"ดร.ณัฏฐ์" ชี้ กรณี "วาโย" ปชน. เล็งยื่นคำคัดค้านต่อศาลฎีกาให้ใช้ดุลพินิจเป็นอย่างอื่น ปมแก่ไขมาตรา 112 กระทบพระมหากษัตริย์-ความรู้สึกประชาชน เป็นเรื่องร้ายแรง
1 เมษายน 2569 - สืบเนื่องจาก ปปช.มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อฟ้องกับอดีต 44 สส.ก้าวไกล โดยมีจำนวน สส.10 คน พรรคประชาชน ถูกกล่าวหาด้วย ต่อมา นายวาโย อัศวรุ่งเรื่อง รองหัวหน้าพรรคและถูกกล่าวหาด้วย เล็งจะยื่นคำคัดค้านอ้างว่ากระทบต่อผู้นำฝ่ายค้านและไม่เปิดโอกาสให้ต่อสู้คดี จาก ปปช.นั้น
ล่าสุด “ดร.ณัฎฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ระบุว่า ปกติในการยื่นฟ้องคดีต่อศาลฎีกา ปปช.ในฐานะโจทก์หรือผู้ร้อง ต้องแนบรายละเอียดว่า จำเลยหรือผู้ถูกร้องรายใด ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่เพื่อเสนอข้อเท็จจริงให้ศาลทราบเพราะเป็นหน้าที่ของโจทก์หรือผู้ร้อง
ศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ตรงนี้เป็น“ปัญหาข้อกฎหมาย”ที่ได้บัญญัติไว้ ตาม พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 87 ประกอบมาตรา 81 วรรคหนึ่ง
แม้ปปช.ในฐานะโจทก์หรือผู้ร้อง จะไม่มีคำขอหรือไม่ก็ตาม ศาลย่อมใช้อำนาจตามกฎหมายสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ได้ เพราะกฎหมายบัญญัติไว้เป็นเด็ดขาดเว้นแต่เป็นดุลพินิจของศาลเป็นอย่างอื่น
ในชั้นตรวจฟ้อง ก่อนประทับรับฟ้อง เป็นเรื่องระหว่างศาลกับโจทก์หรือผู้ร้องเท่านั้น กฎหมายให้อำนาจฟ้องลับหลังจำเลยได้ หากศาลมีคำสั่งประทับรับคำฟ้องคดีไว้พิจารณา โดยไม่จำต้องไต่สวนมูลฟ้องซึ่งอดีต 44 สส.ก้าวไกลที่ถูก ปปช.ฟ้อง ตกเป็นจำเลยหรือผู้ถูกร้องทันที
กรณีนายวาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชนและตกเป็นหนี่งในผู้ถูกร้องหรือจำเลยด้วย เล็งจะยื่นคำคัดค้านจำนวน 3 คำร้องนั้น เพื่อให้ตนเอง,นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน รวมถึง สส.พรรคประชาชนอื่น รวม 10 คน เพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป โดยอ้างว่า กระทบต่อตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านนั้น ถือเป็นสิทธิของจำเลยหรือผู้ถูกร้อง
แต่ปัญหาว่า คำคัดค้านที่นายวาโยฯ ขอให้ศาลใช้ดุลพินิจเป็นอย่างอื่น เฉพาะเนื้อหาเพียงส่งผลกระทบต่อการทำหน้าที่ สส.ของฝ่ายค้าน เป็นข้ออ้างที่มีน้ำหนักเบา หากศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างต่อสู้คดี เป็นเพียงถูกระทบสิทธิในการทำหน้าที่ สส. อาจถูกตัดสิทธิบางประการชั่วคราว ในระหว่างพิสูจน์ตนเองในกระบวนการยุติธรรมเท่านั้น หากเปรียบเทียบกับความผิดที่เกี่ยวข้องกับคดีจริยธรรมร้ายแรง ปมการแก้ไข ปอ.มาตรา 112 เป็ฯการเซาะกร่อน บ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการลดพระเกียรติพระมหากษัตริย์ กระทบโครงสร้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ถือว่า “เป็นภัยร้ายแรง”
พูดภาษาชาวบ้าน คือ แก้ไข ปอ.มาตรา 112 เป็นการลดทอน พระเกียรติพระมหากษัตริย์ เป็นภัยร้ายแรงในระบอบการปกครองประเทศ แม้จะอ้างว่า ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ แต่เกินขอบเขตอำนาจ หากเป็นโทษในอดีต ต้องถูกประหารชีวิต 7 ชั่วโคตร
กลไกรัฐธรรมนูญ มาตรา 106 วรรคหนึ่ง ให้พรรคการเมืองที่มี สส.มากสุด เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แต่กฎหมายพรรคการเมืองและข้อบังคับพรรคเปิดช่อง ให้พรรคการเมือง สามารถปรับเปลี่ยน กก.บห.และตำแหน่งหัวหน้าพรรคได้ หากมาทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้าน
ส่วนที่อ้างว่า นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคและเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน หากหยุดปฏิบัติหน้าที่จะถูกกระทบสิทธิ นั้น การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนางสาวศิริกัญญาฯไม่แน่จะมีหรือไม่ เพราะเพิ่งมีคณะรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีคนใหม่ จึงเป็นการคาดคะเน แม้กลไกลรัฐธรรมนูญมาตรา 159 วรรคหนึ่งประกอบมาตรา 88 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้เสนอรายชื่อนายกรัฐมนตรีตามรายชื่อที่ได้แจ้งไว้แก่ กกต. และต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160 หากนางสาวศิริกัญญาฯจะเป็นนายกรัฐมนตรีในอนาคตข้างหน้า ต้องไปพิสูจน์ตนเองก่อนในกระบวนการยุติธรรม เพราะข้อหาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ที่ ปปช.ฟ้อง ถือเป็นคุณสมบัติโดยตรงของรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี อีกทั้งเพิ่งจัดตั้งรัฐบาลอนุทิน 2 ยังไม่ได้เข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ จึงไม่แน่นอนว่า พรรคประชาชนจะได้จัดตั้งรัฐบาลได้เมื่อไหร่ อย่างไร เพราะมีสถานะเป็นฝ่ายค้านและรวบรวมเสียงข้างมากไม้ได้
ส่วนคำร้องที่นายวาโยฯ อ้างว่า ในชั้นไต่สวน ปปช. กระบวนการไต่สวน ของ ปปช.และไม่รับฟังพยานหลักฐานฝ่ายตนเอง ขัดต่อระเบียบ ปปช. เป็นการยกข้อกล่าวอ้างว่า การไต่สวนไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ในคดีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง ให้อำนาจ ปปช.ใช้ระบบไต่สวนและรับฟังพยานหลักฐาน ตาม พรป.ปปช.ประกอบ ระเบียบ ปปช.ว่าด้วยการตรวจสอบและไต่สวน พ.ศ.2561 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เปิดช่องให้เป็นดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของคณะกรรมการไต่สวน ปปช. ข้อกล่าวอ้างนายวาโยฯ ว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมและไม่เปิดโอกาสต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่ นายวาโยฯกับพวก ย่อมนำพยานหลักฐานที่ตนอ้างว่า ไม่ได้เข้าสู่สำนวนชั้น ปปช. อ้างอิงและนำสืบหักล้างในภายหลังได้ ไม่มีกฎหมายใดบัญญัติห้ามไว้
คำคัดค้านโต้แย้งว่า ปปช.กระทำฝ่าฝืนระเบียบฯก็ดี หรือ มี ปปช.ที่พัวพันสินบนทองคำไต่สวนก็ดี ล้วนไม่ทำให้กระบวนการไต่สวน ปปช.เสียไป ทำให้เกิดอำนาจฟ้อง แตกต่างจาก คดีอาญา ที่ดำเนินคดีผ่านพนักงานสอบสวน หากพนักงานสอบสวนไม่ชอบ ย่อมไม่ทำให้พนักงานอัยการมีอำนาจฟ้อง ตาม ป.วิอาญามาตรา 120
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พริษฐ์' จี้ถาม 'ภราดร' ร่างแก้ รธน. ฉบับภูมิใจไทย แก้ปมขัดแย้งอำนาจ สว. ได้อย่างไร
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นสอบถามว่า ตนมี 3 ประเด็นที่จำเป็นต้องลุกขึ้นมาอภิปรายในประเด็นที่อาจจะคลาดเคลื่อนจากที่นายภราดรได้ชี้แจง ประเด็นแรกคือเรื่องรัฐธรรมนูญ การที่ท่านบอกว่าท่านไม่ยืนยันร่างรัฐธรรมนูญ เพราะมีประเด็นที่เป็นปัญหาค้างอยู่ในวาระ 2
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัด พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เข้าข่ายฉุกเฉินตาม รธน.
“ดร.ณัฏฐ์” ระบุรัฐบาล “อนุทิน” มีอำนาจออก พรก.กู้เงินแก้วิกฤติพลังงาน เหตุเข้าข่ายภัยความมั่นคงทางเศรษฐกิจและกรณีเร่งด่วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ย้ำศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยภายใน 60 วัน หากฝ่ายค้านรวบรวมรายชื่อ สส.ยื่นตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของ พรก.ดังกล่าว
'เท้ง' ไล่บี้รัฐบาลปัดตกร่างแก้รธน. โวยกติกาสูงสุดฐานอำนาจระบอบสีน้ำเงิน
'เท้ง' จี้ ‘รัฐบาล’ ตอบให้ชัดหลังปัดตก กม.หลายฉบับ ถามอำนาจถกกฎหมายอยู่ใครกันแน่ เหน็บคุยหลังบ้านทั้งสภาล่าง-สภาบน ถึงมั่นใจทั้ง 34 ฉบับผ่านฉลุย ซัดกติกาสูงสุดประเทศกำลังเป็นฐานอำนาจระบอบสีน้ำเงิน
สะท้อนจิตใต้สำนึก! คำมั่น 'เท้ง' หลังรับสนองพระบรมราชโองการ
รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ ผมขอให้คำมั่นสัญญาต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน
'ดร.โจ' เปิดนโยบายดูแล 'สัตว์เลี้ยง' ที่ดีกว่าสำหรับคนกรุง วันอาทิตย์นี้
นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ “ดร.โจ" ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สัตว์เลี้ยงก็ครอบครัวนะ พาน้องๆ มาถกนโยบายสัตว์เลี้ยงสำหรับคนกรุงเทพกับ โจ ชัยวัฒน์ อาทิตย์ที่ 17 พ.ค. นี้
เท้งสำนึกความเป็นผู้แทน ภท.จ่อเคาะร่างแก้ไขรธน.
"ณัฐพงษ์" รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นผู้นำฝ่ายค้านฯ

