วิบากกรรม 'แพทองธาร' เมื่อ 'อนุทิน-ภท.' ถอนตัว   

หลังจากที่  “นายใหญ่”  ทักษิณ   ชินวัตร ประกาศริบกระทรวงมหาดไทย คืนจากพรรคภูมิใจไทย  ภายใต้การนำของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคสีน้ำเงิน

“นายกฯอิ๊งค์”  “แพทองธาร  ชินวัตร   นายกฯ และ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย  กลืนไม่เข้าคายไม่ออก กล้ำกลืนรับคำสั่ง “พ่อนายกฯ” สั่งการให้ยื่นข้อเสนอ ให้กระทรวงสาธารณสุข แทน กระทรวงมหาดไทย  แต่ได้รับคำตอบ คือ พรรคภูมิใจไทย พร้อมเป็นฝ่ายค้าน ตามมาด้วยแถลงการณ์ถอนตัวจากรัฐบาล 

สำทับด้วยให้รัฐมนตรีสีน้ำเงิน 8คน ลาออก  ถือเป็นการประกาศสิ้นสุดความเป็นพรรคร่วมรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย อย่างเป็นทางการ 

ทั้งนี้การถอนตัวของพรรคภูมิใจไทย เป็นการตัดสินใจที่เหนือกว่าความคาดหมายของ  “ทักษิณ” และ “แพทองธาร”เพราะคิดไม่ถึงว่าพรรคภูมิใจไทย จะกล้าถอนตัว เพราะประเมินว่า  “ครูใหญ่” เนวิน ชิบชอบ   และ  “อาหนู”    จะห่วงตำแหน่งและอยากเป็นรัฐบาลมากกว่าฝ่ายค้าน

การถอนตัวของพรรคภูมิใจไทย เป็นความลิงโลด ดีใจของพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด  ที่ยังเหลืออยู่ ด้วยแคมเปญ “อุ้มนายกฯฝ่าวิกฤติของชาติ”   โดยได้รับผลตอบแทนคือ เก้าอี้รัฐมนตรีที่เพิ่มขึ้น 

พรรคเพื่อไทย ได้กระทรวงมหาดไทยตามเป้าหมาย แต่สิ่งที่เสียไป คืออำนาจต่อรองทั้งหมดที่เคยมี นับจากนาที ที่พรรคภูมิใจไทย ออกแถลงการณ์ถอนตัว    

ฉะนั้นนาทีนี้ เรียกว่า  “ทักษิณ” และ   “แพทองธาร” และ “พรรคเพื่อไทย” เป็นผู้เสียหายสูงสุด ถูกพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค รุมขย้ำ แย่งชามข้าว ชิงอำนาจในมือไปจนแทบไม่เหลือสภาพพรรคแกนนำรัฐบาล อีกต่อไป  

กระทรวงมหาดไทยที่เคยวางแผนไว้จะครอบครองเบ็ดเสร็จเด็ดขาดพรรคเดียว ไม่ให้พรรคอื่นมาร่วมแชร์อำนาจ ก็ต้องยอมปล่อยให้พรรคประชาธิปัตย์ ที่มี 21 เสียง เข้ามาแชร์อำนาจไปใช้  ในฐานะรมช.มหาดไทย 

พรรคกล้าธรรม ที่มี 26+5 เสียง ได้กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นเป้าหมายของหลายคนในพรรคเพื่อไทย ไปครอบครอง    พรรคชาติไทยพัฒนา  ที่มี 10 เสียง ได้รมช.สาธารณสุข เพื่มอีก 1    ส่วนพรรคชาติพัฒนา ที่มี 3 เสียง ก็มีความเข้มของเสียงเพิ่มขึ้นกว่าเดิม

ส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติ แม้จะแตกเป็นพรรคอกแตก เป็นสอง กลุ่ม ยังรักษาเก้าอี้ของพรรคไว้ได้ทั้งหมด  แลกกับความล้มละลายของอุดมการณ์ดีเอ็นเอลุงตู่  และนักการเมืองบางคน จากเคยถูกมองว่าเป็นวีรบุรุษกลายเป็นซาตาน ไปเพราะอยากได้อำนาจ และไม่เห็นหัวประชาชน 

อำนาจต่อรองของพรรคสีแดง ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาลที่ลดลง จนแทบจะหายไป เป็นผลโดยตรงจากการถอนตัวของพรรคภูมิใจไทย ทำให้ “แพทองธาร” ขาดพรรคใดพรรคหนึ่งไม่ได้ และต้องเปิดเกมซื้อ ”งูเห่า“ มาค้ำยันเสถียรภาพ อย่างเร่งด่วน และทุกราคา  เป็นโจทย์ใหม่ที่  “ทักษิณ” และ  “พรรคเพื่อไทย” ไม่เคยตกอยู่ในที่นั่งลำบากแบบนี้มาก่อน 

การสูญเสียสถานะการนำแบบเด็ดขาดของ “ทักษิณ” คือการสูญเสียที่ประเมินราคาและมูลค่าไม่ได้ จากผู้ยื่นข้อเสนอ กลายเป็นผู้ต้องรับข้อเสนอ โดยไม่มีอำนาจต่อรอง  และยังตามมาด้วยอนาคตที่แขวนไว้บนเส้นด้ายของ นายกฯ แพทองธาร ดังนี้

ข้อ 1. ประธานวุฒิสภา และ  คณะสว.36 คน เข้าชื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญ ถอดถอนออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  ปมขัดรัฐธรรมนูญ ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต  จากปมคลิปเสียงลุง- หลาน ในลักษณะสมยอมกัมพูชา และด้อยค่าแม่ทัพภาค 2  ซึ่งหลายเชื่อว่าในวันที่ 1 กค. นี้ศาลรัฐธรรมนูญจะรับพิจารณา และสั่ง นายกฯหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพื่อยุติความเสียหายที่จะเกิดขึ้น   สอดคล้องกับมุมของของ  “อ.จรัญ   ภักดีธนากุล”  อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกมาให้ความเห็น 

ข้อ2  ถูกประธานวุฒิสภา และ คณะสว. 36 คนเข้าชื่อยื่นให้ ป.ป.ช. พิจารณาดำเนินคดี ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง และ กฎหมายอาญา  และเชื่อว่าหลังจากนี้จะยื่นตรวจสอบนายกฯ และ ครม. ในข้อหาอื่นๆทุกลมหายใจ อย่างเช่นการใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจของปี 68 ที่เริ่มมีกลิ่นตุๆ หลัง สำนักงบประมาณ และ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเริ่มขยับแล้ว

ข้อ3. ความเสี่ยงสูงที่จะแพ้ต่อการลงมติ หลังพรรคภูมิใจไทย เตรียมยื่นญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 จากปมคลิปเสียงลุงหลาน เพราะเห็นว่านายกฯเป็นภัยต่อความมั่นคง ในสถานการณ์ที่ รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ หากจะรอดต้องซื้อ “งูเห่า” มาค้ำยันรัฐบาล ซึ่งจะทำให้กลายเป็นรัฐบาลงูเห่า ทั้งๆ ที่เคยรังเกียจและประณาม”งูเห่า“ มาก่อน แต่วันนี้นายกฯบอกว่าเหมือนการเปลี่ยนงาน  

ข้อ4.  เมื่อสภาเปิดสมัยประชุม  จะถูกวุฒิสภา ยื่นญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ  ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 153   และนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีต้องมาชี้แจงต่อวุฒิสภา สุ่มเสี่ยงถูกฝังกลบคาสภาสูง  

ข้อ5. ถูกส.ส. และ พรรคการเมืองร่วมรัฐบาล ต่อรองทุกวัน ในสภาพรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ และข่มขู่ทุกอย่าง เพื่อเรียกร้องผลประโยชนน์ให้มากที่สุด  ทั้งเรื่องตำแหน่งหากไม่พอใจ   หรือมีกฎหมายสำคัญต้องการผลักดัน

ข้อ6. กฎหมายที่เป็นนโยบายหลักของรัฐบาล เช่น กฎหมายกาสิโน   พนันออนไลน์  ให้ต่างชาติเช่าที่ดิน 99 ปี ที่ “นายใหญ่” ปรารถนา  รวมถึง  กฎหมายนิรโทษกรรม  ขนส่งทางราง  ที่ส่อเอื้อนายทุนพรรค มีโอกาสผ่านความเห็นชอบของสภาฯ และ วุฒิสภา ด้วยความยากลำบากมากขึ้น อาจจะต้องใช้เวลามากไม่น้อยกว่า6 เดือน  หากวุฒิสภา ไม่เห็นชอบ และส่งกลับคืนสภาผู้แทนฯ  อย่างเช่นกฎหมายประชามติ ยกเว้น พรบ.งบประมาณ กฎหมายอื่นๆ เกี่ยวกับเงินอาจไม่ต้องถูกดอง 180 วัน 

ข้อ7. คะแนนนิยมตกต่ำ จากปัญหาไทย กัมพูชา หลังนิด้าโพล เที่ยวล่าสุด นายกฯ คะแนนลดฮวบ อยู่ในอำดับ 5  รั่งท้ายที่สุด จากความนิยม 30% เหลือเพียง 9%   จยพ่อนายกฯ ต้องเข็น “ชัยเกษม นิติสิริ” ขึ้นมาแทน หากเจอทางตัน

สถานการณ์รัฐบาลที่เปราะบางเช่นนี้ จึงแตกต่างตอนมี “พรรคภูมิใจไทย” เพราะอย่างน้อยๆ เมื่อมี “อนุทิน”จะทำหน้าที่นี้ปกป้องนายกฯ และชี้แจงแทนช่วยทุกประเด็น พร้อมควบคุมเสถียรภาพในรัฐบาล ไม่ให้ถูกพรรคร่วมฯต่างๆรุมทึ้ง และที่สำคัญก็ช่วยเก็บมือสส. ของสว. สีน้ำเงินไม่ให้ตรวจสอบนายกฯแบบเอาเป็นเอาตายถึงเพียงนี้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' เดือดหนัก! ตำหนิเจ้าหน้าที่รัฐ 'น่าทุเรศ' ปล่อยนายทุนมาเฟียฮุบหาดฟรีด้อม

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่เดินตรวจหาดฟรีดอมว่า มีคนมีความพยายามยึดพื้นที่ทั้งหมดที่ชาวบ้านอยู่และขับไล่ออกจากพื้นที่ ถ้ารัฐบาลไม่รีบเข้ามาก่อน ก็จะกลายเป็นรีสอร์ทโรงแรม เอาสค.มาขายให้ชาวบ้าน

นายกฯอนุทิน ขอโทษมาช้า ลงพื้นที่หาดฟรีด้อม จัดการปัญหาผู้มีอิทธิพลบุกรุกข่มขู่ทำร้ายชาวบ้าน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ก่อนขึ้นเฮลิคอปเตอร์ เดินทางต่อไปยังหาดฟรีด้อม ต.ป่าตอง อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต เพื่อติดตามการจับกุมการบุกรุกพื้นที่หาดสาธารณะ

'อนุทิน' พบชาวเกาะพะงัน ประกาศจัดระเบียบชายหาด ไม่ยอมต่างชาติแย่งอาชีพคนไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางต่อมาที่โรงเรียนเกาะพะงันศึกษา พบปะประชาชนและมอบนโยบายส่วนราชการในพื้นที่ โดยนายกฯกล่าวว่า เดินทางมาแก้ไขปัญหาให้พี่น้องอย่างจริงจัง เพราะเริ่มหนักข้อขึ้นทุกวัน

นายกฯ บุกพูลวิลล่าเกาะพะงัน สั่งสอบเส้นเงิน พบชาวอิสราเอลเป็นเจ้าของ คนไทยถือหุ้นบังหน้า

นายกฯ บุกพลูวิลล่าเกาะพะงัน สั่งตรวจเส้นทางการเงิน หลังพบชาวอิสราเอลเป็นเจ้าของให้คนไทยเป็นนอมินี ขอโทษแทน ‘รองโฆษกรบ.’ แถลงทำเข้าใจผิดปมปล่อยต่างชาติประกอบธุรกิจโดยไม่ต้องขออนุญาต ยันแค่ต้องการลดขั้นตอน ย้ำต่างชาติถือหุ้นได้แค่ 49%

นายกฯ เสียงเข้ม! ช่วยไม่ได้ ทำผิดกฎหมายเอง หลังเกาหลีใต้สั่งแบนแรงงานไทย 4 จังหวัด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกล่าวถึงกรณีที่เกาหลีใต้ประกาศขึ้นบัญชีดำ แรงงานไทยจาก 4 จังหวัดภาคอีสาน ได้แก่ อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ และมหาสารคาม โดยห้ามนำเข้าแรงงานภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาล