
‘อิทธิพร’ เผย กกต. ใช้เวลาไม่เกิน 60 วัน ทำสำนวนถึงศาลฎีกา ฟ้อง ‘หมอเกศ’ แจงคดีฮั้ว สว. คืบหน้าเรื่อยๆ ชี้ประเด็นสมคบจะต้องสอบทุกคน ยันวิธีการเลือกทำตามกฏหมายแล้ว
2 พ.ค. 2568 – นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงมติเสียงข้างมากของที่ประชุม กกต. ให้ส่งศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิสมัครเลือกตั้งและสิทธิการเลือกตั้ง และให้ดำเนินคดีอาญา ต่อ พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะผู้ถูกร้อง ด้วยสาเหตุว่า เชื่อว่ามีการกระทำเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการเลือก สว.มาตรา 77 (4) คือการหลอกลวงหรือการจูงใจ ให้ผู้อื่นเชื่อว่าเชื่อในคุณสมบัติความรู้ความเชี่ยวชาญชื่อเสียงเกียรติยศ
ส่วนกระบวนการส่งนั้นจะมีกระบวนการดำเนินการหลังจากนี้ ซึ่งหลังจากที่มีมติในวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการทำคำวินิจฉัย ซึ่งมีทั้งหมด 6 ประเด็นอาจต้องใช้ระยะเวลา ซึ่งกำหนดกรอบการทำคำวินิจฉัย 60 วัน เชื่อว่าไม่น่าจะเกินนี้ โดยชี้แจงเหตุผลการทำคำวินิจฉัยเพื่อใช้ประกอบการยื่นคำร้องต่อศาล เมื่อยื่นไปแล้วศาลจะใช้เวลาพิจารณาตามกระบวนการของศาล
นายอิทธิพร ยังกล่าวถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เริ่มจำลองเหตุการณ์เพื่อประกอบสำนวนคดีฮั้วเลือก สว. ว่า ตามกระบวนการการให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน ซึ่งต่างก็มีคณะทำงานสืบสวนของแต่ละหน่วยงาน โดยคณะทำงานสอบสวนใน กกต.ก็มีโครงสร้างที่มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอร่วมด้วย พร้อมชี้ว่าการบูรณาการงานร่วมกันจะเป็นประโยชน์
โดยในการสอบสวนของ กกต. จะมุ่งเน้นในประเด็นที่ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. หรือไม่ ส่วนการสอบของดีเอสไอ เป็นการสอบสวนว่ามีการกระทำผิดกฎหมายอื่นที่ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของ กกต. หรือไม่
นายอิทธิพร กล่าวว่า การดำเนินการสอบสวนของ กกต. มีความคืบหน้าเรื่อยๆ ที่คณะเจ้าหน้าที่สืบสวนไต่สวนจะมีกรอบเวลาดำเนินการ และเหตุที่ต้องใช้เวลาเป็นเพราะว่า ต้องสอบพยานจำนวนมาก การที่มองว่าสมคบกันร่วมมือกันเป็นกลุ่ม ในการสอบนั้นจะต้องสอบผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน เพราะเรื่องนี้เป็นการดำเนินคดีความยุติธรรมที่มีโทษทางอาญา จะด่วนสรุปโดยปราศจากพยานหลักฐานที่ชัดเจนไม่ได้ ทำให้ต้องใช้เวลาอยู่บ้างแต่ก็มีความคืบหน้าไปตามลำดับ และไม่สามารถแทรกแซงได้
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่หากท้ายที่สุดในการดำเนินคดีอาจทำให้การเลือก สว. เป็นโมฆะ นายอิทธิพร กล่าวว่า พยายามจัดกระบวนการเลือกอย่างเต็มที่ตามกฏหมาย และถกในที่ประชุมเยอะมาก และต้องตัดสินใจดำเนินการ และวิธีการนั้นเป็นวิธีการที่ กกต. เห็นว่าเป็นไปตามกฏหมายแล้ว หากหลังจากนั้น มีจุดใดที่ขั้นตอนกลไกอื่นเห็นว่าไม่ถูกต้องก็เป็นเรื่องของกระบวนการนั้น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดับฝันเลือกตั้งใหม่ ‘ไชยันต์’กางระเบียบกกต.ยัน/‘บวรศักดิ์’ยํ้า‘ลับ’ไม่มีอยู่จริง
"ไชยันต์" ไขปริศนา เป็นไปไม่ได้ที่การเลือกตั้งจะโมฆะจนต้องเลือกตั้งใหม่ กางระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2566 ข้อ 129 ระบุชัด กกต.
'บวรศักดิ์' อธิบายชัดๆอีกรอบ ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง 'ลับ' ที่ไม่มีใครรู้เลยทั้งโลก ไม่มีอยู่จริง
นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัววิเคราะห์ประเด็นการเลือกตั้ง “โดยลับ” กับ QR Code หรือบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง โดยระบุว่า บ.จ.ตอนที่ 2 การเลือกตั้ง“โดยลับ”กับ QR Code หรือบาร์โค้ด
กกต. โต้ 'อภิสิทธิ์' ชี้บัตรประชามติไม่ปลอดภัย ยันแม้ไม่มีบาร์โค้ด ก็ใช้รหัสป้องกันปลอมแปลงได้
"กกต." โต้ "อภิสิทธิ์" บอกบัตรประชามติไม่ปลอดภัย เพราะไม่มีบาร์โค้ดยืนยันมีรหัสลับ-มาตรการเข้มตามระเบียบปี 2565 ป้องกันปลอมแปลงทุกขั้นตอน
'ไชยันต์' ไขข้อข้องใจบัตรเลือกตั้งปี 69 ย้ำสืบค้นย้อนหลังว่าใครเลือกใครไม่ได้
อาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายเหตุผลที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กำหนดให้มี QR Code
ผู้ตรวจการแผ่นดิน อนุญาต กกต. ขยายเวลาชี้แจงบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งออกไปอีก 7 วัน
สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินแจ้งว่า สำนักงานฯได้รับหนังสือจากสำนักงานกกต.ขอขยายระยะเวลาในการยื่นคำชี้แจงพร้อมเอกสารหลักฐานกรณีมีผู้ยื่นคำร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเ
ดร.ณัฏฐ์ คลี่ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ชี้ไม่กระทบการใช้สิทธิลงคะแนนโดยตรงและลับ
สืบเนื่องจากนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรีให้ความเห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่เป็นความลับ ทำให้ประชาชนสับสนว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นโมฆะหรือไม่นั้น

