำนักผู้ตรวจการแผ่นดินเมื่อมีคนมาร้องทุกข์แล้ว วันนี้อีก 2-3 สัปดาห์เขาอยากรู้ว่าเรื่องไปถึงไหนแล้ว เขาสามารถเข้าระบบและรู้ได้เลยว่าตอนนี้เรื่องอยู่ในชั้นอนุกรรมการ และรู้ต่อไปว่าชั้นต่อไปคืออะไร ไปจนถึงชั้นตัดสินใจที่จะมีคำวินิจฉัยเป็นอย่างไร เขาเอามาใช้แล้วกับบุคคลภายนอกของ ป.ป.ช. ของศาลก็มีแล้วทั้งส่วนที่ใช้กันเอง และส่วนที่เปิดใช้ให้ประชาชนมีสิทธิ์เข้ามาใช้ ของ กกต.ที่มีมากคือคำร้องทั้งหลาย ทำอย่างไรจะให้เป็นระบบและตอบโจทย์ความสงสัยของสาธารณชนได้บ้าง อย่างวันนี้ที่ดีเอสไอเขาประชุมกันอยู่ เราก็พูดๆ กันอยู่ว่า มีข่าวว่ากกต.จะโอนเรื่องไปให้ ดีเอสไอ กกต.จะไม่ทำเรื่องนี้แล้ว คนสงสัยว่าเราทำเรื่องคำร้อง สว.อยู่หรือเปล่า ซึ่งทั้งตนเองและเลขา กกต.ก็พูดไปหลายครั้งในช่วงที่กำลังฮอต ๆ ว่า คำร้อง สว.มีทั้งหมดกว่า 500 เรื่องเป็นคำร้องที่เกี่ยวกับมาตรา 77 ( 1) ประมาณกว่า 200 เรื่อง ทำเสร็จไปแล้วประมาณกว่า 100 เรื่อง ไม่รับก็มีเพราะไม่มีอะไรเลย แต่ที่อยู่ระหว่างเข้มข้นมีประมาณ 150 เรื่องการสืบสวนไต่สวนต้องใช้เวลาเพราะเป็นกระบวนการเกี่ยวข้องทั้งระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ ฉะนั้นคนที่เกี่ยวข้องมันเยอะและเป็นกระบวนการซึ่งเป็นระบบยุติธรรม จะต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ถูกร้อง ให้เขามีโอกาสทราบ รับรู้ชี้แจง แก้ข้อกล่าวหา

"จนคนลืมไปแล้วว่า เอ๊ะ กกต.ทำอยู่หรือเปล่าที่เขาร้องๆกัน ซึ่งก็ยังทำอยู่ แล้วเรื่องมาถึงคณะอนุฯของเราก็เยอะ แต่ดีเอสไอเท่าที่จำได้ มีคำร้อง 3 เรื่อง ที่เขาจะรับหรือไม่รับ แต่ของเราที่ตรวจสอบล่าสุดมี 122 เรื่องที่มีความเข้มข้นหมายถึงว่าผ่านคณะสืบสวนไต่สวนมาแล้ว"นายอิทธิพรกล่าวและว่า สิ่งเหล่านี้ถ้ามีระบบแสดงความเคลื่อนไหวของกระบวนการพิจารณาของเราให้คนได้รับรู้ รับทราบว่ากระบวนการคำร้องของ กกต.มันมีกี่ขั้น

นายอิทธิพร กล่าวด้วยว่า ขั้นตอนการพิจารณาของ กกต. ขั้นตอนที่ 1 คณะกรรมการสืบสวนไต่สวน 20 วัน + 15 วัน +ได้อีก15วันไม่ทันขอต่อท่านเลขาอนุมัติ 2.สืบสวนไต่สวนจังหวัดเสร็จแล้ว 3. ไปผอ.จังหวัด 4.เข้ามาส่วนกลาง 5.คณะอนุ และ กกต.ถ้าเรามีแพลตฟอร์มดิจิทัลที่จะบอกได้ว่าคำร้องเรื่องนี้เข้ามาส่วนกลางแล้วคนก็จะเห็นความคืบหน้าว่าคำร้องนี้ยื่นเมื่อ 18 ก.ค.2567 หลังวันเลือกระดับประเทศวันที่ 26 มิ.ย.2567 ถึงวันนี้เป็นวันที่ 6 มี.ค.2568 มันเหลืออีก 3 เดือนกว่าๆถึงจะครบปี ซึ่งครบปีเป็นกำหนดเวลาที่เรากำหนดไว้เองว่าจะทำให้เสร็จภายใน 1 ปี ถ้าไม่เสร็จก็ขยายได้แต่ต้องมีเหตุผลในการขยาย ฉะนั้นพวกข้อมูลแบบนี้ถ้ามีอยู่ เราก็บอกว่าขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจสามารถตรวจเช็กได้ที่ระบบของเรา รวมทั้งคำร้อง สส.ปี 2566 ซึ่งขณะนี้ก็เหลืออยู่ไม่กี่คำร้อง รวมถึงคำวินิจฉัยต่างๆ การใช้ข้อมูลต่างๆเหล่านี้ถ้าเรามีระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับการทำงานเรา

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'วรศิษฎ์' บอกพ่อเตรียมฟ้องถูกพาดพิงคดีฮั้ว สว.

'โกแพ' ย้อนถาม ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ? หลังฝ่ายค้าน 'ไอลอว์' ปูดหลักฐาน 'โกเกียรติ' บอก ถ้าฮั้ว สว. สำเร็จลูกจะได้ตำแหน่งในรัฐบาล จ่อดำเนินคดี ท้าถ้ามีหลักฐานก็ส่งให้เจ้าหน้าที่เลย

'พริษฐ์' เปิดหลักฐานเส้นเงิน อ้างโยงขบวนการโกง สว. 2 จังหวัด

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า ขบวนการโกง สว. ที่กำลังถูกกล่าวหานั้น ไม่ได้หมายถึงเพียงการจัดตั้งเครือข่ายผู้สมัครเพื่อแลกคะแนนกันอย่างเป็นระบบ แต่ยังรวมถึงพฤติกรรมในการจ้างคนมาลงสมัคร เพื่อให้มาลงคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครตัวจริงที่ทางขบวนการได้ล็อกตัวไว้ผ่านโพยใบสั่ง

'ภราดร' สวน 'โรม' ปัดกล่าวหา ปชน. ยัดข้อมูล 'ไอลอว์' แค่เป๋ ให้สังคมดูเอง

'ภราดร' ชี้แม้ไม่ติดใจฟ้อง 'ยิ่งชีพ' แต่เชื่อ 'ภท.' ไปในทิศทางเดียวกัน สวน 'โรม' ไม่ได้กล่าวหา ปชน. ยัดข้อมูลให้ 'ไอลอว์' แค่พักหลังเป๋ ภาคประชาชนไม่ควรเป็นเครื่องมือฝ่ายการเมือง โยนสังคมดูเอง

'ผอ.ไอลอว์' ชักแม่น้ำทั้งห้า ขอร้องภูมิใจไทย อย่าฟ้องคดีหมิ่น อยากให้อยู่กันด้วยบรรยากาศประชาธิปไตย

นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) โพสต์เฟซบุ๊ก ว่าขอเขียนยืนยันไว้ตรงนี้อีกครั้งนึงนะครับ ผมขอร้อง และขอเชิญชวนให้พรรคภูมิใจไทยทบทวน และตัดสินใจใหม่ไม่ต้องฟ้องคดีหมิ่นประมาทต่อผม ผมไม่เคยอยากถูกฟ้องและไม่อยากใช้เวทีคดีหมิ่นประมาทในฐานะจำเลย เพื่อพิสูจน์อะไร ไม่ใช่เพราะว่าผมกลัวแพ้คดี แต่เพราะผมเห็นว่ามันเป็นมาตรฐานการใช้กฎหมายที่ไม่ถูกต้อง และไม่สง่างามต่อท่านเอง