นายกฯเกาะติดวอร์รูมแก้ภาษีทรัมป์ ย้ำแนวทางเจรจาต้องรอบคอบ

นายกฯ  ติดตามวอร์รูม แก้ภาษีทรัมป์ หลังคณะกรรม การวางกรอบรอบคอบ เหตุหลายชาติวืดหลังเจรจาไปก่อนหน้า แต่กลับถูกเก็บภาษีหนักขึ้น ยัน อังคารนี้ พร้อมสรุปแนวทางการเจรจา

6 เม.ย. 2568 – นายจิรายุ  ห่วงทรัพย์  ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า  เมื่อช่วงค่ำวันที่ 5 เม.ย.  ตรงกับเวลาในสหรัฐอเมริกา  09.00 น. โดยประมาณ  นายกรัฐมนตรึประชุมร่วมกับคณะวอร์รูมเกาะติดสถานการณ์ภาษีสหรัฐ ฯ เพื่อติดตามและนำมาเป็นข้อมูลเชิงเปรียบเทียบในแต่ละประเทศว่าจะดำเนินการอย่างไร  ที่จะทำให้ประเทศไทยได้ประโยชน์สูงสุดทางการค้าระหว่างประเทศครั้งนี้ ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าความหวั่นวิตกเกิดขึ้นอย่างหนักในสหรัฐฯเอง ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงอย่างหนักเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันในวันที่ 4 เม.ย. โดยมีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสงครามการค้าโลกซึ่งทวีความรุนแรงขึ้น ฉุดตลาดหุ้นตกลงหนักที่สุดนับตั้งแต่เกิดโควิด-19 ขณะที่ ดัชนี Nasdaq ได้เข้าสู่ภาวะตลาดหมี (bear market) ภาวะตลาดหุ้นตกต่ำอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ทำให้เห็นว่าประเทศไทยต้องตั้งมั่นในฐานข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำคัญของประเทศในการเจรจาในทุกมิติกับสหรัฐ ฯ 

คณะทำงานของรัฐบาลไทยในการการเจรจากับสหรัฐฯ ต้องรอบคอบและกำหนดห้วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศไทยให้ดีที่สุด โดยวอร์รูม มีความเห็นตรงกันว่า  ช้าไปก็ไม่ดี เร็วไปก็เสี่ยง จึงจำเป็นต้องรอบคอบ ซึ่งเห็นได้ว่าประเทศอื่นที่เริ่มการเจรจาไปก่อนการประกาศขึ้นภาษีของประธานาธิบดี ทรัมป์ ก็ไม่ได้ช่วยสถานการณ์ประเทศนั้นๆให้ดีขึ้นแต่อย่างใด กลับถูกตั้งกำแพงภาษีมากกว่าที่คาด ดังนั้น การเร่งรีบจึงไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ตรงกันข้ามกลับกลายเป็นการประกาศ “ให้ของฟรี” กับอเมริกาไปก่อนหน้าการ ประกาศขึ้นภาษี

นายจิรายุ กล่าวว่า วอร์รูมเห็นว่า ท่าทีของประเทศไทยหลังจากที่รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมจนถึงปัจจุบัน ทำให้เห็นข้อมูลที่ เหมาะสมที่สุด ซึ่งถือเป็นเทคนิคการวางแผนในการเจรจาที่ประเทศไทยต้องได้รับประโยชน์สูงสุด  ซึ่งวันนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศชัดเจนแล้ว คณะกรรมการฯเห็นว่า เรามีห้วงเวลาที่เหมาะสมและข้อมูลจากการดำเนินการมาตลอด 3 เดือน มีความพร้อมแล้ว ที่จะเจรจาอย่างเป็นทางการ 

กรอบการเจรจาของรัฐบาลไทยมีหลากหลายมิติ ทั้งในเชิงของการลดภาษี ศุลกากร การเปิดตลาดใหม่ๆรวมทั้งแนวทางในการปรับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทยเป็นพันธมิตรกับเกษตรกรของสหรัฐฯ ในการที่เราจะซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐฯ มากขึ้นเพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบ เนื่องจากประเทศไทยเป็นผู้ผลิตอาหารคุณภาพที่ส่งออกไปสู่ตลาดโลก

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการธุรกิจส่งออกได้ให้ข้อมูลไปพร้อมๆกับการทำงานของคณะกรรมการชุดนี้มาตั้งแต่ต้นปี เพื่อเตรียมรับมือมาอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมั่นว่า การติดตามและตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลที่สำคัญเพื่อเป็นข้อมูลที่ ชัดเจนในการตัดสินใจแก้ไขปัญหานี้จะสามารถทำงานได้อย่างรอบคอบ  เนื่องจากนักวิเคราะห์หลายประเทศเขียนบทวิเคราะห์ตรงกันว่าบางประเทศตื่นตระหนกไปเจรจาก่อนการประกาศโดยยื่นข้อเสนอต่างๆไปโดยเปล่าประโยชน์

นายจิรายุ กล่าวว่า ที่ประชุมวอร์รูมเกาะติดสถานการณ์ระบุว่า รัฐบาลไทยประเมินสถานการณ์อย่างเป็นระบบมาอย่างต่อเนื่องโดยวันอังคารที่ 8 เม.ย. เวลา 13.00 น. จะเป็นช่วงที่สรุปผล และกรอบของการเจรจา เพื่อทำให้ประเทศไทยและภาคธุรกิจส่งออกของไทย ได้ประโยชน์สูงสุดในการแก้ไขปัญหานี้ 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'รัชดา' ยันไทยไม่นำความร่วมมือทางทหารแลกเงื่อนไขการค้าสหรัฐ

โฆษกรัฐบาลยันไทยไม่นำความร่วมมือทางทหารแลกเงื่อนไขการค้าสหรัฐ ย้ำทุกการเจรจายึดผลประโยชน์ประเทศ–ประชาชนเป็นหลัก

รัฐบาลแจงภาษีสหรัฐฯ ขยับเป็น 12.5% ชี้ไทยยังแข่งได้-กว่า 2,120 สินค้าได้ยกเว้น

รองโฆษกรัฐบาล แจงสหรัฐฯ ปรับภาษีสินค้านำเข้าไทยเพิ่มสุทธิ 2.5 จุดเปอร์เซ็นต์ เป็นร้อยละ 12.5 ไม่ใช่เก็บเพิ่มทั้งจำนวน ย้ำอัตราอยู่ในระดับเ

'ปกรณ์' เผยรัฐบาลป้องกันใช้แรงงานบังคับตามมาตรฐานสากลเต็มที่แล้ว ชี้ไทยต้องปรับตัวเจรจาคู่ค้ารายอื่น อย่าหวังพึ่งพาสหรัฐ

‘ปกรณ์’ ชี้ไทยเดินหน้ามาตรการแรงงานบังคับเต็มที่ตามมาตรฐานสากล-OECD แล้ว สหรัฐฯ ยังใช้มาตรการภาษี รัฐบาลเร่งหาทางออกใหม่ให้ประเทศ กระจายตลาด เพิ่มอำนาจต่อรอง รับมือการค้าโลกผันผวน

ครม.เงา แนะรัฐบาลล็อบบี้ 3 คนใกล้ชิด 'ทรัมป์' ก่อนเจรจาภาษีสหรัฐฯ

'พิศาล' แนะ 'ศุภจี - สีหศักดิ์' ล็อบบี้คนใกล้ชิด 'ทรัมป์' ก่อนเจรจาภาษีสหรัฐฯ จี้ รมว.กต. โชว์ฝีมือการทูตใช้ประโยชน์จากพันธมิตรเก่า พร้อมสร้างไพ่ต่อรอง ดึงเอกชนร่วมลงทุนอย่างมียุทธศาสตร์