'ปชน.' แถลงการณ์บี้รัฐบาล ลุย 3 มาตรการตอบโต้กัมพูชา

6 มิ.ย. 2568 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำวันที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมา พรรคประชาชนออกแถลงการณ์ต่อรัฐบาลไทย กรณีความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีใจความว่า

สืบเนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งเริ่มต้นจากการปะทะทางทหารบริเวณช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ปัจจุบันยังไม่คลี่คลาย ขณะที่รัฐบาลไทยยังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าไม่มีมาตรการในการแก้ปัญหาที่ชัดเจน ได้สัดส่วน และเท่าทันต่อสถานการณ์ กระทั่งเกิดความกังวลในหมู่ประชาชนว่าสถานการณ์อาจจะถูกยกระดับขึ้นจนกระทบต่ออธิปไตยของประเทศไทย นอกจากนี้อาจจะนำไปสู่สถานการณ์ที่มีบุคคลบางฝ่ายฉวยโอกาสปลุกกระแสให้ใช้กำลังทางทหารแก้ปัญหาโดยไม่จำเป็น หรือยุยงให้กองทัพใช้อำนาจเหนือการควบคุมของรัฐบาล พรรคประชาชนจึงขอเสนอมาตรการเพื่อลดความวิตกกังวลของประชาชนและคลี่คลายสถานการณ์ไทย-กัมพูชาไปยังรัฐบาลไทย ดังนี้

1.นอกจากการใช้เวทีทวิภาคีในการเจรจาและการแสดงออกถึงความพร้อมทางการทหารแล้ว รัฐบาลควรพิจารณาใช้มาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อตอบโต้รัฐบาลกัมพูชาอย่างได้สัดส่วนและเหมาะสมกับสถานการณ์ อาทิเช่น

การสั่งห้ามส่งออกสินค้าบางประเภทไปยังประเทศกัมพูชา

การเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจจุดผ่านแดนถาวร จุดผ่อนปรนการค้า และจุดผ่อนปรนเพื่อการท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาบางจุดหากจำเป็น

การไม่อนุญาตให้คนไทยข้ามแดนไปท่องเที่ยวหรือเล่นการพนันในกัมพูชา ซึ่งเคยมีการประเมินว่ามีคนไทยเดินทางไปเล่นการพนันที่กัมพูชาประมาณวันละ 5,000 คน สร้างเงินหมุนเวียนกว่า 40,000 ล้านบาท/ปี

การเพิ่มมาตรการทลายแก๊งคอลเซนเตอร์ที่มีฐานที่มั่นหลักในเขตแดนกัมพูชา เช่น การใช้กฎหมายที่ไทยมีอยู่แล้วในการสั่งอายัดทรัพย์สินผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง การตัดสัญญาณมือถือและอินเตอร์เน็ต รวมทั้งการตัดไฟฟ้าที่ทางการไทยส่งขายให้กัมพูชา

การระงับความช่วยเหลือในโครงการพัฒนาในประเทศกัมพูชา

2.รัฐบาลไทยควรดำเนินมาตรการทางการทูตเชิงรุกควบคู่ไปกับการเจรจาทวิภาคี อาทิเช่น

เร่งดำเนินการเชิงรุกทางการทูตเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสถานการณ์ทั้งกับมิตรประเทศของเราในกลุ่มอาเซียน ประเทศสมาชิกของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ รวมถึงมิตรประเทศอื่นๆ ของไทย เพื่อช่วยโน้มน้าวให้แก้ไขสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทย-กัมพูชาด้วยการเจรจาในระดับทวิภาคีภายใต้กรอบความร่วมมือต่างๆ ที่มีอยู่ รัฐบาลไทยควรเร่งทำความเข้าใจกับสื่อมวลชนต่างประเทศ เพื่อไม่ให้ไทยตกเป็นเหยื่อของข้อมูลที่เป็นเท็จและบิดเบือน ซึ่งอาจทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบในเวทีของประชาคมโลกได้

เนื่องจากกัมพูชาต้องการนำกรณีพิพาทเข้าสู่กลไกระหว่างประเทศ รัฐบาลไทยจึงจำเป็นต้องเตรียมพร้อมสำหรับการนำเสนอข้อเท็จจริงของกรณีพิพาทให้แก่ประชาคมโลก ไม่ว่าจะเป็นอาเซียน สหประชาชาติ หรือกรอบพหุภาคีอื่นๆ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียเปรียบในกรณีที่กัมพูชาใช้กลไกระหว่างประเทศเพื่อยกระดับประเด็นพิพาท

3.รัฐบาลไทยต้องสื่อสารกับประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประชาชนไทยไม่ได้รับทราบความชัดเจนจากรัฐบาลว่าจะมีแนวทางการรับมือความเคลื่อนไหวของกัมพูชาอย่างไร ทั้งยังไม่ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ นอกจากรับทราบจากข่าวที่เผยแพร่ผ่านช่องทางสังคมออนไลน์และสื่อมวลชน ซึ่งทำให้เกิดความสับสนหรือคาดเดาสถานการณ์ไปในทิศทางต่างๆ พรรคประชาชนขอเสนอให้รัฐบาลจัดตั้งวอร์รูมสื่อสารเพื่อแถลงความคืบหน้าสถานการณ์ไทย-กัมพูชาอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะมาตรการของรัฐบาลไทย เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงรายวันจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย รวมถึงตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีการปะทะกันระหว่างทหารไทย-กัมพูชา ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏต่อสาธารณะ และเป็นฐานในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่ารัฐบาลไทยไม่ใช่ผู้รุกรานหรือผู้กระทำความผิดในกรณีดังกล่าว

สุดท้าย พรรคประชาชนยืนยันว่า ความขัดแย้งที่ชายแดนไทย-กัมพูชาครั้งนี้จะคลี่คลายลงได้ ด้วยการบริหารสถานการณ์ที่เป็นเอกภาพของรัฐบาล มียุทธศาสตร์และมาตรการที่ชัดเจนและเท่าทันต่อสถานการณ์ ซึ่งจะทำให้เรายุติความขัดแย้งได้โดยไม่ต้องสูญเสียชีวิต เลือดเนื้อ ของพี่น้องทหารและประชาชนผู้บริสุทธิ์.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศบก. ชี้กองทุนน้ำมันติดลบ 4.2 หมื่นล้าน ไม่ชัดตรึงราคาช่วงสงกรานต์

ศบก. แถลงจับเพิ่มผู้ประกอบการกักตุนน้ำมัน สระบุรี 3 ราย อยุธยา 2 ราย ตีปี๊บเริ่มจำหน่าย E20 แล้ว เผยกองทุนน้ำมันติดลบ 4.2 หมื่นล้านบาท ไม่ชัดตรึงราคาช่วงสงกรานต์ ยันพยายามดูแลเต็มที่

นายกฯ จ่อตั้ง 'โบว์ ณัฏฐา' นั่ง 'โฆษก ศบก.'  เจ้าตัวโผล่สังเกตการณ์แถลงข่าวประจำวัน

ภายหลังที่นายเกษมสันต์ วีระกุล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการประชาสัมพันธ์  ได้กล่าวเสนอแนะแนวทางการสื่อสารของรัฐบาลต่อหน้า นายอนุทิน

ป.ป.ช. ได้ฤกษ์! นัดถกรับรองคำร้องคดี '44 สส.ส้ม' ส่งศาลฎีกา

ความคืบหน้าในคดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ร่วมกันเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งก่อนหน้านี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติชี้มูลความผิด 44 สส.

ทบ. แจงเยียวยาทหารเสียชีวิตสู้รบไทย-กัมพูชา เงินรัฐบาล 10 ล้าน อยู่สำนักงบฯ รออนุมัติ

ทบ. แจงเงินเยียวยาทหารเสียชีวิตจากการเหตุสู้รบไทย-กัมพูชา ในส่วนรัฐบาล 10 ล้านบาท เรื่องอยู่ที่สำนักงบประมาณ ขณะที่เงินพระราชทาน สินไหมทดแทนภัยสงคราม และบำนาญพิเศษ มอบให้ครอบครัวผู้สูญเสียแล้ว

'นิพิฏฐ์' สวน 'พิพัฒน์' อย่าใช้ไม้บรรทัดคนรวยวัดคนจน

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต สส.พัทลุง โพสต์ข้อความว่า อย่าใช้ไม้บรรทัดคนรวยไปวัดคนจน