ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง “ณฐพร” กล่าวหา กกต., พรรคภูมิใจไทย, เนวิน-กรุณา ชิดชอบ และเครือข่าย ฮั้วเลือก ส.ว. 138 คน ชี้เป็นอำนาจหน่วยงานตามกฎหมาย ไม่เข้าข่าย รธน. มาตรา 49
1 กรกฎาคม 2568 – ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดี เรื่องพิจารณาที่ 16/2568 ตามคำร้องของ นายณฐพร โตประยูร (ผู้ร้อง) ยื่นขอให้ศาลวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 กล่าวหา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) (ผู้ถูกร้องที่ 1) และเลขาธิการ กกต. (ผู้ถูกร้องที่ 2) จัดการเลือกสมาชิกวุฒิสภาโดยไม่สุจริตและไม่เที่ยงธรรม เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ พรรคภูมิใจไทย (ผู้ถูกร้องที่ 3), กรรมการบริหารพรรค (ผู้ถูกร้องที่ 4), นายเนวิน ชิดชอบ (ผู้ถูกร้องที่ 6), นางกรุณา ชิดชอบ (ผู้ถูกร้องที่ 7) และเครือข่าย รวมทั้งหมด 12 ราย
ผู้ร้องอ้างว่า ผู้ถูกร้องที่ 3, 4, 6 และ 7 ร่วมกันวางแผนและควบคุมกระบวนการทุจริตการเลือก ส.ว. ทำให้ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 138 คน และสำรองอีก 2 คน เพื่อใช้อำนาจปกครองประเทศโดยมิได้เป็นไปตามวิถีทางรัฐธรรมนูญ และกระทำอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ส่วน ผู้ถูกร้องที่ 5 และที่ 8 ถึง 12 เป็นผู้ดำเนินการตามแผนทุจริตการเลือก สว. ทำให้ผู้ถูกร้องที่ 5 ได้เป็น สว. แต่ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เป็นกลาง ขาดความซื่อสัตย์สุจริต และไม่เป็นไปตามกฎหมาย โดยการกระทำของผู้ถูกร้องที่ 1 ถึง 12 มีความเชื่อมโยงกัน เป็น ขบวนการจัดตั้ง สว. เพื่อใช้อำนาจปกครองประเทศโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
นายณฐพรได้ยื่นคำร้องต่อ อัยการสูงสุดเมื่อ 15 พฤษภาคม 2568 แต่เมื่อพ้น 15 วัน อัยการสูงสุดไม่ดำเนินการตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคสามกำหนด จึงยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยว่าการกระทำของผู้ถูกร้องที่ 1-12 เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยฯ และให้ศาลสั่งให้เลิกการกระทำดังกล่าว รวมถึงให้ กกต., รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย, และ สส.พรรคภูมิใจไทย หยุดปฏิบัติหน้าที่นับตั้งแต่ศาลรับคำร้อง จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้อง คำร้องเพิ่มเติม และเอกสารประกอบ เป็นเรื่องที่กล่าวอ้างว่ามีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. และความผิดทางอาญา ซึ่งอยู่ในอำนาจตรวจสอบและดำเนินการของหน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว., กฎหมายพรรคการเมือง และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง กรณีนี้จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49
ที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ มีคำสั่ง “ไม่รับคำร้อง” ของนายณฐพรไว้พิจารณาวินิจฉัย ปิดคดีที่กล่าวหากกต.เอื้อประโยชน์ให้พรรคภูมิใจไทยและเครือข่ายในการฮั้วเลือก สว. ในครั้งนี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เอาแล้ว! อดีตผู้พิพากษาเจาะลึก พรก.กู้เงินบอก 2 แสนล้านเรื่องเปลี่ยนพลังงานเป็นจุดตาย
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
อดีต รมว.อุตสาหกรรมเชื่อมือ 'อนุทิน' เด็ดขาดล้างมาเฟียต่างชาติยึดพะงัน-ภูเก็ต
'ธนกร' มั่นใจ 'อนุทิน' เด็ดขาด พร้อมสั่งฟันมาเฟียต่างชาติยึดภูเก็ต-พะงัน ลั่นต้องจัดระเบียบใหม่ คุมเข้มนอมินีผู้มีอิทธิพลแย่งอาชีพคนไทย ชี้เพื่อกระตุ้นท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ประเทศและประชาชนอย่างยั่งยืน
จับตาศาลถก‘พรก.’ ปชป.ผวากู้4แสนล.ซ้ำเติมวิกฤต/เปิดทำเนียบฯรับบิ๊กCEO
“ปธ.สภาฯ” ส่งคำร้อง "ฝ่ายค้าน" ขอตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทถึงมือ "ศาลรธน.” แล้ว
'โสภณ' ส่งคำร้อง 'ฝ่ายค้าน' สกัด พ.ร.ก.กู้เงินให้ศาลรัฐธรรมนูญแล้ว
'โสภณ' ส่งคำร้อง 'ฝ่ายค้าน' ขอตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ให้ ศาลรธน.แล้ว
'อดีตผู้พิพากษาอาวุโส' ชงโรดแมปการปฏิรูปการเกณฑ์ทหารอย่างยั่งยืน!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
'เนติวิทย์' ยักไหล่! ลั่นไม่ผิดคาด คำตัดสินศาล รธน. ปลุกร่วมต่อสู้ยกเลิกเกณฑ์ทหาร
นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักกิจกรรม และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง จำเลยคดีหลีกเลี่ยงเกณฑ์ทหารตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สำหรับผม มติศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาไม่ได้ผิดคาดสักเท่าไหร่ ในเมื่อเหตุปัจจัยในปัจจุบันเป็นแบบนี้

