นายกสมาคมทนาย ชี้ชัดกรณีเลวร้ายที่สุดคดีชั้น 14 หากศาลชี้คุมขังไม่ชอบ 'ทักษิณ' ยังรอด ต้องไปดำเนินคดี ผบ.เรือนจำเองโดยไปตั้งเรื่องดำเนินคดีใหม่ ยก รธน.ม.194 -พรบ.ราชทัณฑ์ เเบ่งเเยกอำนาจไว้ชัด
21 พ.ค.2568 - นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ได้ให้ความเห็นผ่านเพจสมาคมทนายความ ความว่า บันทึกจากนายกสมาคมทนายความฯ รัฐธรรมนูญ มาตรา 194 บัญญัติให้ศาลยุติธรรมมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีทั้งปวง ส่วนการบังคับโทษมิได้เป็นอำนาจของศาลแต่เป็นอำนาจของกรมราชทัณฑ์ซึ่งเป็นฝ่ายบริหาร ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 อันเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในปัจจุบัน โดยหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุด (52 ตรี) ซึ่งเป็นแบบฟอร์มของศาลเองก็ได้ระบุไว้ด้านท้ายของหมายว่า ให้ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครจำคุกอดีตนายกฯ ทักษิณภายใต้บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์
ด้วยเหตุดังกล่าว การส่งตัวอดีตนายกฯ ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ จึงเป็นอำนาจของผู้บัญชาการเรือนจำตามมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ ซึ่งมีอำนาจกระทำได้เองโดยไม่ต้องขออนุญาตศาล เพราะเป็นขั้นตอนการบังคับโทษที่อยู่ในอำนาจของกรมราชทัณฑ์
ส่วนการที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำสั่งให้ไต่สวน กรณีข้อเท็จจริงปรากฏแก่ศาลเองว่า อดีตนายกมิได้ถูกจำคุกในเรือนจำตามหมายจำคุก ซึ่งศาลมีอำนาจกระทำได้ตามมาตรา 89 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
อย่างไรก็ตาม หากผลการไต่สวนของศาลมีความเห็นตามแพทยสภาว่า อาการเจ็บป่วยของอดีตนายกไม่ได้วิกฤตด้วยขนาดต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจนครบกำหนดโทษ การส่งตัวอดีตนายกไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลดังกล่าว จึงไม่ชอบด้วยมาตรา 55 ของกฎหมายราชทัณฑ์ ก็เป็นเรื่องที่ต้องไปดำเนินคดีกับผู้บัญชาการเรือนจำซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจจัดการให้เป็นไปตามหมายจำคุกเป็นคดีใหม่ เพราะเป็นการกล่าวหาว่าเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อจะช่วยบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องโทษหรือให้รับโทษน้อยลง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 200 วรรคหนึ่ง แต่ศาลไม่มีอำนาจออกหมายจำคุกซ้ำ หรือมีคำสั่งให้นำอดีตนายกฯ ไปจำคุกใหม่ เพราะอดีตนายกฯ มิได้หลบหนีหรือแหกที่คุมขังออกไปรักษาตัวเอง อันจะเป็นความผิดตามมาตรา 194 แห่งประมวลกฎหมายอาญา
ส่วนที่หลายฝ่ายแสดงความเห็นว่า ศาลที่ออกหมายจำคุกมีอำนาจสั่งลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องกับการส่งตัวอดีตนายกไปรักษาตัวฐานละเมิดอำนาจศาลนั้น เห็นว่าการส่งตัวอดีตนายกไปรักษานอกเรือนจำดังกล่าว เป็นขั้นตอนการบังคับโทษของกรมราชทัณฑ์ จึงไม่ใช่การประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล อีกทั้งเป็นขั้นตอนที่อยู่ในอำนาจของกรมราชทัณฑ์จึงไม่มีอำนาจของศาลให้ละเมิด ดังนั้น หากศาลเห็นว่าผู้บัญชาการเรือนจำและแพทย์ที่เกี่ยวข้องมิได้ปฏิบัติตามกฎหมาย ศาลต้องมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ไปร้องทุกข์ต่อ ป.ป.ช. ให้ดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรา 28 (2) ของกฎหมาย ป.ป.ช.
จึงสรุปได้ว่า ไม่ว่าอดีตนายกฯ จะเจ็บป่วยจริงหรือไม่ เจ็บป่วยวิกฤตถึงขนาดต้องไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจหรือไม่ ก็ไม่อาจเอาผิดกับอดีตนายกฯ ตามกฎหมายใดได้ เพราะการไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลดังกล่าวเป็นการถูกส่งไปรักษาตัว โดยผู้บัญชาการเรือนจำ ส่วนการมีความเห็นให้พักรักษาตัวต่อเป็นความเห็นของแพทย์ ไม่ใช่ความเห็นของอดีตนายกฯ หากการไปรักษาตัวนอกเรือนจำจะเป็นความผิดก็เป็นความผิด เฉพาะของผู้ส่งและผู้ที่ให้ความเห็นเท่านั้น ฉะนั้น จึงไม่อาจเอาผิดกับอดีตนายกฯ ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่ถูกส่งไปรักษาตัวได้ เพราะไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดร.ณัฏฐ์ ชี้คำคัดค้านของ 'สส.วาโย' น้ำหนักเบา ศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ได้
"ดร.ณัฏฐ์" ชี้ กรณี "วาโย" ปชน. เล็งยื่นคำคัดค้านต่อศาลฎีกาให้ใช้ดุลพินิจเป็นอย่างอื่น ปมแก่ไขมาตรา 112 กระทบพระมหากษัตริย์-ความรู้สึกประชาชน เป็นเรื่องร้ายแรง
เรือนจำกลางคลองเปรม เคาะ 'ทักษิณ' ติด 1 ใน 10 รายชื่อ คุณสมบัติผ่านเกณฑ์พักโทษ
คกก.พักโทษเรือนจำกลางคลองเปรม มีมติที่ประชุมเห็นชอบ "ทักษิณ" ติด 1 ใน 10 รายชื่อผู้ต้องขังผ่านเกณฑ์พักโทษกรณีทั่วไป ส่งต่อ คกก.พักโทษระดับกรมราชทัณฑ์
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ คดี 44 สส. เขย่าเก้าอี้ผู้นำฝ่ายค้าน!
"ดร.ณัฏฐ์" ชี้ ปปช. ยื่นฟ้อง อดีต 44 สส.ก้าวไกล “ณัฐพงษ์” หัวหน้าพรรค ปชน. หากหยุดปฏิบัติหน้าที่ กระทบต่อเก้าอี้ผู้นำฝ่ายค้าน
ดร.ณัฏฐ์ ชี้คดีบัตรเลือกตั้งไม่เปิดทาง 'ร้องสอด' สส.หมดสิทธิแทรกคดี
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ คดีบัตรเลือกตั้ง กฎหมายไม่เปิดช่องให้กลุ่ม สส. “ร้องสอด” เข้าไปในคดี แม้จะอ้างรักษาฐานอำนาจตนเองก็ตาม
เผย 'ทักษิณ' เห็นใจคนไทยทั้งประเทศ เผชิญวิกฤตพลังงาน
“เอม-สามี” ตัวแทนครอบครัวเยี่ยม “ทักษิณ” ครั้งที่ 51 ด้าน “ทักษิณ” ฝากสาร ห่วงใยคนไทยทั้งประเทศ หลังเผชิญวิกฤตโลกจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง หวังมีทางออกร่วมกัน ผ่านช่วงเวลายากลำบากไปได้
'วุฒิสภา' เสียงแตก เสนอสูตรเลือกตั้ง ส.ส.ร. 200 คน ร่าง รธน.ใหม่ มีทั้งหนุน-ค้าน
ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้พิจารณารายงานศึกษา เรื่อง รายงานศึกษาทบทวนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 และการศึกษารูปแบบสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.)

