อาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายเหตุผลที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กำหนดให้มี QR Code และ Barcode บนบัตรเลือกตั้ง สส. ปี 2569 ชี้เป็นมาตรการความปลอดภัย-บริหารจัดการบัตร ยืนยันในทางปฏิบัติไม่สามารถสืบย้อนว่าใครลงคะแนนให้ผู้สมัครรายใดได้
21 กุมภาพันธ์ 2569 - ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโพสต์เฟซบุ๊ก ว่าทำไมในปี 2569 กกต. จึงกำหนดให้มี QR code และ Bar code บนบัตรเลือกตั้ง สส. ในประเทศไทย ?
ในการเลือกตั้งในปี 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดให้บัตรเลือกตั้งมี Barcode (บนบัตรบัญชีรายชื่อ) และ QR Code (บนบัตรแบ่งเขต) โดยอ้างอิงอำนาจตาม ระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2566 ข้อ 129 ซึ่งระบุว่า กกต. สามารถกำหนดรหัสหรือเครื่องหมายพิเศษเพิ่มเติมได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
เหตุผลหลักที่ กกต. นำมาใช้ชี้แจงมี 3 ด้านสำคัญ:
- มาตรการรักษาความปลอดภัย (Security Feature)
- ป้องกันบัตรปลอม: รหัสเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือน "รหัสประจำตัวบัตร" เพื่อยืนยันว่าเป็นบัตรที่จัดพิมพ์โดย กกต. จริง ป้องกันการพิมพ์บัตรเลียนแบบมาสวมสิทธิ
- เทคนิคการพิมพ์: กกต. ระบุว่าเป็นเทคนิคเฉพาะของโรงพิมพ์เพื่อใช้ควบคุมมาตรฐานการผลิตและป้องกันข้อผิดพลาดในขั้นตอนการพิมพ์
- การบริหารจัดการและควบคุมจำนวนบัตร
- แก้ปัญหาบัตรเขย่ง: รหัสช่วยให้ กกต. ตรวจสอบได้ว่าในแต่ละเล่มมีบัตรครบ 20 ฉบับหรือไม่ และถูกส่งไปยังหน่วยเลือกตั้งใดบ้าง
- ป้องกันการใช้บัตรข้ามเขต: หากมีการนำบัตรจากหน่วยหนึ่งไปใช้อีกหน่วยหนึ่ง เจ้าหน้าที่จะสามารถสแกนรหัสเพื่อตรวจสอบย้อนกลับได้ทันทีว่าบัตรใบนั้นเป็นของหน่วยใดและใครเป็นผู้รับผิดชอบ
- การตรวจสอบความโปร่งใส (Traceability)
- ติดตามทุจริต: ใช้ในกรณีที่มีการร้องเรียนหรือเกิดเหตุผิดปกติ จะสามารถตรวจสอบย้อนกลับ (Trace) ได้ว่าบัตรล็อตนั้นๆ มีที่มาที่ไปอย่างไร
ทำไมถึงเป็นประเด็นร้อน?
แม้ กกต. จะยืนยันว่าทำเพื่อความปลอดภัย แต่มีข้อโต้แย้งสำคัญจากภาคประชาชนและนักวิชาการในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ดังนี้:
- การรันเลขแบบ Unique ID: บัตรเลือกตั้งปี 2569 ต่างจากปี 2566 ตรงที่ รหัสในแต่ละใบไม่ซ้ำกัน และรหัสนั้นไป "ตรงกับเลขบนต้นขั้วบัตร" ซึ่งมีชื่อและลายเซ็นของเราอยู่
- ความลับในการลงคะแนน: ฝ่ายคัดค้านมองว่าในทางเทคนิค หากใครมีทั้ง "บัตรที่กาแล้ว" และ "ต้นขั้ว" จะสามารถจับคู่ได้ทันทีว่าใครเลือกใคร ซึ่งอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ที่ระบุว่าการเลือกตั้งต้องเป็น "ความลับ"
…….
มีประชาชนบางส่วนกังวลว่า QR Code หรือ Barcode จะระบุได้ไหมว่า "เราเลือกใคร"?
- คำตอบคือ: ไม่ได้ครับ เพราะรหัสเหล่านี้มักจะอยู่ที่ "ต้นขั้วบัตร" (ซึ่งถูกเก็บไว้ที่หน่วย) หรือบน "หน้าซอง" (กรณีเลือกตั้งนอกเขต) แต่บน "ตัวบัตรเลือกตั้ง" ที่เรากากบาทและหย่อนลงหีบนั้น จะไม่มีข้อมูลที่เชื่อมโยงถึงชื่อ-นามสกุล หรือเลขบัตรประชาชนของผู้เลือก เพื่อรักษาความลับในการลงคะแนนตามกฎหมาย
เพราะตามระเบียบและแนวทางปฏิบัติของ กกต. การ "แยกที่เก็บ" เพื่อรักษาความลับของการลงคะแนน มีกระบวนการสำคัญที่เกิดขึ้นทันทีหลังปิดหีบและนับคะแนนเสร็จ ดังนี้
- การแยกส่วนประกอบ ณ หน่วยเลือกตั้ง
หลังจากการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ (กปน.) จะต้องคัดแยกเอกสารออกเป็นส่วนๆ ดังนี้
ส่วนที่ 1: บัตรเลือกตั้งที่ใช้ลงคะแนนแล้ว จะถูกมัดรวมและใส่กลับลงไปใน "หีบบัตรเลือกตั้ง" แล้วปิดผนึกด้วยสายรัดหรือสติกเกอร์ที่มีลายเซ็นเจ้าหน้าที่กำกับ
ส่วนที่ 2: ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง (ที่มีรหัส Barcode/QR Code ตรงกับบัตร และมีรอยฉีก) จะถูกรวบรวมใส่ใน "ถุงเมล์" หรือซองแยกเฉพาะ ต่างหาก ไม่ได้ใส่รวมลงไปในกองบัตรที่ลงคะแนนแล้ว
ส่วนที่ 3: บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ที่มีรอยเซ็นหรือพิมพ์ลายนิ้วมือของเรา) จะถูกแยกใส่อีกซองหนึ่ง
- สถานที่จัดเก็บ
เมื่อส่งมอบอุปกรณ์จากหน่วยเลือกตั้งไปยังศูนย์รวมคะแนน:
หีบบัตรเลือกตั้ง (ที่มีบัตรข้างใน): มักจะถูกนำไปเก็บรักษาไว้ที่ สถานที่ปลอดภัยประจำเขตเลือกตั้ง (เช่น ที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงานเขต) โดยมีการล็อกกุญแจและมีเจ้าหน้าที่/ตำรวจเฝ้า 24 ชั่วโมง
ต้นขั้วบัตรและบัญชีรายชื่อ: จะถูกส่งไปเก็บรักษาไว้ที่ สำนักงาน กกต. จังหวัด หรือสถานที่ที่ กกต. กำหนด ซึ่งมักจะเป็นคนละห้องหรือคนละตึกกับที่เก็บหีบบัตร
- การทำลายหรือตรวจสอบ
ตามกฎหมาย: เอกสารเหล่านี้จะถูกเก็บไว้เป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี (หรือจนกว่าคดีความจะสิ้นสุดหากมีการร้องเรียน)
การเข้าถึง:
ไม่มีใครสามารถเดินเข้าไปเปิดหีบเพื่อเอาบัตรมาเทียบกับต้นขั้วได้ตามอำเภอใจ
การจะทำแบบนั้นได้ต้องมี มติจาก กกต. ชุดใหญ่ หรือ คำสั่งศาล ในกรณีที่มีการคัดค้านการเลือกตั้งเท่านั้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อ.บุญส่ง' ชี้ข้อโต้แย้งดุษฎีนิพนธ์ 'ณัฐพล' ต้องปกป้องมาตรฐานทางวิชาการ ไม่ใช่ปกป้องตัวบุคคล
รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธรคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความ เรื่อง ต้องปกป้องมาตรฐานทางวิชาการ ไม่ใช่ปกป้องตัวบุคคล มีเนื้อหาดังนี้
กกต. โร่แจงคดีฮั้ว สว. ยันรวบรวมข้อมูลหลักฐาน 4 ผู้ร่วมเสวนาที่รัฐสภา พิจารณาอย่างรอบด้าน
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงความคืบหน้าในการพิจารณา คำร้องคัดค้านการเลือกสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการตามกระบวนการที่กฎหมาย กำหนด โดยกกต.ได้รวบรวมข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน
'รมว.ยธ.' ยันส่งฟ้องคดีฮั้วสว. ตามพยานหลักฐาน โต้ 'ไอติม' บอกล่าช้า แจงต้องรอผล กกต.ประกอบ
‘รุทธพล’ ระบุส่งฟ้องคดีฮั้วสว.ตาม พยานหลักฐาน หลัง ‘พริษฐ์’ จี้ล่าช้า บอก ต้องรอผลจากกกต.พิจารณาประกอบด้วย
ร้องเอาผิด 'สมชัย' พ่วง 'สส.ผึ้ง' ปมตั้งอนุ กมธ.
มีผู้เข้ากล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ให้ดำเนินคดีอาญากับอดีตกกต.สมชัย-สส.พนิดา กรณีการแต่งตั้งเป็นอนุกรรมาธิการ โดยอ้างว่าอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายและมาตรฐาน
คิดให้ดี! กกต. ตัดจบ 'คดีฮั้ว สว.' เปิดช่องล้มรัฐบาล
ดร.ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ประธานสถาบันประชาธิปไตยสุจริต และอดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอฟ้องศาล
21 นักวิชาการอาวุโส ออกแถลงการณ์ จี้ กกต.ส่งคดีฮั้ว สว.ถึงศาลฎีกา
กลุ่มนักวิชาการอาวุโส 21 คน ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา โดยระบุว่ามีข้อกังขาและหลักฐานเชิงประจักษ์เ

